ข่าว

เสื้อแดงแห่ชุมนุมราชประสงค์แน่นผิวจราจร

เสื้อแดงแห่ชุมนุมราชประสงค์แน่นผิวจราจร

19 ก.ย. 2553

กลุ่มคนเสื้อแดงแห่เข้าร่วมชุมนุมแยกราชประสงค์แน่นพื้นผิวจราจร รถวิ่งได้เพียงช่องทางเดียว ขณะที่แกนนำม็อบไม่สาามรถควบคุมมวลชนได้

(19ก.ย.) เวลา 15.00 น. ผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมากได้รวมตัวกันหนาแน่นบริเวณแยกราชประสงค์ โดยพากันหลั่งไหลลงมาบนพื้นผิวการจราจรหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เหลือช่องทางให้รถวิ่งได้เพียงช่องทางเดียว ส่งผลให้การจราจรบริเวณโดยรอบติดขัดอย่างหนัก โดยพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ขึ้นไปบนรถกระจายเสียงของตำรวจ พร้อมกับบอกให้ผู้ชุมนุมขึ้นไปบนฟุตปาธ และได้ย้ำหลายครั้งว่าห้ามปิดถนนเด็ดขาด แต่ผู้ชุมนุมดูเหมือนจะไม่ได้สนใจเสียงห้ามปรามเท่าใดนัก เพราะสังเกตได้ว่าผู้ชุมนุมส่วนใหญ่อยู่ในอารมณ์ฮึกเหิมและร้องตะโกนเป็นระยะว่า"ที่นี่มีคนตาย รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อการตายที่เกิดขึ้น" ขณะเดียวกันก็มีการนำผ้าแดงไปผูกตามเสาต่างๆโดยรอบ ขณะที่ผู้ชุมนุมหลายคนต่างถือลูกโป่งสีแดงไว้ในมือ เตรียมปล่อยเวลา 17.00 น.

 อย่างไรก็ตามในส่วนแกนนำที่บริเวณแยกราชประสงค์ มีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด ทำหน้าที่ประสานงานกับพล.ต.ต.วิชัย และพล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบช.น.5 ตลอดเวลา เพื่อดูแลให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ ขณะที่ห้างสรรพสินค้าโดยรอบ ทั้งห้างอัมรินทร์พลาซ่า ได้สั่งให้รปภ.นำรั้วเหล็กมากั้นเสริมบริเวณทางเข้าด้านหน้า

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล หรือน้องเดียร์ ลูกสาวพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง) นั่งรถเข้ามาภายในบริเวณแยกราชประสงค์แล้ว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของผู้ชุมนุม
 
 ก่อนหน้านั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บรรณาธิการลายจุด ได้ขึ้นรถกระจายเสียงของตำรวจ ทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์ ที่ทยอยมาร่วมกิจกรรม 4 ปี การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยขอให้ผู้ชุมนุมบางส่วนกระจายตัวไปที่วัดปทุมวนาราม
 
 โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นหลังมีการประเมินสถานการณ์ร่วมกันระหว่าง นายสมบัติกับตำรวจนครบาลแล้ว พบว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วง เนื่องจากผู้ชุมนุมมีจำนวนมากจนล้ำลงไปบนพื้นผิวการจราจร ทำให้การจราจรเริ่มติดขัด และการสื่อสารระหว่างนายสมบัติกับมวลชนเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะไม่มีเครื่องขยายเสียง และไม่มีแกนนำชัดเจน ทางตำรวจจึงอนุญาตให้นายสมบัติใช้รถกระจายเสียงเพื่อกระจายมวลชนบางส่วนไป ที่วัดปทุมฯ

         นายสมบัติ ยอมรับว่า แม้สถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มความรุนแรงใดๆแต่เห็นปัญหาถึงการไม่มีแกนนำที่ชัดเจนคอยสื่อสารกับผู้ชุม นุม จึงต้องพยายามกระจายมวลชนไปยังพื้นที่สำคัญที่สามารถรำลึกเหตุการณ์ได้ โดยเบื้องต้นยืนยันว่าจะพยายามทำความเข้าใจกับมวลชน ไม่ให้ปิดกั้นการจราจรถาวร แต่อาจจำเป็นต้องชุมนุมบนพื้นผิวจราจรบ้าง

 ทั้งนี้ แม้นายสมบัติพยายามนำมวลชนบางส่วนกระจายไปที่วัดปทุมวนาราม แต่มีเพียงบางส่วนที่ตามเข้าไป แต่มวลชนส่วนใหญ่ยังเลือกปักหลักที่แยกราชประสงค์ต่อไป

 ด้านนายโอภาส เพ็ชรมุณี  ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า จากผลกระทบการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงบริเวณสี่แยกราชประสงค์  ล่าสุดมีการนำเครื่องปิดกั้นบนพื้นที่ถนน  ส่งผลให้ขณะนี้ ขสมก.ต้องตัดเสริมเส้นทางที่วิ่งผ่านถนนพระราม 1  มุ่งหน้าปทุมวันและถนนราชดำริ  ซึ่งผ่านพื้นที่ที่มีการปิดกั้น  ส่งผลให้รถเมล์  13  เส้นทาง ตัดเสริมและไม่ผ่านเส้นทางดังกล่าว  ประกอบด้วย  สาย  501,  514,  2,  511,  13,  77,  15,  76,  79,  505,  54,  73  และ  204  ซึ่งจะมีการตัดเส้นทางจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและ ขสมก.จะติดตามการชุมนุมอย่างใกล้ชิด

 นายอาณัติ  อาภาภิรมย์  กรรมการบริษัทรำลึกถึงเหตุการณ์ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส  เปิดเผยว่า  จากการรวมตัวของกลุ่มคนเสื้อแดง  เพื่อรัฐประหารและการชุมนุมในช่วงที่ผ่านมาบริเวณสี่แยกราชประสงค์  ในขณะนี้ บีทีเอส ยังคงเดินรถตามปกติ  อย่างไรก็ตามได้มีการประสานงานด้านการข่าวกับศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ ฉุกเฉิน (ศอฉ.)  อย่างใกล้ชิด  และจะมีการรายงานความคืบหน้าผลกระทบที่จะมีการเดินรถให้ ศอฉ.ทราบตลอด

 ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยนั้น ได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่สถานีเต็มอัตรา  และ     จะมีการพิจารณาว่าจะหยุดเดินรถหรือไม่  หากการชุมนุมมีการขยายตัวมากขึ้น  เรื่องนี้บีทีเอส จะตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารและทรัพย์สินบริษัท  รวมถึงประสิทธิภาพในการเดินรถ ซึ่งประเด็นดังกล่าวหลังจากนี้จะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 ด้านนายรณชิต  แย้มสะอาด  รองผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)  กล่าวว่า  ในวันนี้ (19 ก.ย.)  แม้จะเป็นวันอาทิตย์  แต่ รฟม.ได้มีการสั่งให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เข้าทำงานเต็มอัตรา  โดยแต่ละสถานีของรถไฟฟ้าใต้ดินจะมีกำลังอัตราเจ้าหน้าที่ตรวจดูแลความ ปลอดภัย  3  กะ  24  ชั่วโมง  กะละอย่างน้อย  2  คน  รวมทั้งการใช้กล้องทีวีวงจรปิดหรือซีซีทีวี ในการติดตามผู้ใช้บริการทั้งด้านบนและด้านล่าง ขณะเดียวกันจะมีการตรวจตราผู้โดยสารที่จะเข้าออกสถานีอย่างเข้มงวดด้วย รวมทั้งจะมีการติดตามสถานการณ์การชุมนุมต่อไปอย่างใกล้ชิด