ข่าว

อากงวัย80คว้าไม้ไล่ตีโจรปล้นทองกระเจิง

อากงวัย80คว้าไม้ไล่ตีโจรปล้นทองกระเจิง

19 ก.ย. 2553

โจรควงปืนบุกเดี่ยวปล้นทองหนัก 50 บาทย่านปากทางลาดพร้าว เจ้าของร้านถูกยิงบาดเจ็บ พ่อเจ้าของร้านวัย 80 ปี ออกมาเห็นเหตุการณ์คว้าไม้ตีคนร้ายหนีกระเจิง

(18ก.ย.) เวลา 11.00น. ร.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ พนักงานสอบสวน(สบ1) สน.พหลโยธิน ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ภายในห้างทองวังทอง เลขที่189/47-189/48 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 พ.ต.อ.สาธิต เจริญพิภพ รองผบก.น.2 พ.ต.อ.สุพจน์ พรหมศิริ ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.สุรจิตร เปลี่ยนประเสริฐ สว.สส.สน.พหลโยธิน พ.ต.ต.สุพศิน กล่อมเกษม สว.สส.สน.พลหโยธิน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน

 ที่เกิดเหตุเป็นร้านทอง 2 คูหาอยู่ใกล้สะพานลอยปากซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว สถาพภายในร้านพบข้าวของกระจัดกระจายมีร่องรอยการต่อสู้ บริเวณกระจกตู้เก็บทองมีรอยแตกร้าว ที่พื้นพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. 1 ปลอก และหัวกระสุน 1 หัว หมวกแก้ปสีดำตกอยู่ที่พื้น และพบกองเลือดหยดเป็นทาง ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

 จากการสอบสวนนายธนยศ พุทธศนากุล อายุ 48 ปีให้การว่า ช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. พี่ชายของตน ชื่อนายประชา พุทธศนากุล อายุ 49 ปีเจ้าของร้านได้เปิดร้านและนั่งรอลูกค้าปกติอยู่หน้าเคาน์เตอร์ร่วมกับภรรยาซึ่งด.ต.จรูญ ทองจันทร์ ผบ.หมู่งานป.สน.พหลโยธินได้เดินทางมาตรวจร้านทองปกติ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง มีชายสูงประมาณ 180 เซนติเมตร สวมเสื้อยืดสีขาว ใส่เสื้อกันหนาวลายทหาร กางเกงลายพรางสามส่วน สวมหมวกแก๊ปสีดำเดินเข้ามาพร้อมนำทองออกมาให้นายประชาดู ระหว่างที่พี่ชายตนก้มดูทองนั้น คนร้ายได้ควักอาวุธปืนออกมาพร้อมสไลด์เพื่อขึ้นลำโดยที่นายประชาไม่ทันเห็น ทันใดนั้นคนร้ายยิงใส่นายประชาทันที โดยกระสุนเข้าที่ชายโครงด้านซ้าย ทะลุออกหลัง แต่นายประชายังมีสติคลานหลบไปหลังร้านร่วมกับภรรยาพร้อมกดสัญญาไซเรนให้ดังขึ้น

 จังหวะนั้นคนร้ายปีนข้ามตู้และกวาดสร้อยคอทองรูปพรรณกว่า 2 ถาด แต่นายเซียง้วน แซ่เจ้า อายุ 80 ปี พ่อของนายปรีชา ซึ่งอยู่หลังร้านได้ยินเสียงปืนและเห็นบุตรชายคลานหนีเอาตัวรอด มีเลือดไหลบริเวณชายโครงซ้าย จึงเดินออกมาดูหน้าร้าน เห็นคนร้ายกำลังกวาดทองรูปพรรณ จึงหยิบไม้ลูกกรงบันไดมากระหน่ำตีคนร้ายอย่างไม่คิดชีวิต จนคนร้ายวิ่งหนีออกจากร้านพร้อมทำหมวกแก้ปตกไว้ในที่เกิดเหตุอีกด้วย นอกจากนี้ระหว่างทางได้ทำสร้อยคอทองคำตกที่ร้านขายพวงมาลัยติดร้านทองหนัก 3 บาท ต่อมาเจ้าของร้านนำทองมาคืนร้านดังกล่าว ส่วนคนร้ายหลบหนีเข้าไปในซ.ลาดพร้าว 3 ส่วนนายปรีชานั้นได้เรียกรถแท็กซี่สีชมพูเพื่อพาตัวนำส่งโรงพยาบาลเมโย ขณะนี้รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู

 เบื้องต้นจากการสอบสวนพยานใกล้เคียงให้การว่า ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นก่อนที่จะได้ยินเสียงไซเรน แต่คิดว่าเป็นเสียงรถดับเพลิงไม่ใช่เสียงสัญญาณเตือนภัย ก่อนที่จะเห็นคนร้ายเดินออกจากร้านทองดังกล่าวและมุ่งหน้าไปทางซ.ลาดพร้าว3 ด้วยท่าทางใจเย็น
 
 พ.ต.อ.เจริญ รองผบก.น.2 กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงและร่องรอยคนร้าย และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองไปกว่า 2 ถาด เป็นทองรูปพรรณหนัก 50 บาท มูลค่ากว่า 1,000,000 บาท ก่อนจะเก็บปลอกกระสุน ซึ่งมีหัวกระสุนตกอยู่ไว้เป็นหลักฐานและจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้าน พบว่าคนร้ายท่าทางคล้ายเด็กวัยรุ่นผิวคล้ำ ผมหยิกยาว มัดผมทำทีเป็นนำทองมาขายให้นายปรีชา เมื่อนายปรีชาเผลอได้ชักปืนออกมายิงใส่คนร้าย แล้วปีนข้ามไปกวาดทอง ก่อนที่นายเซียง้วนจะออกมาและเอาไม้ไล่ตีทำให้คนร้ายวิ่งหนีออกจากร้านไป

 ต่อมาพล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น.และพล.ต.ต. สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทางพล.ต.ท.สัญฐานกล่าวว่า คนร้ายแต่งกายลักษณะท่าทางเหมือนวัยรุ่น กล้องวงจรปิดจับภาพได้ชัดเจน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ประสานกล้องวงจรปิดในร้านข้างเคียงเพื่อตรวจสอบว่าคนร้ายหนีไปทางไหน