
พท.จวกฟังไม่ขึ้นยกกม.ล้างมลทินฟอก"สมคิด"
เพื่อไทยชี้ตั้งสมคิดเพื่อปูนบำเหน็จ ฟังไม่ขึ้นยกพ.ร.บ.ล้างมลทินฟอกตัว "สมชาย"แนะพิจารณาตัวเอง
(18ก.ย.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีปัญหาความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดิอาระเบีย ที่สืบเนื่องจากการที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.)มีมติแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม จากผบช.ภ. 5 เป็นช่วยผบ.ตร.ว่า แม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานก.ตร.อ้างว่าพิจารณาแต่งตั้งถูกต้องตามขั้นตอนระเบียบและหลักอาวุโส ส่วนเรื่องคดีของพล.ต.ท.สมคิดได้รับการล้างมลทินตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการล้างมลทินไปแล้ว เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะผลของการล้างมลทินมีผลแค่ทางวินัย แต่กรณีที่พล.ต.ท.สมคิดถึงฟ้องคดีอาญาต่อศาลเมื่อเดือนก.พ. 2553 ต้องพิจารณาตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ
โดยผบ.ตร.จะมีคำสั่งให้พักราชการหรือออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อผลคดีอาญา แต่ก.ตร.กลับมีคำสั่งแต่งตั้งปูนบำเหน็จให้สูงขึ้นเป็นผช.ผบ.ตร. จึงมองได้ว่าเป็นเรื่องบุญคุณต้องทดแทน ช่วยเหลือพวกพ้องของตนเอง ทำให้อุปทูตซาอุฯติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด รู้สึกไม่สบายใจ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุเสื่อมลงตามลำดับ ล่าสุดนายกฯพบอุปทูตซาอุที่บ้านพิษณุโลกคาดว่าหารือเรื่องความสัมพันธ์ไทยกับซาอุ ที่ทางการซาอุไม่สบายใจ หลักออกแถลงการณ์เรื่องนี้ 3 ครั้งถึงการแต่งตั้งผู้ช่วยผบ.ตร.
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ไม่คุ้มที่เอาผลประโยชน์ของคนคนเดียวไปแลกกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ เหมือนจับประเทศเป็นตัวประกัน ฝ่ายค้านได้ท้วงติงเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น โดยได้ทำหนังสือถึงนายกฯและผบ.ตร.หลังพล.ต.ท.สมคิดถูกฟ้องคดีอาญา แต่กลับไม่รับฟัง ทำให้เรื่องบานปลายเป็นปัญหากระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลบริหารราชการแผ่นดิน ยึดผลประโยชน์ของพวกพ้องเป็นหลักมากกว่าคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
ดังนั้นขอร้องเรียนไปยังนายกฯและนายสุเทพ โปรดใช้ภาวะผู้นำปฏิบัติตามกฎหมายและความถูกต้องชอบธรรม โดยปฏิบัติตามมาตรา 95 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ สั่งพักราชการพล.ต.ท.สมคิด หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน ที่ทำให้ได้ประโยชน์หลายด้านพร้อมกัน ทั้งทำให้ความสัมพันธ์ไทยกับซาอุดีขึ้น และยังเป็นการรักษากฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่เลือกปฏิบัติ อีกทั้งยังป้องกันไม่ให้พล.ต.ท.สมคิดใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตัวเองไปยุ่งเหยิงกับพยานและหลักฐานในคดี จะทำให้การพิจารณาคดีในชั้นศาลเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เมื่อผลคดีออกมาเป็นอย่างไรก็กลับมาพิจารณาตำแหน่งให้พล.ต.ท.สมคิดได้
ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเคยเตือนรัฐบาลไปแล้วว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จะกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย - ซาอุฯ แต่รัฐบาลยังไม่รับฟัง และขณะนี้เกิดปัญหาให้เห็นว่าจากการที่พี่น้องมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่ประเทศซาอุฯอาจถูกเรียกคืนวีซ่าเข้าประเทศถึง 400 คน พรรคเพื่อไทยขอเตือนให้รัฐบาลทบทวนในเรื่องนี้ แต่ถ้ายังดื้อที่จะแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด อาจเป็นการชักศึกเข้าบ้านพาประเทศเข้าสู่สงครามรูปแบบใหม่ เพราะซาอุฯเป็นประเทศมุสลิมที่มีเครือข่ายประเทศสมาชิกถึง 57 ประเทศ ซึ่งถ้าเขาจับมือกันบอยคอตหรือคว่ำบาตไทย ที่ไทยต้องติดต่อค้าขายและส่งแรงงานไทยไปทำงาน นำรายได้เข้าประเทศจำนวนมากต่อปี ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจะส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างเลี่ยงไม่ได้ และถึงแม้รัฐบาลจะยุบสภาหรือลาออกก็แก้ปัญหาไม่ได้
ขณะที่พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา และว่าที่รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้ติดตามกรณีความปัญหาระหว่างไทย - ซาอุฯในเรื่องการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด ชี้ให้เห็นว่าอำนาจคมช.ยังหลงเหลือในรัฐบาล คนในรัฐบาลจึงพยายามดิ้นเต็มที่เพื่อช่วยคนที่ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
ดังนั้นในฐานะที่เป็นเพื่อนรักกับพล.ต.ท.สมคิด ขอเสนอให้พิจารณาตัวเองจะได้รับเสียงปรบมือจากสังคม เพราะไม่เช่นนั้นจะกระต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และในอนาคตอาจมีผลต่อเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ส่วนกรณีที่รัฐบาลอ้างว่าพล.ต.ท.สมคิดพ้นมลทินตามพ.ร.บ.ล้างมลทิน อยากให้ฝ่ายกฎหมายของสตช.พิจารณาว่า คดีอาญาของพล.ต.ท.สมคิดที่อยู่ในชั้นศาลไม่น่าจะเข้าข่ายพ้นมลทิน



