
ชุมพลรับแจงทรัพย์สินพลาดยันอุทธรณ์แน่
ชุมพล รับแจงทรัพย์สินพลาด-ตกหล่น ยันยื่นอุทธรณ์แน่ ด้าน"เทพเทือก"ป้องชุมพลหลังถูกศาลวินิฉัยเว้นวรรค 5 ปี เหตุยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ เพราะทีมงานไม่รอบคอบ ไม่ใช่ทุจริต ปัดส่ง"ลูกแทน"ลงเลือกตั้งซ่อมชี้ต้องทำตามขั้นตอนพรรค
(17ก.ย.) นายชุมพล กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี และประธานส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีเนื่องจากแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จว่า ขอน้อมรับในคำพิพากษาดังกล่าว ทั้งนี้แม้ตนจะไม่จงใจแสดงบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จเพราะที่ผ่านมาเมื่อป.ป.ช.ประสานมาตนก็พยายามส่งเอกสารหลักฐานให้ป.ป.ช.ตลอด แต่ในช่วงหลังตนไม่ได้รับเอกสารหนังสือแจ้งให้ไปให้ปากคำจากป.ป.ช.เลย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาตนและครอบครัวได้กู้เงินจากสถาบันการเงินต่างๆ หลายแห่งโดยทำอย่างเปิดเผยว่าจะนำเงินกู้นั้นไปทำอะไรบ้าง แต่ในการแจ้งบัญชีทรัพย์สินอาจจะมีความผิดพลาดหรือตกหล่นบ้าง
ตนจะขอความเมตตาต่อศาลในการยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด โดยจะรวบรวมเอกสารและหลักฐานที่ยังขาดตกบกพร่องและที่ยังไม่ได้ยื่นเพื่อขอความเมตตาจากศาลต่อไป ทั้งนี้หลังจากที่มีคำพิพากษาของศาลนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็แสดงความไม่สบายใจด้วยเพราะได้ทำงานร่วมกันมานาน อย่างไรก็ตาม สำหรับการคัดเลือกตัวผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.แทนตนนั้น คงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของพรรค อีกทั้งขณะนี้ตนก็ยังไม่ได้คิดว่าจะส่งบุตรลงสมัครแทนหรือไม่ด้วย
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาตัดสิทธิ์ทางการเมืองนายชุมพล กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี และประธานส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นเวลา 5 ปี กรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของตนเองและคู่สมรสเป็นเท็จ ว่าก็คงต้องเลือกตั้งซ่อมแทนตำแหน่งส.ส.ที่ว่างลง ตนเสียดายเพราะนายชุมพล เป็นนักการเมืองที่ทำงานให้พรรคประชาธิปัตย์ และประชาชนจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างเข้มแข็งมาโดยตลอด เคยเป็นทั้งสมาชิกสภาจังหวัด มาหลายสมัยก่อนที่จะมาเป็นส.ส. และทำธุรกิจหลายอย่าง เวลายื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินฯ อาจไม่รอบคอบ เพราะมอบหมายให้ลูกน้องช่วยดำเนินการให้และละเลยไม่ได้ติดตามจึงทำให้ต้องคำพิพากษาไป ที่ถูกตัดสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องทุจริตคิดมิชอบที่เป็นพิษเป็นภัยต่อประเทศชาติและประชาชน แต่เป็นความบกพร่องของทีมงานของนายชุมพลมากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือว่าเป็นการบกพร่องโดยสุจริตหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายชุมพลไม่มีความจำเป็นต้องปกปิดบัญชี ถ้ามีการตรวจสอบให้ดียื่นแสดงบัญชีให้ครบก็ไม่มีปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคได้เตรียมวางตัวใครลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมไว้แทนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้เพิ่งเกิดใหม่ ต้องใช้เวลาในการปรึกษาหารือกันก่อน เพราะตนไม่คิดมาก่อนว่านายชุมพลจะถูกศาลพิพากษาเช่นนี้ จึงไม่ได้เตรียมตัว เพราะไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะนายชุมพลก็ไม่ได้เล่าให้ฟัง
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วจะเลือกใครขึ้นมาทำหน้าที่ประธานส.ส.ของพรรคแทน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก็อย่างที่ตนเรียนว่าเรื่องนี้ยังใหม่ แต่ก็ต้องแก้ไขหาคนมาลงสมัคร และมาเป็นประธานส.ส.แทน
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้เครือญาติหรือลูกหลานของนายชุมพลมาสืบทอด โดยลงสมัครเลือกตั้งซ่อมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคก็มีระบบของพรรค ขั้นตอนแรกสาขาพรรคต้องไปประชุมปรึกษาหารือกัน จากนั้นส.ส.ในจังหวัดสุราษฎร์ฯ ต้องให้ความเห็นก่อนเสนอตัวบุคคลมาที่คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร ของพรรคที่มีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน
กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน สุดท้ายก็นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารของพรรคเห็นชอบต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วนายแทน เทือกสุบรรณ มีความประสงค์ที่สนใจ ที่จะลงสมัครเลือกตั้งซ่อมด้วยหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “ไม่สนใจ และตัดไปได้เลย ลูกชายตนทำธุรกิจดูแลกิจการของครอบครัวและเป็นลูกชายคนโตต้องแลพี่น้องและญาติ ๆ
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะให้เครดิตกับลูกของนายชุมพลในการลงเลือกตั้งแทนหรือไม่นายสุเทพ กล่าวว่า ทุกคนที่เป็นสมาชิกพรรคก็ได้รับการพิจารณาทั้งนั้น แต่ว่าต้องทำตามขั้นตอน



