
เพื่อไทยจี้ดีเอสไอเร่งสางคดี91ศพ
เพื่อไทยดักคอ ดีเอสไอ เร่งคดี 91 ศพ ระบุ ดีเอสไอไม่มีหน้าที่ สอบเหตุตายผิดธรรมชาติ ชี้ ผู้เสียชีวิตบางรายเข้าข่าย มาตรา 150 วอนปชช.ให้ข้อมูลเพิ่ม เผย เตรียมนำญาติผู้เสียชีวิต - บาดเจ็บ บุกดีเอสไอเร่งคดี 20 ก.ย.นี้
(18ก.ย.) พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ประธานคณะกรรมการติดตามการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีผู้เสียชีวิต จำนวน 91 ศพ แถลงว่า พรรคเพื่อไทยได้มอบหมายให้ตนติดตามและรวบรวมข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนจากญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมชุมนุมของรัฐบาล ที่มีประชาชนซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บรวมทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสลายชุมนุมมาร้องเรียนเป็นจำนวนมาก เพราะบรรดาญาติของคนเหล่านี้ขาดที่พึ่ง อีกทั้งความคืบหน้าในการทำงานของรัฐบาลก็ริบหรี่ เพราะไปร้องเรียนกับตำรวจท้องที่ปรากฎว่าไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนว่าญาติตัวเองเสียชีวิตเพราะเหตุใด ใครเป็นคนทำให้เสียชีวิต โดยอ้างว่าดีเอไอเป็นผู้รับผิดชอบสอบสวนคดีการสลายการชุมนุม ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากพรรค
ทั้งนี้ทราบว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ได้แต่งตั้งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในแต่ละท้องที่ เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนในเรื่องนี้ จึงขอให้ดีเอสไอปฏิบัติหน้าที่โดยยึดข้อเท็จจริงและเป็นไปตามหลักกฎหมาย และควรมีแนวทางการสอบสวนที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับญาติผู้เสียชีวิต
พล.ต.ท.วิโรจน์ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยขอให้ดีเอสไอตรวจสอบและติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้เรื่องเดินไปสู่กระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง ไม่ได้พุ่งเป้าว่าใครเป็นคนผิดหรือมุ่งผลทางการเมือง แต่ต้องการหาความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเห็นว่า 1. การชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนท้องที่ที่พบศพ และการตายนั้นต้องเป็นการตายโดยผิดธรรมชาติ ถือเป็นการสอบสวนธรรมดา ไม่ใช่คดีอาญาที่ซับซ้อนหรือเป็นคดีพิเศษที่จะต้องทำการสอบสวน เพราะไม่ใช่เป็นคดีก่อการร้ายตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับคำสั่งจากรัฐบาล
2. ดีเอสไอควรแจ้งต่อสาธารณะว่าอาศัยอำนาจตามกฎหมายใดในการปฏิบัติหน้าที่ในการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ เนื่องจากการตายผิดธรรมชาติเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งต้องรับผิดชอบชันสูตรพลิกศพในท้องที่ที่พบศพ ดังนั้นการที่ดีเอสไอจะดำเนินการได้ ต้องมีแจ้งเป็นคดีอาญาเท่านั้น จึงมีข้อสงสัยว่าดีเอสไอนำสำนวนการชันสูตรไปดำเนินการได้อย่างไร และต้องถามว่าเหตุใดจึงไม่มอบข้อมูลและเอกสารสำคัญการเสียชีวิตให้กับญาติของผู้เสียชีวิต ทำให้ญาติผู้เสียชีวิตและผู้เสียหายไม่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้
3. ที่ดีเอสไอขอเวลา 45 วันโดยเรียกร้องให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเข้าให้ข้อมูลในการชันสูตรพลิกศพกับดีเอสไอ ถือว่าล่าช้าเกินไปสำหรับการตายผิดธรรมชาติ ที่ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานความคืบหน้าหรือเปิดเผยรายละเอียดของการชันสูตรพลิกศพ ส่วนที่อ้างว่าต้องการข้อมูลของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เพื่อนำไปเป็นข้อมูลประกอบการสืบสวน ต้องถามว่าใครจะกล้าไปให้ข้อมูล เพราะเขาเกรงว่าจะมีความผิดและถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในการไปร่วมชุมนุมหรือสังเหตุการณ์การชุมนุม เพราะขณะนี้ประกาศพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังมีผลบังคับใช้อยู่และไม่มีใครรับรองว่าจะไม่ถูกจับฐานฝ่าฝืนประกาศของศอฉ.หรือไม่
