
"มาร์ค"แจงกม.ล้างมลทินกับอุปทูตซาอุฯ
นายกฯแจงกม.ล้างมลทินกับอุปทูตซาอุฯ รับข้อกฎหมายซับซ้อน วอนทุกฝ่ายช่วยฟื้นสัมพันธ์
(18ก.ย.) เวลา 10.50 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีช่วงเช้าพบนายนาบิล เอช. อัชรี อุปทูตซาอุดิอาระเบีย ประจำประเทศไทย และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่บ้านพิษณุโลก เพื่อหารือถึงปัญหาการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 ที่เป็นผู้ต้องหาคดีการหายตัวไปของนายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า การทำความเข้าใจโดยอาศัยเพียงเอกสารที่เป็นทางการใช้เวลาพอสมควร เพราะต้องมีการแปลและมีเรื่องเทคนิคทางกฎหมายมาก ตนจึงเชิญอุปทูตซาฯมาพูดคุยกัน ซึ่งมีความเห็นตรงกันที่ต้องการให้ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศเดินหน้าไปได้ด้วยดี จึงจะร่วมกันทำงาน โดยปมปัญหาใดที่ยังมีความไม่เข้าใจกันก็จะมาดูแลอยู่แล้ว เพราะเป็นความตั้งใจของรัฐบาล
เมื่อถามว่าได้สอบถามถึงข่าวที่ซาอุฯเตรียมลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยด้วยการจะปิดสถานเอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย ด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้เจาะจงอย่างนั้น เพราะเขาอยู่ในช่วงของการรายงานกลับไปยังประเทศของเขา ก็มาทำความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ตนได้อธิบายถึงเรื่องพ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ. 2550 ด้วย แต่ต้องยอมรับว่าการทำความเข้าใจและการเกี่ยวพันกับกฎหมายฉบับอื่น ๆ มีความซับซ้อนพอสมควร ซึ่งตนได้อธิบายกับเขาให้รับทราบ เพราะบางครั้งดูเหมือนเขายังมีข้อมูลไม่ครบถ้วนทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายซาอุดิอาระเบียเข้าใจในสิ่งที่นายกรัฐมนตรีอธิบายหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ และต้องทำงานด้วยกันต่อไป อย่างไรก็ตามตนคิดว่าทุกคนในสังคมช่วยกันได้ด้วยการเปิดโอกาสให้คนทำงานได้สร้างบรรยากาศและแก้ปัญหาไปในทางที่ดี เพราะผลประโยชน์ของประเทศคือเรื่องของความสัมพันธ์ ขณะเดียวกัน ปัญหาบางเรื่อง เช่น การแต่งตั้งโยกย้ายที่เป็นเรื่องข้อกฎหมายนั้นก็ว่ากันไป เพราะฉะนั้นอย่าพยายามที่จะทำให้เกิดความสับสน และถ้าทุกคนช่วยกันทำให้เราไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ดี ก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด



