ข่าว

สันติบาลชี้ธ.กรุงเทพสีลมราชประสงค์ช่อง3เสี่ยง

สันติบาลชี้ธ.กรุงเทพสีลมราชประสงค์ช่อง3เสี่ยง

17 ก.ย. 2553

อภิสิทธิ์ปูดต่างชาติแฝงป่วนมั่นใจจนท.รับมือได้ ประชุมศอฉ.มีมติสั่งให้กทม.ยกเลิกกิจกรรม “คาร์ฟรีเดย์” ปั่นจักรยานรณรงค์ประหยัดพลังงานทั่วกรุง 19 ก.ย. หวั่นถูกมองเกณฑ์มวลชนออกมาหนุนเสื้อแดงชุมนุมต่อต้านรัฐบาล เนื่องในโอกาสครบ 4 ปี “รัฐประหาร” “อนุพงษ์”เชื่อ

 (17ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.เข้าพบในช่วงเช้าวันนี้ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ว่า ไม่ได้มารายงานเรื่องการจัดกิจกรรมของคนเสื้อแดงเพื่อรำลึกวันครบรอบ 4 ปีของการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 แต่นำข้อมูลเรื่องตอบกระทู้ถามมาให้ ส่วนการจัดกิจกรรมของคนเสื้อแดงศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ดูแลอยู่ ส่วนกรณีที่ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุว่ามีการส่งชาวกัมพูชาเชื้อสายเวียดนามแฝงตัวเข้ามาจ้องก่อเหตุวุ่นวายในประเทศไทย หน่วยงานที่รับผิดชอบกำลังติดตามข่าวคราวในทำนองนี้อยู่ ไม่ได้มีเฉพาะคนสัญชาติที่ว่า แต่มีความเคลื่อนไหวหลายส่วนที่อยู่ระหว่างการติดตาม แต่ทั้งนี้ตนไม่ขอลงรายละเอียด

 “ผมย้ำอีกครั้งว่าความเคลื่อนไหวของข่าวคราวอย่างนี้น่าจะเป็นการยืนยันได้เป็นอย่างดีว่ายังมีกลุ่มคนที่ไม่ลดละในการใช้ความรุนแรง ทำให้เราจำเป็นต้องพยายามสื่อสารไปยังคนที่เคลื่อนไหวโดยไม่เชื่อในเรื่องความรุนแรงว่าจะทำอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้คนเหล่านี้เข้ามาฉวยโอกาส ทั้งนี้ยืนยันว่าจะดูแลสถานการณ์ได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เชื่อเกลือเป็นหนอนหลังอาวุธในคลังแสงลพบุรีหาย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงข่าวอาวุธที่คลังแสง จ.ลพบุรี หายไปจำนวนมากว่า ตนทราบข่าวนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบอยู่ เมื่อถามว่ามีการระบุด้วยว่าลูกระเบิดอาร์พีจีหายไป 72 ลูก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เท่าที่ตนฟังข้อมูลมา พบว่าไม่ใช่จำนวนตามนั้น แต่ก็มีการตรวจสอบกันอยู่ ซึ่งขอให้กองทัพเป็นผู้ชี้แจงเรื่องนี้ดีกว่า อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าของอย่างนี้เกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าคนที่เป็นคนในไม่เกี่ยวข้อง เมื่อถามถึงปัญหาที่มีคนในเข้าไปเกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทางกองทัพต้องตรวจสอบ และก็ดำเนินการ เพราะเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือน

 เมื่อถามว่า ตั้งข้อสังเกตหรือไม่ว่าอาวุธที่หายจะเกี่ยวโยงกับกรณีที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้ หรือคาบเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ได้สรุปอย่างนั้น เพราะตนได้สอบถามไปแล้ว และเขากำลังมีการตรวจสอบกันอยู่ว่าเป็นอย่างไร ทั้งนี้ ทางกองทัพกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดและจะรายงานเข้ามาที่ตน เมื่อถามต่อว่ากังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดหรือไม่หลังจากเกิดเหตุนี้ขึ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานดูแลความสงบเรียบร้อยยิ่งทำงานหนักและเข้มงวดกวดขันมากขึ้น