4. ดีเอสไอต้องเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อนำไปสู่การทำสำนวนชันสูตรพลิกศพโดยเร็ว เพื่อจะได้ทราบว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อไหร่ และถ้าตายโดยคนทำร้ายต้องระบุว่าใครเป็นผู้ทำร้าย จึงจะถือได้ว่าเป็นการคลี่คลายสาเหตุการตายที่แท้จริงทั้งนี้ในวันที่ 20 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น.ตนจะพาญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บประมาณ 20 เดินทางไปร้องเรียนที่ดีเอสไอ เพื่อให้เร่งทำงานให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนที่มีข้อมูลการสลายการชุมนุม มาให้ข้อมูลหลักฐาน ภาพถ่าย วิดีโอ กับพรรคเพื่อรวบรวมข้อมูลไว้เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนและเพื่อความเป็นธรรมกับญาติของผู้เสียชีวิตต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคจะดำเนินการอย่างไรที่ระบุว่าดีเอสไอไม่มีอำนาจในการสอบสวนชันสูตรพลิกศพ พล.ต.ท.วิโรจน์ กล่าวว่า มีกฎหมายระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้มีอำนาจในการชุนสูตรพลิกศพในสถานที่พบศพเมื่อมีการตายผิดธรรมชาติเกิดขึ้น ต้องสอบสวนสาเหตุการตาย จากนั้นหัวหน้าพนักงานสอบสวนต้องสั่งว่าผู้ตายเป็นใคร ขณะที่ถ้าตายโดยรู้สาเหตุ ถือว่าตายโดยธรรมชาติเรื่องก็จบ จากนั้นก็ส่งสำนวนไปให้ผู้ว่าฯหรือผู้นำท้องถิ่นเพื่อจำหน่ายทะเบียนราษฎรว่าตายโดยธรรมชาติ แต่หากมีการตายโดยการกระทำหรือระหว่างการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ หรือระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน ตามมาตรา 150 ถือเป็นอำนาจของศาลสั่งให้ไต่สวนว่าผู้ตายเป็นใคร ตายเพราะอะไร และใครทำให้ตาย ซึ่งพรรคเพื่อไทย
โดยคณะติดตามการเสียชีวิต 91 ศพ เห็นว่าผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเข้าข่ายในมาตรานี้ ซึ่งเจ้าพนักงานท้องที่ที่พบศพต้องเป็นผู้ชันสูตรพลิกศพ และกฎหมายยังระบุว่าต้องมีผู้ร่วมในการชันสูตร อาทิ อัยการ เป็นต้น โดยมีกรอบเวลาบังคับไว้ชัดเจน แต่เท่าที่ฟังกระทู้สดของฝ่ายค้านที่ถามรัฐบาลในเรื่องนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเรื่องนี้ไม่มีการชันสูตรพลิกศพตามมาตรา 150 เพราะเจ้าพนักงานไม่ได้อ้างว่าตายจากการกระทำของเจ้าพนักงาน ต้องถามว่าผู้ที่สั่งการหรือศอฉ.เป็นเจ้าพนักงานหรือไม่ เพราะสั่งให้ชุดปฏิบัติการออกมากระชับพื้นที่ ดังนั้นถือว่าเข้าข่ายมาตรา 150 จะมาอ้างว่าเจ้าหน้าที่คนหนึ่งคนใดไม่ได้ตายเพราะมาจากการกระทำของเจ้าพนักงานไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการแถลงข่าวมีกลุ่มผู้รักประชาธิปไตยภาคใต้ตนบนกว่า 15 คนได้ยื่นหนังสือถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อให้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีจากเหตุการณ์ชุมมนุม ผ่านน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเนื้อหาระบุว่าขอให้พรรคเพื่อไทยช่วยเร่ธิงติดตามความคืบหน้าการเสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย. และ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยสอบถามไปยังรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุด



