ข่าว

"กรณ์"รับเสียดายหากประมูล3จีต้องล่าช้า

"กรณ์"รับเสียดายหากประมูล3จีต้องล่าช้า

18 ก.ย. 2553

รมว.คลัง ยอมรับเสียดายหากประมูล 3จีต้องล่าช้า แต่ยังดีกว่าให้ กทช.ทู่ซี้ทำไปและมาพบว่าผิดในภายหลัง ความเสียหายอาจจะมากกว่าวันนี้ ชี้รอ กสทช.คลอด คาดไม่เกิน 3-4 เดือน ด้าน "นที" พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาล แขวะอาจข้ามขั้นไปใช้ 4จีในอีก 5 ปีข้างหน้า

(18ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสังคมยังใจจดใจจ่อกับคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด ที่นัดฟังคำสั่งหลังกทช. ยื่นอุทธรณ์ค้านคุ้มครองชั่วคราวคดีที่บมจ.กสท โทรคมนาคม ยื่นฟ้องระงับการจัดประมูลใบอนุญาตให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ไอเอ็มทีระบบ3จีเวลา08.30 น. วันจันทร์ที่ 20 กันยายนนี้ ซึ่งตรงกับวันประมูลที่ได้เตรียมการไว้แล้ว โดยจะเริ่มในเวลา 09.00 น. ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประมูลใบอนุญาต 3จี หากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ชะลอออกไปถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย แต่หากเปรียบเทียบกับการปล่อยให้สำนักงานคณะกรรมการการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดประมูลไปก่อนและตรวจพบภายหลังว่าไม่มีอำนาจตามกฎหมาย อาจทำให้เกิดความเสียหายได้

 "หากรอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสทช.) จะทำให้การประมูลใบอนุญาต 3จี ล่าช้าออกไปประมาณ 3-4 เดือน หาก กสช.จัดตั้งแล้วเสร็จคงไม่มีปัญหาในการประมูลใบอนุญาต 3จี อย่างแน่นอน" นายกรณ์ ระบุ

 รมว.คลังกล่าวเพิ่มเติมว่า การแปรสัมปทานระบบ 2จี เป็นใบอนุญาตนั้น คงจะต้องรอให้มีการจัดตั้ง กสทช.แล้วเสร็จก่อน จึงจะมีการดำเนินการต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันเดียวกัน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กทช.ได้ทวิตเตอร์เกี่ยวกับ 3จี ว่า เกือบสองวันที่ผ่านมาได้ว่างเว้นจากการทวิตเตอร์ เพราะการฟ้องร้องของ กสท โทรคมนาคม ซึ่งตลอด 2 คืนแทบไม่ได้นอน เพราะรอฟังคำสั่งศาล และไม่ว่าคำสั่งของศาลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็พร้อมน้อมรับ แต่ยอมรับว่ากระบวนการออกใบอนุญาต 3จีคราวนี้ หากถูกระงับคงต้องรออีกนาน

 พ.อ.นทีระบุว่า มีผู้ให้ความสนใจมากจนไม่น่าเชื่อ มีสื่อมวลชนจำนวนมากตรวจสอบข่าวตลอดเวลาเกือบ 20 คน ซึ่งต้องรอเช้าวันจันทร์ เวลา 08.30 น. นอกจากนี้ยังมีบางช่วงบางตอนที่ พ.อ.นทีพูดถึงรัฐธรรมนูญ ปี 2540 และรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่กำหนดให้มี กสทช. และพ.อ.นทีเชื่อว่า การแก้ปัญหา กทช.+กสช. มาเป็น กสทช.องค์กรเดียว ยังไม่พิสูจน์ว่าจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ แต่อาจจะทำให้ทั้งหมดไม่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าก็ได้

 ช่วงท้ายพ.อ.นทีระบุว่า บางทีประเทศไทยอาจจะโชคดีไม่ต้องใช้ 3จี หรือ 3.9จี แต่ถ้ารอ กสทช.เราอาจจะก้าวกระโดดครั้งสำคัญไปสู่เทคโนโลยี 4จี หรือสูงกว่าใน 3-5 ปีข้างหน้า

