
ผบ.ตร.สั่งเกาะติดเสื้อแดงขู่ป่วนจับทันที
"ผบ.ตร."กำชับ ผบช.ทุกพื้นที่ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ เกาะติดเสื้อแดง รายงานทุกครึ่งชั่วโมง ขู่แกนนำม็อบ หากป่วนจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย ยันตามขั้นตอนการปฏิบัติทุกขั้นตอน ขีดเส้นตายเลิกชุมนุม 2 ทุ่ม
(19ก.ย.) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ประธานการประชุม ศปก.ตร.เพื่อประเมินสถานการณ์ชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา (สบ.10) เทียบเท่า รองผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต ผบช.สทส. โดย พล.ต.อ.วิเชียร ใช้วีดีโอคอนเฟอเรนซ์สอบถามสถานการณ์กับ ผบช.ในพื้นที่ที่มีการรวมตัวนัดชุมนุมของกลุ่ม นปช.พร้อมกำชับให้ยึดหลักกฎหมาย ไม่ให้ฝ่าฝืน หรือละเมิดสิทธิคนอื่น
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ได้ประชุมซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติกับ ผบช.ทุกพื้นที่ และมีคำสั่งให้ทุกหน่วยเกาะติดและรายงานสถานการณ์ให้ ศปก.ตร.ทราบทุกครึ่งชั่วโมง เพื่อประโยชน์ในการสั่งการคลีคลายสถานการณ์ สำหรับพื้นที่ภาค 5 กำชับไม่ให้ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่อนุญาตให้จัดตั้งเวที ต้องการให้ กลุ่ม นปช.เลิกกิจกรรมในช่วงเวลา 20.00 น.เท่านั้น
"ขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปตามอำนาจหน้า จะแก้ไขปัญหาโดยไม่ยอมให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยทำ ขณะนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงสถานการณ์ ขณะนี้จะพยายามเพิ่มกล้องวงจรปิด ตามสถานที่สำคัญทุกจุดเท่าที่จะทำได้ จุดใดที่เป็นช่องโหว่ มีความเสี่ยงสูงต้องติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการป้องกันความปลอดภัย"พล.ต.อ.วิเชียร กล่าว
ผบ.ตร. กล่าวว่า การชุมนุมประท้วงของทุกกลุ่มไ ด้กำชับให้ยึดถือนโยบายของรัฐบาล ไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมาย และละเมิดสิทธิคนอื่น จะไม่ให้เคลื่อนไปมา เพราะอาจจะทำให้เกิดการกระทบกระทั้งได้ง่าย แกนนำม็อบต้องมีส่วนรับผิดชอบหากมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น การนัดชุมนุมแกนนำต้องควบคุมได้ ไม่มีเจตนาที่เล็งผลให้มีเหตุเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้การเจรจาเป็นหลัก หลีกเลี่ยงการทำให้การแก้ไขปัญหาบานปลาย หากมีการฝ่าฝืนเกินเลยขอบเขตของกฎหมาย มีผู้คนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน เจ้าหน้าที่อาจจำเป็นต้องใช้การบังคับใช้กฎหมาย เพื่อไม่ให้กระทบต่อคนอื่น แต่ได้กำชับให้ผู้ปฎิบัติ ชี้แจงขั้นตอนการปฏิบัติทุกขั้นตอน เพื่อไม่ให้เกิดเป็นเงื่อนไขของกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะนี้ได้นำยุทธวิธีตามหลักสากลที่สหประชาชาติมาปรับใช้ในเรื่องการควบคุมฝูงชน โดยใช้ ศปก.ตร.เป็นเครื่องมือในการบังคับสั่งการให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน



