
เสื้อแดงรวมพลคึกคักรำลึก4ปีรัฐประหาร
"มาร์ค" ย้ำมีคนจ้องฉวยโอกาสก่อเหตุรุนแรงช่วงเสื้อแดงเคลื่อนไหว ด้านศอฉ.เชื่อมือทหาร-ตำรวจ คุมแดงอยู่ ขณะที่เสื้อแดงคึกคักเคลื่อนพลร่วมรำลึก 4 ปีรัฐประหาร ส่วนตำรวจวางกำลังเข้มแดงชุมนุม กทม. สั่งดูแลจุดล่อแหลม-ตึกสูงสกัดเอ็ม 79 ป่วน
(18ก.ย.) ความวิตกกังวัลเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 19 กันยายน ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องหามาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น ซึ่งความกังวลดังกล่าวเริ่มทวีคูณขึ้นหลังจากอาวุธในคลังแสงจังหวัดลพบุรีหายไปอย่างไร้ร่องรอย ประกอบกับในช่วงเวลาใกล้เคียงกลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมจัดการชุมนุมเพื่อระลึก 4 ปีรัฐประหาร ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเป็นห่วงพร้อมย้ำว่ามีกลุ่มคนจ้องฉวยโอกาสใช้ช่วงที่กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวทางการเมืองก่อเหตุรุนแรงเพื่อให้บ้านเมืองวุ่นวาย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการรับมือการเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเปิดเผยถึงรายงานจุดเสี่ยงต่างๆ ที่ต้องติดตามดูว่า วันนี้ต้องแยกกัน เพราะวันนี้มีกลุ่มที่ต้องการจัดกิจกรรมกับปัญหาการเคลื่อนไหวที่ไปเกี่ยวกับเหตุรุนแรงที่ผ่านมาก็เป็นอีกส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่ติดตามเหตุการณ์อยู่ ส่วนที่ถามว่า การมารวมตัวกันจำนวนมาก ๆ การข่าวมีรายงานเหตุรุนแรงหรือไม่นั้น คงยังไม่มีอะไร แต่ต้องระวังพวกฉวยโอกาส ซึ่งเจ้าหน้าที่มีมาตรการในการเฝ้าระวังและติดตามอยู่
เมื่อถามว่า กลุ่มฉวยโอกาสนั้นเป็นลักษณะใด นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มันมีกลุ่มคนที่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวายมีความรุนแรง โดยอาศัยเกาะเกี่ยวอยู่กับกระบวนการเวลาที่มีการเคลื่อนไหวในเชิงมวลชน จุดตรงนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามที่จะขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ทุกความเคลื่อนไหวที่มีการรายงานเจ้าหน้าที่มีการติดตามอยู่ตลอดเวลา ส่วนที่ถามว่า วันนี้ยังมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่หรือไม่นั้น เรื่องนี้ยอมรับว่า บางส่วนก็เป็นการเมือง
นายกรัฐมนตรีตอบข้อถามผู้สื่อข่าวกรณีการเคลื่อนไหวในขณะนี้เชื่อมโยงกับอาวุธที่หายไปจากคลังแสงจังหวัดลพบุรีหรือไม่ว่า ยังไม่มีตัวสรุปออกมาอย่างนั้น ในส่วนของความคืบหน้าอาวุธที่หายไปนั้นยังไม่ชัดเจนว่าไปอยู่ที่ไหน อย่างไรก็ตามขณะนี้กองทัพกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ โดยเฉพาะจำนวน ส่วนอาวุธที่หายไปเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองขณะนี้หรือไม่ ยังไม่สามารถสรุปได้ แต่กำชับเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นแล้ว
ส่วนที่ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าอาวุธในคลังแสงจังหวัดลพบุรีหายไปจริงๆ ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กองทัพจะเป็นผู้ชี้แจงซึ่งรายละเอียดขอให้กองทัพเป็นผู้ชี้แจงเป็นการดีที่สุดเพราะหน่วยเขาจะทราบ
ศอฉ.เชื่อทหาร-ตร.คุมแดงอยู่
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แหล่งข่าว ศอฉ.เปิดเผยว่า วันนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ไม่ได้เดินทางามายังกองบัญชาการกองทัพบก ซึ่งตั้งเป็นสถานที่ตั้ง “วอร์รูม” เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง มีเพียงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในการติดตามสถานการณ์เคลื่อนไหวต่างๆ หลังจากที่ ศอฉ.มีคำสั่งให้ในช่วงวันที่ 17-18 และ 19 กันยายนนี้ ให้จัดเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยเท่านั้น เพราะเกรงว่าจะมีกลุ่มมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์วุ่นวาย
อย่างไรก็ตาม 2 วันที่ผ่านมา ถือว่าโชคดีที่สถานการณ์บ้านเมืองไม่ได้เกิดความวุ่นวาย ตอนนี้ก็รอลุ้นคือในวันที่ 19 กันยายนนี้ ที่เป็นวันครบรอบเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารครบ 4 ปี และ 4 เดือนของเหตุการณ์กระชับวงล้อมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ศอฉ.มั่นใจว่าสถานการณ์ไม่น่าจะมีอะไรรุนแรงและกำลังทหารและตำรวจที่เตรียมไว้ในการดูแลก็น่าจะเพียงพอ เพราะเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งนี้น่าจะเป็นเพียงเชิงสัญลักษณ์มากกว่าที่จะทำให้เกิดความรุนแรง
พบแผนก่อวินาศกรรม 3 จุด
มีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวว่ากลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมืองเตรียมที่จะก่อเหตุป่วนบ้านเมืองอีกครั้ง โดยกลุ่มผู้ไม่หวังดีเตรียมที่จะก่อเหตุร้ายในพื้นที่ 3 เป้าหมายหลัก คือ 1.บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือเอ็มอาร์ที ตัดกับสถานีรถไฟฟ้าลอยฟ้า หรือบีทีเอส ที่บริเวณแยกอโศก 2.บริเวณสถานีรถไฟฟ้าลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างแยกอ่อนนุชกับแยกตากสิน และ 3.บริเวณสะพานพระราม 9 หรือสะพานแขวน โดยกลุ่มคนไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมืองได้กำหนดวันเวลาในการปฏิบัติการคือในวันที่ 6-7 กันยายน ที่ผ่านมา แต่ข่าวการก่อเหตุได้เกิดรั่วไหลไปถึงหน่วยงานด้านความมั่นคง จึงเลื่อนการปฏิบัติการออกไปอย่างไม่มีกำหนด ขณะเดียวกันหน่วยงานด้านความมั่นคงจึงได้จัดชุดปฏิบัติการพิเศษเคลื่อนที่เร็วขึ้นมา โดยมีการสนธิกำลังจากตำรวจและทหาร พร้อมกับมีการตั้งชุดปฏิบัติการด้านการข่าวในการเกาะติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเหล่านี้ เพื่อป้องกันเหตุการณ์รุนแรงที่จะเกิดขึ้น
สั่งกรมสรรพาวุธเช็กอาวุธด่วน
แหล่งข่าว ศอฉ.เปิดเผยถึงเรื่องอาวุธสงครามที่หายไปจากค่ายทหาร จ.ลพบุรีว่า ขณะนี้ยังตรวจสอบไม่ได้ว่ามีอาวุธสงคราม อาทิ จรวดอาร์พีจี ลูกระเบิดแบบเอ็ม 67 ลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 และอาวุธปืนอาก้า เอ็ม 16 และทาโว่ หายไปจากคลังแสงของกองสรรพาวุธกลางที่ 2 กรมสรรพาวุธทหารบก จ.ลพบุรี จริงหรือไม่ ขณะนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก สั่งให้มีการตรวจสอบในรายละเอียดแล้ว
อย่างไรก็ตาม ข่าวอาวุธสงครามหายในพื้นที่ จ.ลพบุรี ได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว โดยหลังจากที่มีข่าวว่าอาวุธสงครามหาย ผู้บังคับหน่วยที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรี อาทิ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ศูนย์การบินทหารบก และข่าวอาวุธในคลังแสงที่ จ.ลพบุรี ก็สั่งเช็กอาวุธที่อยู่ในคลังแสงทันที แต่เบื้องต้นก็ไม่พบว่ามีอาวุธในคลังแสงของแต่ละหน่วยหายไป
จนท.เข้ม 3 จุดเสี่ยงกทม.
วันเดียวกัน พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่า ตำรวจพร้อมดูแลความสงบการชุมนุมของกลุ่ม นปช. บริเวณแยกราชประสงค์ ในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ย.) โดยเตรียมกำลังรวม 1,800 นาย จากตำรวจปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจนครบาล 5 และ 8 ดูแลพื้นที่โดยรอบ พร้อมสั่งตั้งด่านตรวจค้นอาวุธ และบุคคลต้องสงสัยบริเวณโดยรอบแยกราชประสงค์ ป้องกันมือที่สามเข้าไปสร้างสถานการณ์ตามแผนพิทักษ์เมือง
นอกจากนี้ ยังดูแลสถานที่สำคัญ 3 จุด เป็นพิเศษ คือบ้านพักบุคคลสำคัญ สถานีรถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน พร้อมสั่งบันทึกภาพและเสียงการชุมนุม หากพาดพิงบุคคลที่สาม หรือฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมเชื่อว่า การชุมนุมจะไม่ยืดเยื้อ
อังกฤษเตือนประชาชนอย่าเสี่ยง
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่ากระทรวงต่างประเทศและคอมมอนเวลธ์ (เอฟซีโอ) แห่งสหราชอาณาจักร ได้ออกแถลงการณ์เตือนประชาชนชาวอังกฤษที่เดินทางมาท่องเที่ยว และอาศัยอยู่ในประเทศไทย ทางเว็บไซต์โดยมีใจความคร่าวๆ ดังนี้ กลุ่มคนเสื้อแดง ได้วางแผนที่จะจัดพิธีรำลึกในกรุงเทพมหานคร และเชียงใหม่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี ของเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2549 ระหว่างวันที่ 17-19 กันยายน โดยจะมีการจัดกิจกรรมพร้อมกันในพื้นที่กรุงเทพฯ อาทิ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สี่แยกราชประสงค์ และสวนลุมพินี ในช่วงบ่ายวันที่ 19 กันยายน โดยประชาชนชาวอังกฤษควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งอาจมีเหตุการณ์รุนแรง
นอกจากนั้น ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุรุนแรง อาทิ การโจมตีด้วยระเบิด ในช่วงวันดังกล่าว โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ อาจมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการเกิดเหตุรุนแรง ซึ่งรวมถึงการโจมตีด้วยระเบิดในช่วงเวลาการรำลึกครบรอบเหตุการณ์การรัฐประหาร ดังนั้นเจ้าหน้าที่ได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเสริมเจ้าหน้าที่ในเขตกรุงเทพฯ ในพื้นที่หลัก ซึ่งรวมถึงรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟใต้ดิน โดยหน่วยปราบจลาจลได้เข้าร่วมในการรักษาความปลอดภัยด้วยเช่นกัน เพื่อควบคุมเหตุการณ์การรำลึกดังกล่าว



