
ขอเป็น"มิเชล"สักวัน...
เพราะวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละถิ่น เมื่อเราได้มีโอกาสไปเยือนก็แน่นอนที่ต้องทำตัวให้กลมกลืนกับวัฒนธรรมในถิ่นนั้นๆ ดังเช่นสำนวนไทยที่ใช้ได้อย่างดี และเหมาะสมอย่างมากที่ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม" ฉันใดฉันนันใช้ได้จริงจริ๊ง แถมยังปลอดภัยหายห่
ยิ่งเมืองที่มีวัฒนธรรมที่ต้องปกปิดร่างกายให้มิดชิดอย่างอิสลาม หรือมุสลิม ผู้หญิงทุกคนไม่ว่าจะวัยใดเป็นต้องแต่งกายตามหญิงในท้องถิ่น มิฉะนั้นอาจจะถูกมองแบบเหยียดหยาม ดูถูกว่าไปลบหลู่ศาสนาและวัฒนธรรมของเขาเข้าให้ ก็ดูอย่าง "หญิง" ศศมณฑ์ สงวนสิน ที่ยกครอบครัวไปท่องดูไบ ที่แม้จะเป็นประเทศที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
แต่ก็ยังไม่ย้อมไม่ยอมที่จะให้หญิงต่างชาติแต่งกายไม่มิดชิดไปเดินเที่ยวชมสถานที่สำคัญๆ ของประเทศ ซึ่งถ้าอยากเข้าไปชมอย่างใกล้ชิด ก็ต้องแต่งตัวปกปิดตามหญิงดูไบ ว่าเช่นนั้น "หญิง" ศศมณฑ์ จึงแปลงเป็นสาวมุสลิม เลือกชุดปกปิดมิดชิดสีดำสนิท จะเห็นเพียงดวงตากลมโตเพื่อเข้าไปร่วมดินเนอร์กลางทะเลทรายตามประเพณีชาวดูไบ ยัง ยังไม่พอ จะสวมเพียงชุดตามสาวดูไบอย่างเดียวก็ไม่คึก เธอยังไปนั่งให้เจ้าหน้าที่วาดลวดลายเฮนน่าลงบนแขน ให้เป็นสาวมิเชล นางเอกฟ้าจรดทรายกันซะเลย
อะอะ..ว่าแล้วก็จะดูกิ๊บเก๋ยูเรก้าคนเดียวได้ไง ต้องให้สุดที่รัก "สมนึก" แปลงกายเป็นเจ้าชายชารีฟซะเลย เอาดิ หนุกหนานกันทั้งครอบครัว เพียงแต่ไม่ได้เร่ร่อนไปตามทะเลทรายเหมือนบทประพันธ์ของโสภาค สุวรรณ เท่านั้นเอง...
มั้ยล่ะ...ได้เป็น "มิเชล" ก่อนดาราสาวที่ถูกวางตัวไว้ซะอีก...