สันติบาลชี้ธ.กรุงเทพสีลมราชประสงค์ช่อง3เสี่ยง

 รายงานข่าวแจ้งว่า กองบัญชาการตำรวจสันติบาลได้ประเมินสถานการณ์ด้านการข่าวเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงจะมีขึ้นในวันที่ 18-19 ก.ย.โดยในพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้แบ่งพื้นที่ความเสี่ยงในการเฝ้าระวังเป็น 3 ระดับ ดังนี้ พื้นที่ที่มีความเสี่ยงมาก ได้แก่ 1.ธนาคารกรุงเทพ ถ.สีลม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เคยเกิดเหตุและเป็นกลุ่มทุน 2. แยกราชประสงค์และห้างสรรพสินค้าโดยรอบ 3. สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เป็นพื้นที่ที่เคยเกิดเหตุในช่วงที่มีการชุมนุม และ4. ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ เป็นเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์

  พื้นที่ที่ความเสี่ยงปานกลาง ได้แก่ 1.บริเวณแยกประตูน้ำ หน้าโรงแรมอินทรา 2.หน้าห้างสรรพสินค้าฟอร์จูน รัชดาภิเษก 3.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 4.สถานีขนส่งหมอชิต 5.สถานีรถไฟบางซื่อ 6.หน้าห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถ.ศรีนครินทร์ 7.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ 8.สถานีขนส่งเอกมัย 9.สถานีรถไฟหัวลำโพง 10.หน้าห้างมาบุญครอง 11.สถานีขนส่งสายใต้ 12.ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้าและโรงหนังเมเจอร์ 13.สยามและห้างโดยรอบ

 พื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้อย 1.ท่าพระจันทร์ 2.สนามบินดอนเมือง 3.สะพานควาย 4.โรงหนังเมเจอร์รัชโยธิน 5.หน้าสวนจตุจักร 6.ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว 7.ห้างเดอะมอลล์บางกะปิและตะวันนา 8.บริเวณเยาวราช วังบูรพา และพาหุรัด 9.รพ.จุฬาลงกรณ์

ศอฉ.สั่งกทม.ยกเลิกคาร์ฟรีเดย์หวั่นมองหนุนม็อบแดง

ภายหลังจากที่มีหลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงกรณีที่กรุงเทพมหานคร(กทม.)เตรียมจัดกิจกรรม “คาร์ฟรีเดย์” เพื่อรณรงค์ประชาชนลดใช้พลังงานสิ้นเปลืองโดยเฉพาะจากการใช้รถยนต์ส่วนตัว ให้หันมาใช้งานระบบขนส่งมวลชนสาธารณะแทน โดยกิจกรรมจะมีขึ้นในวันที่ 19 ก.ย.นี้ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 22 ก.ย.ที่เป็นวันคาร์ฟรีเดย์โลก (World Car Free Day) ซึ่งในวันเปิดงาน (19 ก.ย.) จะมีการปล่อยขบวนรถจักรยานกว่า 3,000 คันจากจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ 19 สาย ก่อนมารวมตัวกันที่บริเวณลานคนเมือง

อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)หรือกลุ่มคนเสื้อแดงก็ได้ประกาศนัดชุมนุมแสดงพลังต่อต้านรัฐบาลตามจุดสำคัญๆ หลายจุดด้วยกัน เนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปีการทำรัฐประหารและร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กลุ่มแนวร่วมที่เสียชีวิตจากช่วงที่มีการปะทะระหว่างปฏิบัติการกระชับพื้นที่ของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา จึงเกรงว่าอาจเกิดการกระทบกระทั่งหรือเหตุปะทะกันเกิดขึ้นด้วยมีหลายเส้นทางที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องการใช้จัดกิจกรรม

 ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้(16 ก.ย.) นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม.ซึ่งรับผิดชอบโครงการดังกล่าวระบุว่า ปัญหาดังกล่าวทำให้กทม.และสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทยที่เป็นแนวร่วมหลักในการจัดกิจกรรม รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ต่างวิตกกังวลและเป็นห่วงพอสมควรว่าอาจเกิดเหตุกระทบกระทั่งหรือทะเลาะวิวาทกันได้ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาในวันงาน โดยเฉพาะการพิจารณาปรับเปลี่ยนเส้นทางสำคัญๆ ที่ขบวนจักรยานต้องผ่านใหม่อีกครั้ง อาทิ ถนนพระราม 1(วัดปทุมวนาราม-แยกราชประสงค์) ถนนดินแดง(สามเหลี่ยมดินแดง-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) ถนนพระราม 4 (สวนลุมพินี-บ่อนไก่) และถนนราชดำเนินกลาง(แยกคอกวัว-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย-สะพานผ่านฟ้าฯ) ซึ่งสมควรและอาจจำเป็นต้องหลบเลี่ยง ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่าจะจัดกิจกรรมดังกล่าวตามกำหนดไม่เลื่อนหรือยกเลิกแน่นอน

 อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 17 ก.ย. มีรายงานจากกทม.แจ้งให้สื่อมวลชนทราบผ่านระบบข้อความสั้น(SMS)เพื่อเผยแพร่ต่อไปยังประชาชนเป็นการด่วนว่า กทม.ขอประกาศยกเลิกการจัดงานดังกล่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทั้งนี้ จากการสอบถามไปยังนายธีระชนถึงสาเหตุในการประกาศยกเลิก ซึ่งได้ชี้แจงว่าเป็นการประกาศตามคำสั่งที่มาจากมติในที่ประชุมศอฉ.เมื่อช่วงสาย ก่อนจะประสานมายังตนเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. โดยระบุเหตุผลขอให้กทม.ยกเลิกจัดงานว่า เนื่องจากในวันเดียวกันมีกลุ่มผู้ชุมนุมนปช.ขับขี่จักรยาน-จักรยานยนต์ออกมาร่วมชุมนุมด้วยเช่นกัน จึงเกรงจะถูกสังคมมองว่ากทม.ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐจัดกิจกรรมนำมวลชนมาสนับสนุนการชุมนุม อย่างไรก็ดี เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถจัดงานดังกล่าวได้ในวันที่ 22 ก.ย.ที่จะถึงนี้

“อนุพงษ์”เชื่อแดง19ก.ย.ไร้รุนแรงหากทำตามกม.

 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการรักษาความสงบกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะมีการทำกิจกรรมรำลึก 4 ปีรัฐประหารในวันที่ 19 ก.ย. นี้ ว่า ที่ประชุม ศอฉ. ไม่ได้พูดคุยเรื่องเตรียมแผน มาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นเรื่องหลัก เพราะประชุมจบไปตั้งแต่ครั้งที่แล้วว่า ตำรวจมีขั้นตอนในการปฏิบัติอย่างไร ซึ่งแนวทางรัฐบาลมีอยู่แล้ว ทั้งนี้คิดว่าการชุมนุมคงไม่มีอะไร ส่วนการประชุม ศอฉ.วันนี้ เป็นเรื่องของครูภาคใต้ และ การเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงกับคณะอนุกรรมการชี้แจงข้อเท็จจริงฯ

 “การชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.นี้ คิดว่า ไม่ว่าใครทั้งสิ้น คงไม่อยากให้เกิดความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด หากใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญในการแสดงออกคงไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ส่วนปัญหาความแตกแยกของคนในชาตินั้น ทุกคนในประเทศมีค่าเท่ากัน จะถามผมคนเดียวไม่ได้ ทุกคนได้รับผลกันหมด ดังนั้น ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข จึงจะมีความสงบเรียบร้อย คนไทยทุกคนต้องช่วยกัน ผมเชื่อมั่นว่า ต้องทำได้ สื่อก็ต้องช่วย ไม่ใช่คนชื่อ อนุพงษ์ คนเดียว”ผบ.ทบ.กล่าว

ผบ.ตร.กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังเหตุปล้นธนาคารและร้านทอง

 พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้สั่งกำชับให้ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานในระดับกองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ และสถานีตำรวจทั่วประเทศ สั่งการให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดที่มีหน้าที่ปฏิบัติเกี่ยวกับกรณีคนร้ายก่อเหตุปล้นธนาคารและร้านทองในพื้นที่ โดยระบุว่า ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหมั่นตรวจตราสถานที่และจุดล่อแหลมเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานไปยังผู้ประกอบการในการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย อาทิ การติดกล้องวงจรปิด และซักซ้อมการเฝ้าระวังเหตุกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานที่ และทำการประชาสัมพันธ์ขอให้ประชาชนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยกันดูแลสอดส่อง และเมื่อพบเห็นพิรุธ หรือสิ่งบอกเหตุใดๆให้รีบแจ้งและประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือและระงับเหตุในทันที

สตช.คาดม็อบเสื้อแดงครึ่งหมื่นชุมนุม19ก.ย.

 พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการประเมินการเคลื่อนไหวของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร.เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) เพื่อสรุปสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.ในรอบวันที่ผ่านมา  วันนี้(17 ก.ย.) มีกิจกรรมวางดอกไม้หน้าเรือนจำ 17 แห่ง ที่ผู้ชุมนุมนปช.ถูกควบคุมตัวอยู่ การตรวจสอบการจัดกิจกรรมในพื้นที่ กทม.ได้เสร็จสิ้นกิจกรรมแล้ว ผู้ชุมนุมได้ทยอยเดินทางกลับไปหมดแล้ว ขณะที่ต่างจังหวัดได้มีการจัดกิจกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน ผู้ชุมนุมเดินทางกลับไปแล้วทั้งหมด สถานการณ์ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 พล.ต.ต.ประวุฒิกล่าวว่า ส่วนวันที่ 18 ก.ย.มีการจัดกิจกรรมส่วนใหญ่ในต่างจังหวัด ส่วนใน กทม.มีการจัดแรลลี่จากห้างอิมพีเรียลเวิลด์ไปจ.เชียงใหม่ วันที่ 19 ก.ย.กำหนดการเริ่มตั้งแต่เวลา 16.30 น.เสร็จสิ้นสุดเวลา 19.30 น.ส่วนจำนวนผู้ชุมนุมไม่เกิน 5 พันคน ในส่วนการใช้พื้นผิวจราจรได้มีการทำข้อตกลงว่า หากผู้ชุมนุมจำนวนไม่มากให้อยู่บนทางเท้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแม้จะมีจำนวนมากก็ให้กระจายไปอยู่บนทางเท้าก่อน แต่หากไม่ไหวจริง ๆ ค่อยมาคุยกันว่าจำนวนมากขนาดไหนถึงจะใช้พื้นผิวจราจรได้ ภาพรวมของการเคลื่อนไหวยังอยู่ในความเรียบร้อยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นห่วงเรื่องมือที่ 3 บ้างหรือไม่ พล.ต.ต.ประวุฒิกล่าวว่า ตำรวจมีความเป็นห่วงเรื่องมือที่ 3 แต่ไม่ถึงกับวิตกกังวล เราจะใช้คามระมัดระวังมากขึ้น ทางการข่าวยังไม่มีสัณญานว่าจะมีเหตุป่วน หรือสร้างสถานการณ์ แต่ตำรวจไม่ประมาท ได้มีการวางกำลังไว้ในจุดที่สำคัญหรือจุดที่น่าจะมีเหตุ นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ประสานงานกับแกนนำผู้ชุมนุมอย่างใกล้ชิด จากการประสานงานที่ผ่านมาเป็นไปได้ด้วยดี ฝ่ายผู้ชุมนุมเองยอมรับเงื่อนไขทั้งหมด เช่นการใช้เครื่องขยายเสียงก็ใช้เพียงเครื่องขยายเสียงขนาดเล็ก เช่นโทรโข่ง

 เมื่อถามถึงกลุ่มเสื้อหลากสีจะมีการมาชุมนุมที่แยกราชประสงค์ด้วยจะเป็นชนวนให้เกิดความรุนแรงขึ้นหรือไม่ พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ตำรวจทราบข้อมูลเรื่องนี้ แต่ยังไม่ทราบจำนวนคน แต่หากเป็นการแสดงกิจกรรมหรือแสดงความคิดเห็นทางการเมือง หากไม่เกินจากกรอบที่เราวางไว้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

 ถามถึงกรณีที่ส.ส.ฝ่ายค้านออกมาระบุว่ากรณีการปล่อยข่าวชายชุดดำเป็นการกุข่าวขึ้นมาเพื่อสร้างกระแส พล.ต.ต.ประวุฒิกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของการสืบสวนของตำรวจนครบาลและฝ่ายความมั่นคง ซึ่งยืนยันตรงกันว่ามีกลุ่มคนเข้ามาสร้างความไม่สงบ ล่าสุด พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.ดำเนินการติดตามจับกุม ทางนครบาลมีหลักฐาน อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตาม น่าจะมีหลักฐานแต่ยังไม่ถึงขั้นออกหมายจับได้