 ด้านนายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงปัญหาเรื่องการประมูลคลื่น 3จี ว่า ทั่วโลกให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและการจัดการข้อมูล แต่ของไทยยังไม่ไปถึงไหน ซึ่งกระทบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศที่กำลังดูทิศทางอยู่ก็ต้องมาปวดหัวว่าประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น ยังเป็นประเทศที่น่าลงทุนอยู่จริงหรือไม่ เมื่อความขัดแย้งไม่มีจุดจบประเทศไทยจะเจริญไม่ได้ สุดท้ายต้องวนอยู่ในอ่างเพราะคิดกันได้ไม่ไกล

 "เรื่องเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ เป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งในอดีตเราเคยตั้งเป้าจะแข่งกับเกาหลีใต้ และขยับมาเป็นอินโดนีเซีย เวียดนาม ต่อไปเราคงต้องแข่งขันกับลาว และอาจต้องเรียกพี่ลาวอย่างแน่นอน" นายดุสิต กล่าว

 นายพิชัย นริพทะพันธ์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วไม่อาจวิจารณ์คำสั่งศาลได้ แต่รู้สึกเสียดายโอกาสการพัฒนาประเทศทางด้านเทคโนโลยี อีกทั้งการลงทุนในเครือข่ายและการคิดค้นการให้บริการเสริมอื่นๆ ต้องหยุดชะงักลง

 นอกจากนี้ การที่เครือข่ายระบบมือถือ 3จี จะถูกนำมาใช้เป็นพื้นฐานสำหรับอินเทอร์เน็ตไร้สายที่จะให้โอกาสแก่นักเรียนในถิ่นทุรกันดารได้มีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ได้เรียนรู้ในสิ่งต่างๆ มากขึ้นต้องสูญเสียไป นับเป็นความเศร้าของประเทศที่จะต้องล้าหลังเขมรและลาวในเรื่องนี้

 ขณะที่ นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวการประมูล 3จี ส่งผลให้สิ้นปี และจนถึงสิ้นปีหน้า (2554) เงินจากการลงทุนสร้างเครือข่าย 3จี และสินเชื่อที่ผู้ประกอบการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์หายไป 5 หมื่นล้านบาท เพราะเงินที่ใช้ในการทำโครงการ 3จี ของผู้ประกอบการสื่อสารที่ชนะการประมูล 2 ราย ส่วนใหญ่เป็นเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ ทำให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งนำโครงการโทรศัพท์ 3จี รวมเข้าไปเป็นเป้าในการปล่อยสินเชื่อในปีนี้

 "ในส่วนของทหารไทยคุยเรื่องการสนับสนุนสินเชื่อให้แก่ผู้ประมูลโทรศัพท์ 3จี ทั้ง 3 ราย การเบิกใช้เงินในการทำโครงการแบ่งออกเป็นหลายระยะ โดยระยะแรกใช้จ่ายค่าใบอนุญาตขึ้นอยู่กับการประมูลในราคาขั้นต่ำ 12,800 ล้านบาท และในช่วงปลายปี และปีหน้าจะเบิกสินเชื่อเพื่อนำไปขยายเครือข่าย" นายปิติ กล่าว

 ทั้งนี้ เป้าหมายการปล่อยสินเชื่อรายใหญ่ของธนาคารมีการรวมสินเชื่อที่จะสนับสนุนโครงการ 3จี เอาไว้แล้ว ดังนั้น เมื่อโครงการชะลอออกไปก็ต้องกลับมาทบทวนใหม่ แต่เชื่อว่าจะส่งผลกระทบไม่มาก เพราะเมื่อโครงการโทรศัพท์ 3จี ยังไม่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการธุรกิจสื่อสารที่เข้าประมูลทั้ง 3 ราย ก็เป็นลูกค้าของธนาคาร บางรายก็มีแผนขยายเครือข่ายเดิม หรือรีไฟแนนซ์เงินกู้เดิม ทำให้สามารถปล่อยสินเชื่อในกลุ่มนี้ได้