
ร่วมเรียนรู้กับ"ฟิวเจอร์สดอกเบี้ย"
ระยะนี้อากาศบ้านเราค่อนข้างแปรปรวน แถมไข้หวัดก็ระบาดติดกันงอมแงม จน "คุณขวัญชนก วุฒิกุล" คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ "วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน" ต้องขอพักผ่อนนอนที่โรงพยาบาล เพื่อพักฟื้นร่างกายให้แข็งแรงดังเดิม...ช่วยส่งกำลังใจให้คุณขวัญชนกหายจากอาการป่วยไข้ในเ
และเมื่อนักเขียนประจำไม่อยู่ ตัวสำรองอย่างดิฉันก็ขออาสามาทำหน้าที่นี้แทนค่ะ
ต้องบอกก่อนว่าทุกวันนี้โลกเราเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก สิ่งใหม่ๆ เข้ามา ทำให้เราต้องพัฒนาตัวเองให้ทันสมัยเพื่อให้เข้ากับกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ให้ได้ เช่นเดียวกับตลาดเงินตลาดทุนในบ้านเรา ที่ทุกวันนี้มีสินค้าใหม่ๆ เข้ามา ทำให้นักลงทุนต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องเฉพาะนักลงทุนในตลาดเงินและตลาดทุนเท่านั้น เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้เชื่อว่าจะต้องเกี่ยวพันกับการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าเงินของเราๆ ท่านๆ ไม่มากก็น้อย ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
หรือแม้ว่าจะยากต่อการทำความเข้าใจ แต่ก็ขอให้ติดตาม เกาะติดกับกระแสการลงทุนและความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามานี้ไว้หน่อยก็น่าจะดี
ดังนั้นวันนี้จะพาท่านผู้อ่านไปติดตามความคืบหน้าของ "ตลาดอนุพันธ์" ที่ภายในปีนี้กำลังจะมีสินค้าใหม่เข้ามาเพิ่มอีก เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุนและผู้ประกอบการ ในการบริหารความเสี่ยงซึ่งกก่อนหน้านี้หรือราวต้นเดือนสิงหาคม 2553 ตลาดอนุพันธ์เพิ่มเปิดให้ซื้อขายสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (โกลด์ ฟิวเจอร์ส) ขนาด 10 บาท
สินค้าใหม่ที่ว่านี้คือ ฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ย หรือพันธบัตรรัฐบาล (อินเทอร์เรสต์ เรต ฟิวเจอร์ส) ซึ่งจะทยอยเปิดซื้อขายภายในปีนี้ 3 ตัว คือ ฟิวเจอร์สของอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี (5-เยียร์ กอฟเวอร์เม้นท์ บอนด์ ฟิวเจอร์ส) และให้ซื้อขายฟิวเจอร์สของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอีก 2 ตัว ได้แก่ THBFIX ประเภท 6 เดือน (6-มันธ์ THBFIX ฟิวเจอร์ส) และฟิวเจอร์สของอัตราดอกเบี้ย ไบบอร์ ประเภท 3 เดือน (3-มันธ์ ไบบอร์ ฟิวเจอร์ส)
เกี่ยวกับ "ฟิวเจอร์สของอัตราดอกเบี้ยพันธบัตร" ซึ่งทางตลาดอนุพันธ์จะเปิดให้ซื้อขายก่อนใครเป็นตัวแรกและได้กำหนดวันซื้อขายแล้วคือวันที่ 18 ตุลาคม 2553 นั้น นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการบริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรียบร้อยแล้ว
โดยจะอ้างอิงกับกลุ่มพันธบัตรที่มีอายุคงเหลือ 4-6 ปี ที่มีมูลค่าคงค้างต่อรุ่นตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป โดยจะใช้การชำระราคาเป็นเงินสด ไม่มีการส่งมอบพันธบัตรจริง ซึ่งเป็นวิธีการที่ตลาดอนุพันธ์ในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ใช้ในการดำเนินงานในการพัฒนาและจัดทำฟิวเจอร์สของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งทางทีเฟ็กซ์จะประกาศรายชื่อพันธบัตรในกลุ่มที่ใช้เป็นตัวแทนนี้ให้ทราบโดยทั่วกันก่อนที่สัญญาฟิวเจอร์สนั้นจะเริ่มซื้อขายจริง
ส่วน "ฟิวเจอร์สของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นประเภท 6 เดือน" หรือ THBFIX ซึ่งจะทยอยเปิดซื้อขายภายในปี 2553 เช่นกัน เป็นอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินใช้อ้างอิงสำหรับการทำธุรกรรมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และคำนวณโดย ธอมสัน รอยเตอร์ส โดยฟิวเจอร์สของอัตราดอกเบี้ย THBFIX ประเภท 6 เดือนที่จะซื้อขายนี้ จะมีขนาดของสัญญาเท่ากับ 10 ล้านบาท และกำหนดให้ชำระราคาเป็นเงินสด
ขณะที่ฟิวเจอร์สของอัตราดอกเบี้ย ไบบอร์ ประเภท 3 เดือนนั้น ถือเป็นสินค้าที่ตลาดอนุพันธ์จัดให้มีการซื้อขายเพิ่มขึ้นมาใหม่แต่ก็มีเป้าหมายที่จะเปิดให้ซื้อขายก่อนสิ้นปี 2553 ความคืบหน้าในขณะนี้อยู่ระหว่างการขอความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ส่วนที่จัดทำขึ้นมานี้ก็เพื่อต้องการให้สอดคล้องกับแผนงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการพัฒนาตลาดการเงินไทย และเป็นทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนระยะสั้นของผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมีการกู้ยืมหรือมีต้นทุนธุรกรรมที่อ้างอิงกับดอกเบี้ยไบบอร์
"เชื่อว่าการจัดให้มีการซื้อขายฟิวเจอร์สของอัตราดอกเบี้ยนี้ จะช่วยพัฒนาตลาดทุนไทยให้มีสินค้าหลากหลาย และเพิ่มทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงให้แก่ผู้ลงทุน รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ไทย ที่มีขนาดใหญ่กว่า 6 ล้านล้านบาทในปัจจุบัน ให้เติบโตต่อไปอย่างมีเสถียรภาพตามนโยบายของภาครัฐ" นางเกศรา กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากจะพูดถึงเรื่องการลงทุนแต่ละครั้ง ต้องบอกว่าการลงทุนนั้นมีความเสี่ยง การจะหลงเข้าไปโดยที่เราไม่มีความรู้พื้นฐานใดๆ เลย ผู้ลงทุนที่ชาญฉลาดเขาไม่ทำกันค่ะ แต่สำหรับท่านใดที่อยากจะศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง "ฟิวเจอร์สของอัตราดอกเบี้ย" นี้แล้วล่ะก็ ได้ข่าวแว่วๆ มาว่าตลาดอนุพันธ์เตรียมจะให้ข้อมูลความรู้ในเรื่องนี้แก่ผู้ลงทุนอย่างจริงๆ จังๆ ก็ขอให้ติดตามกันต่อไปได้
อนัญชนา สาระคู



