ข่าว

"เอโต"ฮีโร่อินเตอร์ซัดเบิ้ลช่วยงูแซงคว้าชัย

"เอโต"ฮีโร่อินเตอร์ซัดเบิ้ลช่วยงูแซงคว้าชัย

20 ก.ย. 2553

ซามูแอล เอโต ตะบัน 2 นำ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน แชมป์เก่ากัลโช ซีรีส์ เอ บุกโค่น "อินทรีซิซิลี" ปาแลร์โม 2-1 ขณะที่ "ค้างคาวไฟ" บาเลนเซีย ขึ้นนำจ่าฝูงลาลีกา เมื่อเฉือนชนะ เอร์กูเลส น้องใหม่ 2-1 พร้อมทำสถิติชนะ 3 นัดรวด

ศึกฟุตบอลกัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี เมื่อคืนวันที่ 19 กันยายน  ปรากฏว่า อินเตอร์ มิลาน แชมป์เก่า บุกแซงชนะ ปาแลร์โม 2-1 ถึงสนามเรนโซ บาร์เบรา ทั้งที่ "อินทรีซิซิลี" ขึ้นนำก่อนจาก โยซิพ อิลิซิช นาที 28 ทว่า "งูใหญ่" ทวงคืน 2 ประตูรวดจาก ซามูแอล เอโต คนเดียวทั้ง 2 ประตู นาที 62 กับ 70 แต่แม้ อินเตอร์ จะแข่ง 3 นัด ยังไร้พ่าย มี 7 แต้ม แต่ยังเป็นได้แค่รองจ่าฝูงเท่านั้น

 ในคืนเดียวกัน เชเซนา บุกชนะ เลชเช 1-0 ถึงถิ่นมานุซซี จาก เออร์ยอน บ็อกดานี นาที 54 แต่ทั้งคู่ต้องสังเวยทีมละหนึ่งใบแดง เมื่อ จุยเซปเป โคลุคชี ของทีมเยือนโดนไล่ออกนาที 37 และ จิอันนี มูนารี ของเจ้าบ้านโดนตะเพิดนาที 79 จากชัยชนะเกมนี้ส่งผลให้ "ม้าน้ำ" มี 7 แต้มเท่ากับลูกทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ ก็จริง แต่ผลต่างประตูได้เสียมากกว่าหนึ่งประตู จึงขึ้นไปนำอันดับ 1 บนตาราง

 ขณะที่ ยูเวนตุส ก็เก็บ 3 แต้มเต็มได้เป็นเกมแรก เมื่อออกไปถล่ม อูดิเนเซ 4-0 ถึงสนามฟริอูลี จากการทำเข้าประตูตัวเองของ อันเดรีย โคดา นาที 18, ฟาบิโอ กวายาเรลลา กองหน้าคนใหม่ นาที 24, การยิงวอลเลย์ของ เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ นาที 43 และ วินเชนโซ ยาควินตา นาที 77

 ด้าน โรม่า รองแชมป์เก่า ทำได้เพียงเสมอ โบโลญญา 2-2 ที่สนามโอลิมปิก โรม ของตัวเองเท่านั้น ทั้งที่ "หมาป่า" ขึ้นนำก่อน 2 ประตูจาก มาร์โค บอร์ริเอลโล นาที 7 และการทำเข้าประตูตัวเองของ มัตเตโอ รูบิน นาที 59 ทว่าทีมเยือนทวงคืน 2 ประตูรวดจาก มาร์โค ดิ วาโย คนเดียวทั้ง 2 ประตู นาที 77 กับ 90 ส่งผลให้ "จัลโลรอสโซ" แข่ง 3 นัด ยังไม่ชนะใคร และเป็นการเสมอในบ้าน 2 เกมรวด

 ส่วนคู่อื่น คิเอโว แพ้ เบรสชา 0-1, ปาร์มา เสมอ เจนัว 1-1, บารี เสมอ กายารี 0-0

 ขณะที่คู่กลางดึกวันเสาร์ที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา คาตาเนีย บุกเสมอ เอซี มิลาน 1-1 ถึงสนามซาน ซีโร โดยทีมแห่งแคว้นซิซิลี ขึ้นนำก่อนจากการยิงไกลกว่า 30 หลาของ ชิโร คาปูอาโน นาที 27 ก่อนที่ โรนัลดินโญ เปิดบอลมาให้ ฟิลิปโป อินซากี เข้าชาร์จในระยะ 6 หลาตีเสมอให้ "ปีศาจแดงดำ" นาที 45 และนับเป็นประตูที่ 123 ในชุดมิลาน ของดาวยิงวัย 37 ปีผู้นี้ที่อยู่กับทีมมาใกล้ครบหนึ่งทศวรรษ ตามหลังสถิติสูงสุดตลอดกาล 124 ประตู ของ มาร์โค แวน บาสเทน เพียงประตูเดียว ซึ่งเกมนี้ "ปิปโป" ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง เพราะ อเลกซานเดร ปาโต กับ โรบินโญ สองหัวหอกบราซิเลียน เจ็บพร้อมกัน

