
"มาร์ค"แจงปมคาใจรัฐบาลซาอุฯยันเร่งรัดคดี
นายกฯ แจงปมคาใจรัฐบาลซาอุ ยืนยันเร่งรัดคดี ส่วนตั้ง สมคิด ยังไม่ได้รับรองมติของก.ตร. แต่เชื่อว่าทำตามระเบียบของตำรวจ วอนคนไทยช่วยรัฐบาลแจง พร้อมเหน็บ ประชา กรองข่าวก่อนพูดหวั่นสร้างปัญหาชาติ
(17ก.ย.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงกรณีการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบ.ช.ภ. 5 ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย เป็น ผช.ผบ.ตร. ทำให้รัฐบาลซาอุดิอาระเบียมีความกังวลว่าจะเข้าไปแทรกแซงในคดีออกแถลงการณ์ทักท้วงถึงหลายฉบับ และล่าสุดส่อเค้าว่ากรณีดังกล่าวอาจทำให้ประเทศซาอุดิอาระเบียลดสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทยและกระทบกับพี่น้องชาวไทยเชื้อสายมุสลิมที่ต้องไปประกอบพิธีฮัญจ์ได้
ทั้งนี้ตนมีข้อสังเกตว่าเป็นการให้ผลประโยชน์ต่างตอบแทนทางการเมือง ซึ่งประเด็นนี้นายอภิสิทธิ์จะเลือกระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรืออุ้มพล.ต.ท.สมคิด ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจชาวซาอุฯ
นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า การทำงานของรัฐบาลต้องรักษาผลประโยชน์ชาติ และเลือกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก่อนตัวบุคคล ซึ่งรัฐบาลยืนยันการตัดสินใจว่าการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นต้องควบคู่กับการรักษาความถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สำหรับคำแถลงการณ์ของรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย ยืนยันชัดเจนว่าในรัฐบาลชุดปัจจุบันความสัมพันธ์ได้ดีขึ้นตามลำดับ ส่วนเรื่องคดีที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลซาอุฯ เป็นห่วงว่าหากไม่เร่งรัดคดีก็จะหมดอายุความนั้นรัฐบาลจึงประสานไปยังดีเอสไอ ให้แก้ปัญหาเพื่อไม่ให้คดีอุ้มฆ่าหมดอายุความ ซึ่งได้ดำเนินการจนยื่นฟ้องต่อศาลได้แล้ว
นายกฯ กล่าวอีกว่าส่วนการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิดนั้นเป็นมติของก.ตร. โดยยืนยันว่าขณะนี้เรื่องดังกล่าวตนยังไม่รับมติ เพราะล่าสุดมีผู้ทำหนังสือร้องเรียนบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้ง ขณะนี้ ก.ตร.อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งนี้ก.ตร. ได้ทำเรื่องชี้แจงประเด็นดังกล่าวมายังตนว่า ไม่สามารถพักราชการหรือดำเนินการทางวินัยได้เพราะเรื่องได้ดำเนินการแล้ว เมื่อ 10 ปีก่อนจากนั้นมีกฎหมายล้างมลทินบุคคลที่เดคยถูกดำเนินคดีทางวินัยทำให้ก.ตร.ไม่สามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนได้ ดังนั้นพล.ต.ท.สมคิดจึงไม่เข้าข่ายถูกพักราชการเพื่อรอผลสอบสวน
นายกฯกล่าวอีกว่าส่วนประเด็นการตั้งพล.ต.ท.นั้น อยู่ในข่ายลำดับอาวุโส ตามระเบียนของก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ที่ต้องพิจารณาตำแหน่งบุคคลที่อยู่ในข่ายเรียงตามลำดับตามอาวุโส ดังนั้นพล.ต.ท. สมคิด มีสิทธิ์ที่ดำรงตำหแน่ง ผช.ผบ.ตร.และที่สำคัญก่อนหน้านี้ศาลปกครองมีคำวินิจฉัยหากไม่มีการแต่งตั้งข้าราชการตามลำดับอาวุโส เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
“เรื่องบริหารจัดการรักษาสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รัฐบาลต้องเคารพกฎหมายของไทยด้วย โดยไม่มีประเด็นเรื่องผลประโยชน์ต่างตอบแทน ส่วนที่ระบุว่าจุฬาราชมนตรีไม่สามารถเดินทางไปยังประเทศโลกมุสลิมได้ เพราะไม่มีวีซ่า ทางจุฬาราชมนตรีได้พูดคุยกันตนเมื่อวาน (16 ก.ย.)ว่าท่านได้ตัดสินใจยกเลิกการเดินทางก่อนก.ตร.มีมติ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้รัฐบาลได้ทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง และยืนยันไม่เกี่ยวกับเรื่องตัวบุคคล อย่างที่ท่านไปเคียดแค้นพล.ต.ท.สมคิด” นายกฯกล่าว
จากนั้นนายประชาได้ตั้งคำถามอีกว่าแล้วทำไมถึงไม่พิจารณาตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ เพราะมีความอาวุโส หรือรัฐบาลนี้มองเพียงว่ามีความเกี่ยวดองกับนักการเมืองที่เป็นอดีตนายกฯ ซึ่งการแต่งตั้งตามลำดับอาวุโสนั้นตามจริงก็สามารถยกเลิกได้ โดยยึดตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ส่วนที่จุฬาราชมนตรีระบุกับนายกฯ เช่นนั้นเพราะทางจุฬาราชมนตรีให้เกียรตินายกฯ และที่ผ่านมานายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศได้ทำความเข้าใจกับประเทศโลกมุสลิมหรือไม่ หรือทำกิจกรรมเพื่อฟื้นความสัมพันธ์ด้วยหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าตนเชื่อคำพูดจุฬาราชมนตรี เพราะได้พูดตรงไปตรงมา ซึ่งในการพูดคุยทางจุฬาราชมนตรีได้พูดกับตนหลายเรื่อง ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศขณะนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้เดินหน้าอย่างต่อเนื่องรวมถึงในแง่ของความสัมพันธ์ทางด้านธุรกิจ อย่างไรก็ตามในการพบกับประเทศสมาชิกองค์การการประชุมอิสลาม(โอไอซี) ก็ได้พูดถึงปัญหาของการฆ่าตัดตอน คดีกรือแซะ และตากใบ แต่รัฐบาลก็ไม่อยากให้ปัญหาเหล่านั้นมาเป็นอุปสรรคกับประเทศสมาชิกองค์การการประชุมอิสลาม (โอไอซี)
นายประชา ถามอีกว่า ล่าสุดมีข่าวว่ากลุ่มโอไอซีเตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรกับประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลมีเครื่องรับประกันอย่างไรไม่ให้ปัญหาการบอยคอตเกิดขึ้น
นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า ขอให้ระวังการรับข่าวสารที่เมื่อนำไปขยายผลแล้วอาจจะเป็นการซ้ำเติมปัญหาได้ รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาหลายเรื่องและขอเรียกร้องทุกฝ่ายช่วยกันแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ



