ข่าว

อภิสิทธิ์สั่งชะลอการทูลเกล้าฯแต่งตั้งมงคลปลัดมท.

อภิสิทธิ์สั่งชะลอการทูลเกล้าฯแต่งตั้งมงคลปลัดมท.

17 ก.ย. 2553

"นายกฯ"สั่งชะลอการทูลเกล้าฯปลัดมท. หลังเรียก“ชวรัตน์” ดูเอกสารปัญหาทุจริตคอมฯ ระบุตรวจสอบพบประเด็นไม่ชอบมาพากลในโครงการเช่าซื้อระบบคอมพิวเตอร์จำนวน 3,490 ล้านบาท เชื่อไม่กระทบการทำงานร่วมรัฐบาลกับ ภท.

(17ก.ย.) เมื่อเวลา 17.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางเข้าพบและหารือกับนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทยว่า ตนไม่ได้พบนายบุญจง แต่ตนพบกับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย หลังจากที่มีข่าวเรื่องของโครงการเช่าซื้อระบบคอมพิวเตอร์จำนวน 3,490 ล้านบาท ตนได้เอาข้อมูลทุกส่วนมาดูแล้ว ก็เลยแจ้งให้นายชวรัตน์ทราบว่าจะขอนำเรื่องการแต่งตั้งแต่งตั้งนายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย กลับมาที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก่อน

 เมื่อถามว่าหมายความว่าจะมีการชะลอการนำรายชื่อปลัดกระทรวงมหาดไทยขึ้นทูลเกล้าฯ ไว้ก่อนใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า “ใช่ครับเหตุผล เพราะผมคิดว่าที่ผมเคยย้ำไว้ว่าหลักการของผมชัดเจนว่าถ้าเป็นเรื่องบริหารงานบุคคลเป็นเรื่องภายในเป็นดุลพินิจ ครม.ก็จะให้ทางเจ้ากระทรวงเป็นผู้ชี้ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ 1. ผิดกฎหรือ 2. มีเรื่องทุจริตเข้าไปเกี่ยวข้อง คงจะต้องนำมาตรงจสอบให้ชัดเจนก่อน”

 ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นต้องทบทวนถึงขั้นต้องเปลี่ยนรายชื่อหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น ในชั้นนี้ตนได้แจ้งเบื้องต้นว่าจากข้อมูลที่ตนเห็นเบื้องต้น ก็น่าที่จะชะลอเรื่องการแต่งตั้งไว้ก่อนเพื่อมาสร้างความกระจ่างหรือมาตรวจสอบให้ชัดเจนในเรื่องของโครงการฯ ซึ่งบังเอิญว่านายมงคล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

 เมื่อถามว่าข้อมูลที่เห็นเบื้องต้นมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้เป็นเพียงเบื้องต้นเท่านั้น ตนเพิ่งได้รับข้อมูลมาเมื่อเช้าวันที่ 17 ก.ย. อย่างที่เคยบอกไว้ว่าตนได้เชิญทั้งสองฝ่ายคือทั้งผู้ที่ให้ข่าว และเชิญทั้งนายมงคลมาตั้งแต่วันพุธที่ 15 ก.ย. เพื่อซักถามและจากการให้ข้อมูลด้วยวาจาจากทั้งสองฝ่ายตนจึงได้ขอให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไปค้นหาเอกสารที่เกี่ยวข้องที่มีการอ้างอิงถึงเรื่องทั้งหมด และมาวิเคราะห์ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา โดยเลขาธิการนายกฯได้ส่งรายงานให้ตนเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ ตนจึงตัดสินใจและเรียนให้นาชวรัตน์ทราบในชั้นหนึ่งก่อน

 เมื่อถามว่านายชวรัตน์เข้าใจหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายชวรัตน์ก็เข้าใจไม่ได้มีข้อโต้แย้งอะไร ขณะนี้คือชะลอในเรื่องกระบวนการการนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯไว้ก่อน และคงต้องมาดูในรายละเอียดกันอีกครั้งเพราะเอกสารมีจำนวนมากต้องให้เวลาทุกฝ่ายช่วยกันดู ส่วนจะใช้เวลานานแค่ไหนนั้นนั้นตนก็จะพยายามเร่งดูในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์นี้ เมื่อถามว่าถ้ามีความไม่โปร่งใสจริงขั้นตอนต่อไปจะดำเนินการอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็จะต้องดูว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะมันมีการตรวจสอบจากหลายฝ่ายในขณะนี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่าชื่อของนายมงคลได้ผ่านการพิจารณาของ ครม.ไปแล้ว ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.อีกครั้งหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.อีกครั้ง แต่ยังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะวันนี้เราเพียงแต่ชะลอในเรื่องของขั้นตอนโดยให้เรื่องกลับมาอยู่ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับที่มีอดีตข้าราชการกระทรวงมหาดไทยไปฎีกาในเรื่องปัยหาการแต่งตั้งภายในกระทรวงมหาดไทย เพราะประเด็นที่มีการฎีกานั้นเป็นการไปพูดถึงเรื่องความอาวุโส ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วไม่ได้มีปัญหาเรื่องหลักเกณฑ์หรือเรื่องของความอาวุโสของระเบียบแต่อย่างใด

 เมื่อถามว่าถึงตัวโครงการเช่าซื้อระบบคอมพิวเตอร์จำนวน 3,490 ล้านบาท จะต้องชะลอไว้ก่อนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กำลังพิจารณาดอยู่ เพราะเข้าใจว่ามีการลงนามในสัญญาไปเมื่อวันที่ 10 ก.ย.

 ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อการร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ผมก็มีความรับผิดชอบอยู่ด้วย ” เมื่อถามย้ำว่าจะทำให้บรรยากาศการทำงานร่วมกันมีปัญหาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบ สำหรับตนบรรยากาศการพบและพูดคุยกับนายชวรัตน์เมื่อสักครู่ก็ดี

 เมื่อถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นหรือไม่ว่าในกระทรวงมหาดไทยมีปัญหาเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรจริงตามเสียงวิจารณ์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวหยุดคิด ก่อนกล่าวว่า “ อืม..ม. ที่จริงยังไม่ไปถึงตรงนั้น มีเหตุเรื่องของตัวโครงการ เราก็ดูว่าเกี่ยวข้องกับใคร และต้องการที่จะให้ทุกอย่างมีความชัดเจนก่อน ” เมื่อถามถึงความรับผิดชอบของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่เปนคนดูแลควรเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้คงต้องรอดูรายละเอียดทั้งหมด เพราะส่วนของโครงการเช่าซื้อระบบคอมพิวเตอร์จำนวน 3,490 ล้านบาท ความจริงถ้าว่าไปแล้วมันก็เกืดขึ้นทีหลังมติของ ครม.ตอนที่มีการแต่งตั้งนายมงคล แต่เมื่อเกิดเหตุและมีเสียงร้องและทักท้วงเราก็ต้องดูทุกเรื่อง และเมื่อดูแล้วเห็นว่าจำเป็นต้องดำเนินการอย่างไรก็ดำเนินการ ซึ่งตราบใดถ้าไม่มีประเด็นปัญหาเกิดขึ้นก็ให้เป็นดุลพินิจของเจ้ากระทรวง แต่เมื่อมีประเด็นขึ้นมาเราก็ต้องดูแล

 เมื่อถามว่ามีการพูดกับนายชวรัตน์หรือไม่ว่าสุดท้ายหากต้องมีการตัดสินใจ ทางพรรคภูมิใจไทยจะยอมรับได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน เพราะยังไม่ได้พูดไกลไปถึงขนาดนั้น เพียงแต่แจ้งให้ทราบว่าจะดำเนินการอย่างนี้ นายชวรัตน์ก็รับทราบเท่านั้นเอง และตนก็บอกว่าเรื่องนี้อย่างไรก็ต้องมีการมาตรวจสอบให้ชัดเจน ท่านก็รับทราบ

 ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่โครงการเช่าซื้อระบบคอมพิวเตอร์จำนวน 3,490 ล้านบาท มีการลงนามและเซ็นสัญญาไปแล้วจะแก้ไขได้อย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องดู เพราะถ้าเกิดความไม่ถูกต้องก็ต้องว่ากันไปอีกครั้ง สวนความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ต้องไปดูกันอีกครั้งว่าการดำเนินการเป้นอย่างไร เพราะจริงๆการดำเนินการโครงการฯก็ยังมีตัวมติของคณะกรรมการฯมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ และเท่าที่ทราบทางบริษัทฯเอกชนยังไม่ได้เข้าไปติดตั้งระบบ ในเรื่องการทดสอบที่มีการอ้างว่าทำไปนั้นก็ต้องว่ากันไป

 ขณะนี้ตนได้ย้ำไปว่าต้องระมัดระวังเพราะถ้ามีปัญหาขึ้นมาถ้าจะไปรื้อของเก่าก็จะเป็นปัญหา และถ้าจำไม่ผิดมติของคณะกรรมการก็ระบุชัดเจนว่าอย่างไรก็ต้องสามารถทำงานคู่ขนานไปได้ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบกับความมั่นคงในเรื่องข้อมูลต่างๆ วันนี้ในส่วนของตัวโครงการจะต้องมีการตรวจสอบ ขณะนี้เนื่องจากมีการลงนามไปแล้วตนก็จะลงไปดูว่าจะตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาถ้ามีอย่างไร ส่วนตัวบุคคลเนื่องจากเกี่ยวข้องกับตัวโครงการก็ต้องชะลอไว้ก่อน ไม่ใช่ว่าพอตัวบุคคลมีปัญหาแล้วมาทำตรงนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เพราะมีเสียงทักท้วงในเรื่องของตัวบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ตนจึงได้นำข้อเท็จจริงมาดูเห็นว่ามีประเด็นเพียงพอที่ต้องชะลอก็เอากลับมาที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

 “ในส่วนของโครงการขณะนี้ผมกำลังสอบถามอยู่ว่าจะทำอย่างไร เพราะมีการลงนามในสัญญาไปแล้ว ขณะนี้กำลังดูรายละเอียดทางเทคนิคว่าจะเกิดความเสียหายหรือไม่อย่างไร ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าจะใช้เวลากี่วันในการพิจารณาเรื่องของตัวบุคคล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์นี้ ตนจะพยายามให้จบเรื่องนี้ เมื่อถามว่าหากการพิจารณาเสร็จไม่ทันจะทำให้เกิดสุญญากาศในกระทรวงมหาดไทยหรืไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องใช้วิธีการบริหารตามระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น อาจจะมีการรักษาการ แต่ยังไม่มีการสรุปไปถึงขั้นตอนดังกล่าว และเงื่อนไขของเวลาไม่ได้เป็นตัวบีบคั้นจนทำให้เราต้องทำอะไรในสิ่งที่ไม่ดีที่สุด ต้องให้กระบวนการทำความชัดเจนในเรื่องของตัวโครงการทำได้เต็มที่