ข่าว

แม้วเปิดหน้ารบเดิมพันชาติ-ประชาชน

แม้วเปิดหน้ารบเดิมพันชาติ-ประชาชน

30 มี.ค. 2552

การออกมา “ถล่ม” ไม่ยั้งมือของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยยิงไปที่ผู้ใหญ่ของเมืองบ้าน เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือในฐานะ "เสาหลักของกองทัพ"

 ออกมาแฉว่า “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ คือ ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ และ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการโค่นล้มระบอบทักษิณ กับเหตุการณ์ “ปฏิวัติ-รัฐประหาร” เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549

 ประกาศว่า พล.อ.เปรม คือ “ตัวจริง” ในการโค่นล้มระบอบทักษิณ มี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี “เป็นตัวรอง” และเป็นผู้เดินเกม

 การพุ่งเป้าไปที่ “องคมนตรี” ทำให้ ณ วันนี้ “ทำเนียบองคมนตรี” เกิดความ “สั่นคลอน” ไม่น้อย โดยเฉพาะในเรื่องความศรัทธาต่อสถาบันอันทรงเกียรติ

 แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่นอกเหนือความคาดหมาย !

 การออกมาสู้แบบ “สุนัขจนตรอก” ถูกฟันธงล่วงหน้าแล้ว ว่าสักวัน รายการ "ล้างแค้น” และ “เอาคืน” พล.อ.เปรม ต้องเกิดขึ้น เพื่อระบายความเจ็บช้ำที่อัดแน่นในอก

 ขณะเดียวกัน ก็เป็นการตอกย้ำเสียงเล่าลือในก่อนหน้านี้ว่า ระหว่าง อดีตนายกรัฐมนตรี กับประมุขบ้านสี่เสาฯ อยู่ในสภาพ น้ำกับน้ำมัน ตั้งแต่เมื่อครั้งฝ่ายแรกเรืองอำนาจในฐานะนายกรัฐมนตรี

 เรื่องราวที่สั่งสมมานาน ประกอบกับอาการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ใช้ความรุ่งเรืองเป็นเครื่องมือกรุยทางครองอำนาจให้ยาวนานที่สุด และปลอดการตรวจสอบให้มากที่สุด จนสุดท้ายติด "กับดักแห่งอำนาจ" ที่ตนเองถักทอมันขึ้นมากับมือ

 แน่นอนว่า ในฐานะผู้สูญเสียย่อมเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องราวตรงจุดนั้น

 ขณะเดียวกันในส่วนของฝ่ายความมั่นคง ที่อยู่ในฐานะ "ผู้อ่าน" สถานการณ์นับจากนี้ ก็ฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า เมื่อเปิดฉากรบแล้ว เกมต่อไปของ พ.ต.ท.ทักษณ ก็คือ “รัฐบาล-กองทัพ” โดยเฉพาะผู้นำรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ถูก “จองกฐิน” เป็นรายต่อไป

 เมื่อเลือกเส้นทางนี้แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ย่อมรู้ว่า ถือเป็นการ “ปิดตาย” เส้นทางที่จะเดินทางกลับเข้าประเทศไทย

 ในเมื่อศัตรูของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ละคนที่พูดถึงนั้น ปักหลักมั่นในประเทศแล้ว ต่อให้ปลุกเสื้อแดงได้ทั่วประเทศ พ.ต.ท.ทักษิณจะกล้ากลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดได้หรือ

 ส่วน “กองทัพ-รัฐบาล” นั้นกลับมีการบ้านข้อใหญ่ที่จะต้องเร่งหาวิธีสกัด “จุดอ่อน” ของตัวเอง เพราะสถานการณ์วิกฤติ “คนเสื้อแดง” อาจจะเกิดความรุนแรงได้ทุกเมื่อ

 จุดอ่อนของ “กองทัพ-รัฐบาล” คือไม่ตอบโต้ ทำให้ฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณเปิดเกมรุกอย่างต่อเนื่อง โดยกระแสข่าวในก่อนหน้านี้ว่า "จุดตาย" ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ อยู่ที่การปิดสนามบินสุวรรณภูมิ

 เรื่องราวข่าวลือว่า "คนเสื้อน้ำเงิน" ที่ไปวางตัววางกำลังเตรียมไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อสกัดคนเสื้อแดงนั้น ดูท่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะในแวดวง "ความมั่นคง" เขาเรียกขานและยอมรับว่า "กองทัพสีน้ำเงิน" นั้นมีตัวตนอยู่จริง

 ว่ากันปากต่อปาก หน่วยเฉพาะกิจชุดนี้ ประกอบด้วยกำลังพลจาก กองพลปืนใหญ่ต่อสู้อากาศ (ปตอ.) ตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งได้ฟังก็ยังงงที่ ปตอ.กับ ตชด.จะทำงานร่วมกัน แต่ที่งงเข้าไปอีกก็คือ เสื้อน้ำเงินส่วนหนึ่งมาจาก "พลเรือน" อันมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับกลุ่ม "เพื่อนเนวิน"

 สถานการณ์ประเทศไทยกลับเข้าสู่จุดวิกฤติอีกครั้งหลังจากได้โอกาสหายใจหายคอมาเกือบ 3 เดือน

 คำว่า “ประชาธิปไตย” ถูกนำมาผลิตซ้ำ เพื่อแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ บางฝ่าย บางคนถึงกับเป็นเครื่องมือทำมาหากิน

 และนั่นก็ทำให้ “รัฐบาล-กองทัพ” กลับเข้าไปอยู่ในสถานการณ์วิกฤติอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่จะเลือก "ให้ราคา" ออกมาสวนกลับด้วยวิธี "เกลือจิ้มเกลือ" หรือนิ่งเฉยไม่ยอมเป็นพายุกระพือโหมให้ไฟที่กำลังลุกไหม้ขยายวงกว้าง

 ทุกสถานการณ์ที่จะตัดสินใจล้วนแต่มีประเทศชาติและประชาชนคนไทยทุกคนเป็นเดิมพัน


ทีมข่าวความมั่นคง