ข่าว

“เทือก”เตือนประชาชนอย่าตื่นเสื้อแดงชุมนุม

“เทือก”เตือนประชาชนอย่าตื่นเสื้อแดงชุมนุม

17 ก.ย. 2553

“สุเทพ”เตือนปชช.อย่าแตกตื่นเกินเหตุเสื้อแดงชุมนุมไม่มีการข่าวชี้จะก่อเหตุรุนแรง ไม่ประมาทสั่งทหารเตรียมเสริมกำลังตำรวจ ยันอารักขาเข้มตามปกติ 64 วีไอพี ปิดปากไม่ขยายความต่อเรื่องชายชุดดำโยงข่าวนักรบรับจ้างจากเวียดนาม ไม่กังวลเสื้อแดง 6 ปท.เคลื่อนไหวกระทบภา

(17ก.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)กล่าวถึง การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ระหว่างวันที่ 17-19 ก.ย.ท่ามกลางข่าวการลอบสังหารบุคคลสำคัญและการจะก่อความวุ่นวายในช่วงกลุ่มนปช.เคลื่อนไหว ว่า เรียนพี่น้องประชาชนว่าขอให้ทำใจให้สบายอย่าวิตกกังวลจนเกินไป ตนเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ของเราทุกฝ่ายจะสามารถรักษาสถานการณ์ ดูแลบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อยได้ และตนเชื่อว่าเมื่อเราได้แจ้งคำเตือน คำแนะนำ ส่งคนไปเจาจรกับฝ่ายที่จะมาชุมนุมเขาก็ต้องเข้าใจดีว่าอะไรที่ทำแล้วจะผิดกฎหมาย ถ้าเขาร่วมมือก็จะมีปัญหาอะไร

 ส่วนพี่น้องประชาชนถ้าเห็นเบาะแสความผิดปกติใด ๆ ในช่วงระยะนี้ก็ขอช่วยกรุณาทำหน้าที่เป็นหูเห็นตาบอกเล่าแก่เจ้าหน้าที่ของเราจะได้แก้ไขเหตุการณ์เสียตั้งแต่ต้นมือ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ที่ผ่านมาข่าวต่าง ๆ มักจะออกมาจากเจ้าหน้าที่รัฐทั้งนั้น ประชาชนจึงเกิดความวิตกเป็นพิเศษ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ก็ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่เพราะเดี๋ยวนี้สื่อมวลชนทำงานเก่งขึ้นถามไปทุกแห่ง เจ้าหน้าที่บางท่านเมื่อถูกถามไม่รู้จะเลี่ยงไปอย่างไรก็ตอบไป แต่ว่าแต่ละคนมีน้ำหนักในการตอบไม่เท่ากันความหนักเบาแล้วแต่ดลุยพินิจของแต่ละคนก็เลยกลายเป็นข่าวแต่ตนสรุปว่าขอให้ทำใจให้เป็นปกติ มีปัญหาก็ต้องแก้ไขกันไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วง 3 วันนี้ศอฉ.จะต้องสั่งการให้ฝ่ายทหาร ลงมาตั้งด่านคุมเข้มอะไรหรือไม่ ผอ.ศอฉ. กล่าวว่า ขณะนี้จะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเรือนเป็นหลัก แต่ก็ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเอาไว้เผื่อว่าถ้าเกิดกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเหลือบ่ากว่าแรงต้องขอความช่วยเหลือก็จะออกมาช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 ถามว่า ทางการข่าวมีการประเมินว่าจะมีการใช้ความรุนแรงหรือการใช้อาวุธมาก่อเหตุหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่จะยืนยันอย่างนั้น ซึ่งมาตรการดูแลก็ไม่มีการเพิ่มเติมอะไรเป็นพิเศษดูแลกันไปตามปกติที่ดูแลอยู่ทุกวัน ส่วนทำเนียบรัฐบาลก็ไม่มีการสั่งเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลแต่อย่างใด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของบุคคลสำคัญ 64 คน จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษหรือไม่ในช่วง 2 - 3 วันนี้ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เราพยายามดูแลอย่างเต็มที่ เมื่อเราเห็นว่าฝ่ายหนึ่งพยายามสร้างเหตุการณ์ร้ายแรงในบ้านเมือง มาตรการของเราคือทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษให้กับสถานที่ราชการ
สถานที่เป็นเป้าหมายบ้านพักบุคคลสำคัญ และบุคคลสำคัญต่าง ๆ ที่เราต้องดูแลอารักขาด้วยความระมัดระวัง ซึ่งเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยตามปกติ และเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ต้องดำเนินการ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนช่วงนี้ฝ่ายรัฐเองมีการประโคมข่าวเรื่องความเคลื่อนไหว จะก่อเหตุรุนแรง รวมทั้งเรื่องชายชุดดำ ทั้งที่เป็นฝ่ายปฏิบัติจะต้องแก้ไขปัญหา แต่กลับมาให้ข่าวเช่นนี้ ผอ.ศอฉ. กล่าวว่าตนไม่ได้เป็นคนประโคมข่าว เวลาสื่อมวลชนมาถามตนก็พยายามทำให้ข่าวเบาที่สุดและเวลาพูดจาก็พยายามระมัดระวังที่สุดไม่ได้ประโคมข่าวอะไรเลย สื่อมวลชนก็อย่าไปถามพวกเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่ถามเขาก็ไม่ต้องตอบ เพราะคนเหล่านั้นเขาไม่ได้เดินออกมาให้สัมภาษณ์เอง

