ข่าว

ปชป.เสนอ8แนวทางเร่งรัฐทำ3จีให้เป็นรูปธรรม

ปชป.เสนอ8แนวทางเร่งรัฐทำ3จีให้เป็นรูปธรรม

19 ก.ย. 2553

"ปชป." เสนอ 8 แนวทาง เร่งรัฐทำ 3 จี ให้เป็นรูปธรรม ชี้เพื่อผลประโยชน์ปชช.สร้างความทัดเทียมเพื่อนบ้าน

(19ก.ย.) นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีการระงับการประมูลโครงข่ายโทรศัพท์ ความเร็วสูง 3จี ว่า พรรคประชาธิปัตย์อยากให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนเร่งแก้ไขวิกฤติจากการชะลอการประมูล โดยถือโอกาสในช่วงที่รอการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) และการออกคำวินิจฉัยสุดท้ายของศาลปกครอง เพื่อใช้ในการปฏิรูปโทรคมนาคมและระบบสารสนเทศทั้งประเทศอย่างเป็นระบบ โดยพรรคได้กำหนดยุทธศาสตร์ 8 ประการเพื่อให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรมภายในสิ้นปีนี้

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า1. เร่งให้ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ให้ผ่านความเห็นชอบและการพิจารณาของกรรมาธิการร่วมให้ทันภายในสมัยประชุมสภานิติบัญญัติ เพื่อให้กระบวนการคัดสรรผู้มาดำรงตำแหน่งได้สามารถเริ่มต้นภายในต้นปีหน้า เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการดำเนินการให้สัญญาทางการให้การบริการโทรคมนาคมทุกระบบ 2. ขอให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของสัมปทาน บริษัท กสท. โทรคมนาคม และสำนักคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กสท.) และกระทรวงการคลัง เดินหน้าขับเคลื่อนแผนการแปรสัญญาสัมปทานโทรคมนาคม กับผู้ให้บริการเดิมทั้งหมด ภายใต้แผน K2 อย่างเร่งด่วนเพื่อที่จะสร้างการมีส่วนร่วมในการในการใช้โครงข่ายร่วมกันที่มีการลงทุนมากแล้วภายใต้ฐานเทคโนโลยี 2 จีเดิม และให้สัญญาดังกล่าวนั้นเป็นไปอย่างถูกต้องตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีข้อวินิจฉัยว่าสัญญาเกือบทั้งหมดที่เป็นสัญญาธรรมดาที่ทำไว้นั้นมีข้อกำหนดหลายส่วนที่ขัดต่อกฎหมาย เช่นพ.ร.บ.ร่วมทุน และกฎหมายอื่นๆ

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า 3.ขอให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เร่งขับเคลื่อนแผนบอร์ดแบนด์แห่งชาติ เพื่อให้การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงนั้น ถือว่าเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่นเดียวกับ ถนน น้ำ ไฟฟ้า เพื่อให้คนไทย 80 % สามารถเข้าถึงบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง คือ 200เมกกะบิตเพอเซกขึ้นไปครบถ้วนภายใน 5 ปี เพื่อลดความเลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี 4.ขอให้รัฐ ร่วมกับ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทช.) ผลักดันการคงสิทธิ์เลขหมาย ข้ามเครือข่ายตาม พ.ร.บ. โทรคมนาคมฯ ปี 2543 ซึ่งขณะนี้ถือว่ามีผลบังคับใช้แล้ว โดยให้ภายในปีนี้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทุกคนในทุกค่ายสามารถที่โอนหมายเลขโทรศัพท์หมายเลขเดิม ข้ามไปยังผู้ให้บริการค่ายอื่น ถือว่าเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ของผู้บริโภคที่เป็นคนไทย ที่กฎหมายได้กำหนดไว้แล้ว

 นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า 5.ขอให้ขับเคลื่อนการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจทั้งองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย การสื่อสารทันที โดยให้รัฐวิสาหกิจเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานที่ขณะนี้รูปแบบการผูกขาดโดยรัฐวิสหกิจ ในช่องทางการสื่อสารต้นน้ำอินเตอร์เน็ตทำให้การแข่งขันของให้บริการอินเตอร์เน็ตเป็นไปอย่างไม่สมบูรณ์ และต้นทุนโครงสร้างราคายังสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มภูมิภาคอยู่พอสมควร ในขณะเดียวกันก็มีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อจะเตรียมการนำรายได้จากสัญญาสัมปทาน ส่งต่อให้กับรัฐผ่านหน่วยงาน กสทช. ตามที่กฎหมายระบุไว้ พร้อมกันนั้นต้องมีการสะสางค่าชดเชยที่ทั้ง 2หน่วยงานได้จ่ายให้กับคู่สัญญาตลอดช่วงเวลา10 ปี ที่ผ่านมานับหมื่นล้านในลักษณะของค่าโง่ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ค้างคามาในเรื่องของสัญญาทางปกครองที่หน่วยงานทั้งสองมีในลักษณะสัญญาสัมปทานกับคู่สัญญาเอกชน

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า 6 .ขอให้รัฐเร่งการบูรณาการ การใช้โครงข่ายพื้นฐานทางโทรคมนาคม ไม่ให้เกิดการผูกขาดโดยเอกชนภายใต้รูปแบบสัญญาปัจจุบัน ทำให้เกิดการลงทุนซ้ำซ้อน โดยการผลักดันการบูรณาการภายใต้แผน OPEN Access Model เพื่อให้ผู้ให้บริการทุกคนสามารถเข้าและเชื่อมต่อกับโครงข่ายพื้นฐาน ได้ในราคาที่เป็นธรรม ป้องกันการผูกขาด และ ไม่สร้างอุปสรรคในลักษณะต้นทุนราคา เพื่อให้บริการไปตกถึงมือประชาชนนั้นอยู่ในโครงสร้างราคาที่ถูกกว่าปัจจุบัน 7. ขอให้รัฐบาลเร่งกำหนดกรอบเวลาการตั้งศูนย์อินเตอร์เน็ตชุมนุม ความเร็วสูง เพื่อให้คนไทยในประเทศนั้นสามารถที่จะใช้ระบบบริการสารสนเทศทางอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงตามชุมชนโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาล และชนบท

 นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า  8. เตรียมการวางระบบดิจิทรัลสำหรับบริการโทรทัศน์ วิทยุ ทั่วประเทศโดยจะต้องมีการวางโครงข่ายพื้นฐาน และยกเครื่องระบบฐานการส่งต่อคลื่นความถี่ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเพิ่มช่องทางในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารควบคู่กับการยกเครื่องระบบเคเบิลท้องถิ่นและวิทยุชุมชนทั่วประเทศเพื่อรองรับการกำหนดนโยบายของคณะกรรมการกสทช. ที่จะตั้งทันที่ทีกฎหมายฉบับใหม่บังคับใช้

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวด้วยว่า พรรคมีความเห็นว่ายุทธศาสตร์ทั้ง 8 ข้อจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความเป็นธรรมทางด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ และข้อมูลซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างโอกาส และลดความเลื่อมล้ำของช่องว่างในการเข้าถึงบริการเหล่านี้ให้กับคนไทย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวสร้างความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศให้ทัดเทียมการแข่งขันเศรษฐกิจที่อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลของความรู้ต่อไปในอนาคต