ข่าว

 "พ่อที่ดี-นายที่ห่วง"

"พ่อที่ดี-นายที่ห่วง"

18 ก.ย. 2553

วงการตำรวจยังวุ่นๆ โดยเฉพาะโผโยกย้ายนายตำรวจระดับนายพล-ผู้กำกับ กำลังอยู่ในช่วงวิ่งสู้ฟัดต่อสู้กันทุกรูปแบบ วันก่อนบังเอิญเจออดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล "พล.ต.ต.นิพนธ์ ภุมรินทร์" หรือ เดอะจู๋ ที่งานเลี้ยงสังสรรค์แบบพี่น้องผองเพื่อน ณ สถานที่แห่งหนึ่งใจก

 เห็น เดอะจู๋ ช่วงชีวิตหลังเกษียณมาแล้วประมาณ 3 ปี รูปร่างผิวพรรณ สุขภาพ พร้อมลีลาการพูดยังเหมือนเดิมเรียกเสียงหัวเราะในหมู่พี่น้องผองเพื่อนเหมือนเดิม โดยเฉพาะช่วงดื่มไวน์วันละนิดเพื่อสุขภาพ พร้อมรำลึกความหลังสมัยยังรับราชการตำรวจ

 เบื้องหลังฉากชีวิตอดีตนายตำรวจท่านนี้ ค่อนข้างน่าสนใจ แท้จริงแล้วอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลผู้นี้ อยากเป็นคุณหมอรักษาคนไข้ แถมยังไม่ค่อยชอบตำรวจ เพราะสมัยเด็กๆ มีบ้านอยู่ที่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เห็นพ่อถูกตำรวจจับข้อหากินเหล้าเถื่อน ขณะที่โรงกลั่นเหล้าเถื่อนตั้งอยู่ใกล้บ้านไม่เห็นตำรวจไปดำเนินการ!

 เมื่อความใฝ่ฝันอยากเป็นหมอต้องพังทลายลงด้วยความเป็นเด็กต่างจังหวัดไม่ค่อยถนัดด้านภาษาอังกฤษ จึงสอบเข้าเป็นคุณหมอไม่ได้ ประกอบกับสมัยนั้นไม่อยากรบกวนเงินพ่อแม่ จึงมาสอบตำรวจเป็นพลตำรวจตามคำแนะนำของเพื่อน ซึ่งเมื่อเข้าเรียนเป็นพลตำรวจ จะมีเบี้ยเลี้ยงให้ขณะเรียน และเมื่อเรียนจบออกมาเป็นข้าราชการตำรวจ ก็จะมีเงินใช้ทุกเดือน  

 จึงตัดสินใจสอบเข้าโรงเรียนพลตำรวจแม้จะยังไม่รู้สึกชอบตำรวจอยู่ แต่เมื่อเริ่มเข้ามาเรียนและฝึกเป็นนักเรียนพลตำรวจ ความคิดที่เคยเกลียดชังตำรวจก็เปลี่ยนไป เพราะครูฝึกสอนแต่สิ่งดีๆ ให้วิชาความรู้เกี่ยวกับการบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน จนเกิดมุมมองใหม่ๆ ต่ออาชีพตำรวจที่กำลังจะเลือกเดินเส้นทางสายอาชีพนี้

 พล.ต.ต.นิพนธ์ เรียนจบนักเรียนพลตำรวจรุ่น 28 ปี พ.ศ. 2509 ติดยศ พลตำรวจ รับเงินเดือน เดือนละ 450 บาท เท่ากับราคาทองรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาทในสมัยนั้น เข้ารับราชการประจำในตำแหน่งประจำกองปราบปราม แผนก 3 กองปราบปราม ซึ่งเป็นแผนกรถวิทยุสายตรวจนั่นเอง

 ด้วยความอยากเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ เดอะจู๋ จึงสอบเข้าโรงเรียนนายตำรวจสามพราน ถึง 4 ครั้งจนกระทั่งสอบติดเมื่อปี พ.ศ. 2514 เรียนจบปี พ.ศ.2518 นรต.รุ่น 28 (แหม! ถ้าสอบได้ก่อนหน้านี้คงจบรุ่น 24-รุ่น 26 คงมีแววได้เป็น ผบ.ตร.อิอิ)