 ต่อข้อถามที่ว่า ล่าสุดมีการระบุว่าชายชุดที่มาซุ่มอยู่ในคอนโด ใกล้บ้านพักนายกรัฐมนตรีนั้นมีข่าวว่าเช่าคอนโดอยู่กับแกนนำพรรคฝ่ายค้านข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้เอาไว้แค่นี้ก็พอแล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ก็มีข่าวด้วยว่าชายชุดดำเป็นกองกำลัง ที่ส่งมาจากประเทศเวียดนามโดยผ่านการฝึกมาอย่างดี ไม่ต้องนำอาวุธมาเพราะในประเทศไทยมีการเตรียมไว้ให้ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ก็เอาสื่อฉบับนั้นมาเปิดให้เต็มที่ไปเลย ตนจะได้ตามได้ด้วย ตนไม่ได้เป็นคนเอาข่าวนี้มาพูด เพราะฉะนั้นคงจะพูดรายละเอียดไม่ได้และขอร้องว่าสื่อมวลชนอย่าทำให้เรื่องนี้ไปกันใหญ่ ทำให้เบา ๆ และช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่

 ต่อข้อถามที่ว่า ทางการข่าวมีรายงานหรือไม่ว่ามีการเชื่อมโยงกับนักรบรับจ้างจากเวียดนาม ผอ.ศอฉ. กล่าวว่า ตนคงจะไม่พูดต่อความยาวไปกว่านี้ แต่ขอยืนยันกับประชาชนว่าตนและคณะทำงานฝ่ายความมั่นคงจะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อรับมือสถานการณ์และตั้งใจเต็มที่ที่จะดูแลให้บ้านเมืองอยู่ในความสงบเรียบร้อยให้ได้ ในช่วง 2-3 วันนี้คนกรุงเทพฯยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะนำดอกไม้ไปวางหน้าเรือนจำนั้น ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถดูแลให้อยู่ในความสงบได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คนเสื้อแดงในต่างประเทศอีก 6 ประเทศก็จะเคลื่อนไหวทำกิจกรรมพร้อมไปกับในประเทศไทย เป็นห่วงว่าจะทำให้เป็นปัญหาภาพลักษณ์ของประเทศหรือไม่ ได้มอบให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว ไม่กังวลเลย ภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศ ก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงน่ากังวล ถ้ามีอะไรที่คนต่างประเทศไม่เข้าใจ สถานทูตไทยที่อยู่ในแต่ละประเทศก็จะทำการชี้แจงและอธิบายได้