 ด้านสแปนิช ลาลีกา คืนวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา บาเลนเซีย กลายเป็นจ่าฝูงทีมใหม่ เมื่อบุกชนะ เอร์กูเลส 2-1 ถึงสนามโฆเซ ริโก เปเรซ โดย "ค้างคาวไฟ" ออกนำก่อน 2 ประตู จาก ฆวน มาตา นาที 2 และ พาโบล เฮอร์นันเดซ นาที 23 แต่ก็ต้องสังเวยหนึ่งใบแดงเมื่อ ดาวิด นาบาร์โร โดนไล่ออกนาที 49 ส่วน เอร์กูเลส ตีไข่แตกได้จากจุดโทษของ ดาวิด เทรเซเกต์ นาที 43 ส่งผลให้ บาเลนเซีย แข่ง 3 นัด ชนะรวด มี 9 แต้มเต็ม ขึ้นนำอันดับ 1 โดยทิ้ง รีล มาดริด รองจ่าฝูง 2 แต้ม

 ขณะที่ บียาร์รีล บุกชนะ เลบันเต 2-1 ถึงสนามซิอูดัด เดอ บาเลนเซีย โดย "เยลโลซับมารีน" ขึ้นนำก่อน 2 ประตูจาก นิลมาร์ หัวหอกบราซิเลียน คนเดียวทั้ง 2 ประตู นาที 16 กับ 43 ส่วนเจ้าบ้านตีไข่แตกได้จาก เฟลิเป ไซเซโด นาที 90 ส่งผลให้ เลบันเต แข่ง 3 นัด พ่ายรวด และเป็นทีมเดียวในลีกที่โดนยิงไปแล้วถึง 10 ประตู

 ส่วนอีกคู่ ราซิง ซานตานเดร์ ชนะ รีล ซาราโกซา 2-0
 สำหรับคู่กลางดึกวันเสาร์ที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา รีล มาดริด รองแชมป์เก่า บุกชนะ รีล โซเซียดัด 2-1 ถึงสนามอโนเอตา โดย "ราชันชุดขาว" ขึ้นนำก่อนจาก อังเกล ดิ มาเรีย ปีกอาร์เจนไตน์ ที่เพิ่งซื้อเข้ามาในราคา 25 ล้านยูโร (1,400 ล้านบาท) นาที 51 ส่วนทีมแห่งแคว้นบาสก์ ไล่ตีเสมอได้จาก ราอูล ตามูโด นาที 62 ทำให้ดาวยิงวัย 32 ปีผู้นี้ เป็นคนแรกที่ยิงประตูมาดริดได้ในฤดูกาลแข่งขันล่าสุด ทว่าชุดขาวก็มาบวกสกอร์เพิ่มได้จาก คริสเตียโน โรนัลโด้ นาที 74 ที่ตะบันฟรีคิกแฉลบ เปเป เซ็นเตอร์แบ็กร่วมทีม และนับเป็นประตูแรกของปีกโปรตุกีสผู้นี้ในซีซั่นใหม่อีกด้วย

 อย่างไรก็ตาม "เจเอ็ม" ไม่พอใจการเล่นของลูกทีมนัก แม้มาดริดจะได้ 3 แต้มเต็มก็ตาม เมื่อเขวี้ยงขวดน้ำลงพื้นหลังเกมจบลง แต่ไม่ยอมตำหนิลูกทีมผ่านสื่อ กล่าวแต่เพียงว่า "จะถือว่าเป็นกำไรหรือโชคดีก็ได้แล้วแต่คุณจะเรียกสำหรับ 3 แต้มในเกมนี้ เพราะโดยส่วนตัว โซเซียดัด ชนะในครึ่งแรก และเราชนะในครึ่งหลัง ผลเสมอจึงน่าจะยุติธรรมที่สุด แต่เมื่อเราได้มากกว่านั้น มันจึงเหมือน 3 แต้มทองคำในระบบลีก"
 ส่วนอีกคู่ สปอร์ติง กิฆอน เสมอ แอธเลติก บิลเบา 2-2