 พล.ต.ต.นิพนธ์ เริ่มรับราชการนายตำรวจระดับขั้นสัญญาบัตรติดยศ ร.ต.ต. ครั้งแรก เป็น รองสว.สน.ดุสิต ทำหน้าที่ทั้งสายตรวจ พนักงานสอบสวน และจราจร หลังจากนั้นโยกเป็น รองสว.สน.พญาไท ทำหน้าที่สืบสวน ก่อนถูกเด้งไปอยู่ สน.บางมด เพราะถูกตำรวจกองปราบปรามจับซ่องโสเภณี แล้วโยกเป็น รองสว.ประจำ บช.น. ขึ้นสารวัตรที่ สภ.สะเดา จ.สงขลา แล้วโยกเป็น สว.กองทะเบียน แล้วขึ้นรอง ผกก.2 กองทะเบียน ดูโรงแรมทั่วกรุงเทพฯ ขยับขึ้น ผกก.กองวินัย กรมตำรวจ แล้วโยกไปเป็น ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ขยับขึ้นรอง ผบก.สปพ. รอง ผบก.น.1 รองผกก.อก.บช.น. แล้วขยับขึ้นเป็น ผบก.สปพ. แล้วเกษียณในตำแหน่ง รองผบช.น.

 จากประสบการณ์ตำรวจอาชีพต้องผ่านทั้งบู๊และบุ๋น เดอะจู๋ เล่าความภูมิใจในการรับราชการผ่านคดีสำคัญมากมาย โดยเฉพาะครั้งดำรงตำแหน่ง ผบก.สปพ. ดูแลงานสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งเป็นกุนซือในการกวาดล้างยาเสพติด จนกระทั่งรับรางวัลหน่วยงานที่จับยาเสพติดได้อันดับ 1 ของประเทศ

 ส่วนชีวิตหลังเกษียณราชการ เดอะจู๋ เปรยกับพี่น้องพ้องเพื่อน ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง แต่ที่น่าจะเป็นห่วงลูกๆ ทั้ง  3 คน  คนโต ร.ต.อ.วชิรธร ภุมรินทร์ รองสว.เทคโนโลยี บก.ปอท. คนกลาง น.ส.ฉัตรแก้ว ภุมรินทร์ พนง.บริษัทบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก จำกัด และคนสุดท้อง น.ส.เพ็ญประภา ภุมรินทร์ เจ้าหน้าที่ไทยสถานกงสุลประจำฮ่องกง

 "สมัยเป็นตำรวจไม่ว่าตามคดีจนถึงเช้า ผมต้องกลับไปส่งลูกไปโรงเรียน ลูกทุกคนรู้ว่าพ่อทำงานเหนื่อยก็ได้กำลังใจ แม้ว่าตอนนี้ลูกๆ เรียนจบมีงานทำมีเงินเดือนแล้ว ยังเป็นห่วงลูกๆ ทุกคนที่ยังไม่แต่งงาน" เดอะจู๋ เปรยถึงลูกๆ อย่างอารมณ์ดี

 "เดอะจู๋ ไม่ใช่ห่วงเฉพาะลูกๆ นะ" มีคนแอบแซว พร้อมเล่าว่าเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว เดอะจู๋ ขับรถยนต์ไปส่งลูกสาวคนเล็กไปฮ่องกง ที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ หลังจากกลับมาเยี่ยมบ้าน พอมาถึงตู้ยามแยกบางพูน เขตพื้นที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี มีเหตุชาวบ้านมุงดูเหตุการณ์อยู่ เดอะจู๋สวมวิญญาณมือปราบทันควัน

 ....ค่อยๆ ขับรถช้าๆ เปิดกระจกถามชาวบ้านเกิดอะไรขึ้น ชาวบ้านตอบว่าตำรวจยิงกันเอง เท่านั้นแหละ เดอะจู๋ ครุ่นคิดถึงลูกน้องตำรวจที่อยู่พื้นที่เกิดเหตุ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือ...กริ๊งหาทันที

 " เฮ้ย! เอ็งถูกยิงหรือเปล่า...?" 

 "เปล่าครับนาย "ปลายสายตอบ

 เท่านั้นแหละ! เดอะจู๋ ถอนหายใจโล่งอก แบบนี้ต้องเรียกว่าเป็นพ่อที่ดี เป็นนายที่ห่วงลูกน้อง แม้จะเกษียณจากตำรวจอาชีพแล้วก็ตาม