 “ผมคิดว่าฝ่ายคุณทักษิณเองเสียอีกน่ากังวลกว่า เพราะยังต้องพยายามปิดบังภาพต่าง ๆ เช่น ภาพที่ไปพบกับนายทอม ดันดีที่เป็นคนที่มีพฤติกรรมไม่ถูกใจคนไทยที่ประเทศฝรั่งเศส อย่างนั้นน่ากังวลใจกว่า เพราะนายทอมเป็นคนที่มีการแสดงที่ไม่ดีต่อประเทศไทย และสถาบันที่เคารพเทิดทูนของประเทศไทย พวกผมไม่มีอะไรที่น่ากังวลใจแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นภาพเก่าหรือภาพปัจจุบันกำลังจำตามตรวจสอบดูก่อนว่าเป็นอย่างไร ส่วนกระแสข่าวเรื่องว่าพ.ต.ท.ทักษิณกำลังป่วยหนักนั้น ผมไม่ทราบว่าคุณทักษิณแข็งแรงดีหรือกำลังป่วย ตอนนี้ข่าวลือน่ากังวลใจมาก เพราะลือกันสารพัด แต่ผมก็ยังเห็นเขายังพูดจ๋อย ๆ อยู่ ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ” รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมารัฐบาลเล่นงานคน ๆ เดียวจนบ้านเมืองปั่นป่วนกันไปหมด อย่างนี้จะหาทางออกที่ดีได้อย่างไร รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ความจริงคนไทยทั้งประเทศไม่มีใครไปเล่นงานพ.ต.ท.ทักษิณ แต่พ.ต.ท.ทักษิณเล่นงานคนไทยมากกว่า ฟาดเอาทั้งประเทศเลย เดือดร้อนกันทั้งหมด เพราะทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่พ.ต.ท.ทักษิณทำตัวเขาเองทั้งสิ้น ก่อนหน้านั้นมีคนออกมาพูดจาเตือนแล้วอย่างตอนที่เป็นนายกฯ นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นคนไปเตือนว่าให้ระวังถ้าทำอย่างนี้ในวันข้างหน้าจะไม่มีแผ่นดินอยู่ ใคร ๆ ก็พูด แต่วันนั้นพ.ต.ท.ทักษิณมีอำนาจและใหญ่โตมากก็เลยไม่ค่อยฟังใคร

 “วันนี้ที่จะมีการจัดกิจกรรมครบรอบ 4 ปีการปฏิวัติ ความจริงแล้วควรจะนึกกลับไปว่าทำไมถึงมีการปฏิวัติ จำได้หรือไม่ว่ารัฐบาลขระนั้นได้ทำการทุจริตคอรัปชั่น จนประชานเอือมระอา ปล่อยให้มีการล่วงละเมิดสถาบันอันที่เป็นที่เคารพเทิดทูนของประชาชน เข้าไปแทรกแซงก้าวก่ายการทำงานขององค์กอิสระจนกลายเป็นสาเหตุที่นำมาสู่การปฏิวัติ

 ดังนั้นเมื่อจะมีการเคลื่อนไหวเพื่อรำลึก 4 ปีของการปฏิวัติ ก็ขอให้ประชาชนคนไทยทบทวนย้อนกลับไปด้วย ว่าทำไมถึงมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น คิดว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ใช่คนไทยไปเล่นงานพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการทำตัวของเขาเอง และเมื่อทำตัวอย่างนั้นต้องคำพิพากษาแล้วก็ไม่มารับดทษตามคำพิพากษา พวกตนยังไม่ได้ไปไล่ล่าที่ไหนเลย” ผอ.ศอฉ. กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลนี้ประกาศนโยบายปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น แต่ทำไมไทยจึงถูกลดอันดับประเทศที่มีความโปร่งใส แสดงว่ามีปัญหาการทุจริตอยู่เป็นจำนวนมากผอ.ศอฉ. กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องปกติถ้ามีการคอรัปชั่นก็ต้องจับกุมกันต่อไป