
สันติภาพ(ของจิมมี คาร์เตอร์)
หนังสือ "สนทนาเรื่องสันติภาพ" เป็นหนังสือที่เขียนโดยจิมมี คาร์เตอร์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ผู้ทำงานด้านสันติภาพมายาวนาน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้พิมพ์ขายมานานแล้ว แปลโดยคุณศรีเพ็ญ ศุภพิทยากุล
ขออนุญาตนำมากล่าวถึง น่าจะเป็นประโยชน์ในยุคปรองดองของไทยเรายามนี้
จิมมี คาร์เตอร์ บอกว่า ภาวะความขัดแย้งในโลกปัจจุบันนี้ เนื่องมาแต่สงครามเสียเป็นส่วนใหญ่ มีทั้งสงครามในระหว่างรัฐชาติ และสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นภายในประเทศเดียวกัน
ดังนั้นงานของผู้สร้างสันติภาพก็คือระงับความขัดแย้งนั้นด้วยวิธีการประนีประนอม และการเจรจาต่อรองก่อนที่คู่กรณีจะกระโจนเข้าสู่สงครามหรือว่าความรุนแรง
สงครามจะว่าไปแล้วก็คือรูปแบบหนึ่งในการแก้ไขความขัดแย้งของคู่กรณีพิพาท เกิดขึ้นด้วยเหตุผลที่มีแตกต่างกันมากมาย ที่สำคัญก็คือการหมดความอดทน อดกลั้น ต่อความคิดในเรื่องชาติพันธุ์ ศาสนา ทั้งที่อยู่ในประเทศเดียวกัน
ในกรณีนี้อดีตประธานาธิบดีคาร์เตอร์ ได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้อย่างน่าคิดว่าทำไมพลเมืองของประเทศเดียวกันจึงหันมาต่อสู้กันเองในสงครามกลางเมือง มันน่าจะเป็นว่า คนสองคนที่อาศัยอยู่ใกล้ชิดกันน่าจะมีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันมากกว่า และไม่น่าที่จะขัดแย้งถึงกับทำสงครามกัน
แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าที่สงครามเกิดขึ้น เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าทฤษฎีนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
สงครามส่วนใหญ่ผู้ที่ได้รับความเสี่ยงและเสียหายที่สุดมักจะเป็นพลเรือนที่เป็นเด็กกับคนแก่ กลุ่มคนทั้งสองนี้ตายด้วยปืน ระเบิด น้อยกว่าหลายเท่าตัวที่ต้องตายเพราะอดอยาก ขาดอาหาร และขาดยารักษาโรคยามเจ็บป่วย
และอุปสรรคที่ยากที่สุดในการยุติสงครามก็คือต่างฝ่ายต่างคิดว่าตนจะเป็นผู้ชนะ
อดีตประธานาธิบดีคาร์เตอร์ ได้กล่าวถึงประสบการณ์จากการสร้างสันติภาพโดยวิธีการเจรจาหรือการไกล่เกลี่ยว่า ได้พบว่าเหตุเพราะความเกลียดชังและไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันมักจะทำให้คู่กรณีพิพาทประสบความยากลำบากในการถ่ายทอดความคิด และข้อเสนอที่เป็นการสร้างสรรค์ระหว่างกันออกมา แค่ให้มาพบปะเผชิญหน้ากันก็ทำได้ยากลำบากแล้ว
กระบวนการเจรจาโดยบุคคลหรือฝ่ายที่สามเรียกว่าการไกล่เกลี่ย บุคคลที่ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยนี้สำคัญก็คือ ต้องมีความอดทนต่อความมีอคติทั้งหลายของแต่ละฝ่าย ผู้ไกล่เกลี่ยต้องมีคุณสมบัติสูงในการอดทน เข้าใจ และมีความเป็นกลางมากพอที่จะให้แต่ละฝ่ายไว้วางใจ
คาร์เตอร์บอกว่าในเกือบทุกกรณี ก้าวแรกของความพยายามในการสร้างสันติภาพมักจะเต็มไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง
สงครามกลางเมืองส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในประเทศเอกราชใหม่ ขนาดเล็กและมีความยากจน หลังจากได้รับการปลดปล่อยกลับหันมาต่อสู้กันเอง เหตุก็เพราะความขัดแย้งระหว่างกลุ่มที่แตกต่างกัน ทั้งด้านศาสนา เผ่าพันธุ์และการยื้อแย่งดินแดนกัน...
ประเทศไทยของเราจะเข้า "สเปก" มากน้อยแค่ไหนก็ช่วยกันคิดแล้วกันครับ



