ข่าว

นัดฟังคำสั่ง"มาร์ค"ฟ้องหมิ่น"จตุพร"24ก.ย.

นัดฟังคำสั่ง"มาร์ค"ฟ้องหมิ่น"จตุพร"24ก.ย.

20 ก.ย. 2553

ศาลนัดฟังคำสั่ง“นายกฯ”ฟ้องหมิ่น“จตุพร”กล่าวหา สั่งฆ่าประชาชน - หนีทหาร เช้า 24 ก.ย.นี้ หลัง“นายกฯ"ขึ้นศาลเบิกความเอง ยันจตุพรเผยแพร่คลิปตัดต่อกล่าวหาย้ำไม่เคยใช้เอกสารปลอมเป็นอาจารย์สอนนายร้อยจปร.เลี่ยงเกณฑ์ทหาร

(20ก.ย.) เวลา 09.00 น. ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ คดีหมายเลขดำ อ.1008/2553 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328,326 และ 332 กรณีเมื่อวันที่ 29 ม.ค. - 15 ก.พ. 53 จำเลยกล่าวปราศรัยกับกลุ่มคนเสื้อแดง และประชาชนที่รับชมผ่านสถานีโทรทัศน์ช่องพีเพิล แชนแนล ใส่ความโจทก์ทำนองว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่สั่งฆ่าประชาชน และหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร

 โดยวันนี้ นายอภิสิทธิ์ ขึ้นเบิกความด้วยตนเองเพียงปากเดียว สรุปว่า คลิปเสียงที่จำเลยนำมาเผยแพร่ กองพิสูจน์หลักฐาน และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นการนำเสียงโจทก์จากรายการ “ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ” มาทำการตัดต่อ ที่จริงโจทก์ไม่เคยสร้างสถานการณ์หรือสั่งการณ์ให้มีการปราบปรามประชาชนในเหตุจลาจล เมื่อเดือน เม.ย.52 เพียงแต่กำชับเจ้าหน้าที่ให้ทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สุดท้ายเหตุการณ์ก็สงบลงโดยไม่พบผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นการที่จำเลยนำคลิปเสียงดังกล่าวมาเผยแพร่จึงเป็นการจงใจใส่ร้ายโจทก์ จึงไม่ใช่การติชมโดยสุจริต

 นายอภิสิทธิ์ เบิกความต่อว่า การทำหน้าที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน ตรวจสอบรัฐบาล สามารถกระทำได้ทั้งในและนอกสภาฯ แต่ถ้ามีการใส่ความหรือพูดเท็จ ก็ไม่ถือว่าเป็นการตรวจสอบ ส่วนที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย เคยระบุว่า คลิปดังกล่าวน่าจะเป็นของจริงนั้น โจทก์ยืนยันว่า ร.ต.อ.เฉลิม แค่ตั้งกระทู้ถามในสภาฯว่าใช่คลิปของจริงหรือไม่ใช่เท่านั้น เป็นการอภิปรายในสภาตามปกติ โดยมีการคณะกรรมการอย่างน้อย 2 ชุด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และผลสรุปออกมาว่าเป็นการตัดต่อคลิปเสียง

 ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหารนั้น นายอภิสิทธิ์ เบิกความว่า โจทก์ไม่เคยใช้เอกสารปลอมเพื่อสมัครเข้าเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยจปร. และทราบดีว่าชายไทยเมื่ออายุครบ 18 ปี จะต้องไปลงทะเบียนกรมบัญชีทหารกองเกินไว้ และแสดงตัวเพื่อตรวจเลือกเมื่ออายุ 20 ปี แต่ตนไม่ได้รับหมายเรียกประกอบกับกำลังศึกษาอยู่ที่ต่างประเทศจึงได้กลับมาแสดงตนเมื่ออายุได้ 22 ปี
 ภายหลังพยานเบิกความแล้วเสร็จ ศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีหรือไม่ในวันที่ 24 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น.