 พล.ต.ต.ประวุฒิกล่าวด้วยว่า สำหรับการสอบตำรวจชั้นประทวนขึ้นเป็นนายตำรวจสัญญาบัตรจะมีการสอบในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ยังคงดำเนินการตามกำหนดการเดิมไม่มีการเลื่อนแต่อย่างใด ส่วนที่มีบุคคลแอบอ้างในเว็บไซต์ว่าสามารถนำข้อสอบออกมาได้ เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะการออกข้อสอบจะออกในวันที่ 18 ก.ย.และกรรมการผู้ออกข้อสอบจะถูกจำกัดบริเวณไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อสอบรั่วไหล กรณีดังกล่าวจึงเป็นเพียงการแอบอ้าง ขอให้ผู้เข้าสอบทุกคนอย่าไปหลงเชื่อ

“ผาสุก”เตือนมองข้าม91ศพ“ปฏิรูปเหลว”ไม่หวัง“บอร์ดปฏิรูป”

 ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆขึ้นมาเพื่อปฏิรูปประเทศว่า แม้จะมีคณะกรรมการหลายชุดแต่หัวขบวนไม่ได้สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าจะทำอะไรใหม่ๆ หรือจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยเฉพาะคณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอป .) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธานนั้น คนหมดศรัทธาไปแล้วเพราะก่อนหน้านี้นายคณิตเคยทำหน้าที่ค้นหาความจริงในหลายกรณี เช่นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ แต่ไม่เคยสำเร็จ สังคมไม่เคยความจริงที่น่าพอใจ ทั้งที่กรรมการชุดนี้คือหัวใจของการปฏิรูป ต้องหาความจริงให้ได้ว่าการตายของ 91 ศพใครเป็นลงมือทำจะบอกว่าเป็นกองกำลังชุดดำคงไม่เพียงพอ แต่ปรากฎว่าตั้งมาได้ไม่นานนายคณิตกลับบอกว่าการทำงานมีขอบเขตมาก ทำให้คิดได้ว่านายคณิตมีโพยจากใครไม่ให้ค้นหาความจริงหรือไม่

 ศ.ดร.ผาสุก กล่าวอีกว่า ส่วนคณะกรรมการปฏิรูปที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน ที่จะขจัดความเหลื่อมล้ำนั้นจะช่วยแก้ความขัดแย้งได้ในระยะยาว เพราะมีหลายมิติทั้งเรื่องทรัพยากร ที่ดิน ภาษี เรื่องศักดิ์ศรีมนุษย์จะมีการแก้หรือไม่ ซึ่งต้องช่วยกันคิดว่าจะแก้อย่างไร แต่วันนี้ความเหลื่อมล้ำเป็นแค่วาทกรรม โดยมองกันว่าหากแก้ความเหลื่อมล้ำแล้วจะแก้ปัญหาอื่นได้ทั้งหมด ทั้งที่ความจริงแล้วปัญหาลึกกว่านั้น เพราะเป็นเรื่องของการเมืองและเรื่องอำนาจ ถ้าแก้แต่เรื่องความเหลื่อมล้ำแล้วละเลยเรื่องการเสียชีวิตของ 91 ศพก็แก้ไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นบาดแผลลึกในสังคม ไม่ได้แก้ด้วยการปฏิรูปที่ดินมันคนละเรื่องกัน ต้องทำเรื่อง 91 ศพให้ความจริงปรากฎ หากต้องมีการรับผิดก็ไม่ควรลูบหน้าปะจมูก เพราะมีการตายแบบนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ ไม่ใช่บอกให้ลืมกันไป เพราะเรื่องการเสียชีวิตถือเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งญาติผู้เสียชีวิตคงรับไม่ได้

 “ กรรมการที่ตั้งขึ้นปฏิรูปในปัจจุบันยังไม่มีตัวแทนที่มีความชัดเจนว่าเป็นคู่ขัดแย้งในสังคม จึงไม่อาจตอบโจทย์ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้น อาจจะไม่ใช่คนที่สังกัดสีแต่ต้องเป็นคนรุ่นใหม่อายุราว 30 - 40 ปี ที่มีความสัมพันธ์กับสีต่างๆมีความเห็นที่กว้างขวางเข้ามาร่วมด้วย ไม่ใช่ใช้แต่คนสูงอายุที่เป็นคนหน้าเดิมๆถือว่าเป็นพวกเดียวกันคุยได้ พวกอื่นไม่เอา เพราะสุดท้ายก็จะแก้ปัญหาแบบลูกหน้าปะจมูก ไม่สามารถสร้างพลังการปฏิรูปได้”ศ.ดร.ผาสุก กล่าว