ข่าว

แนะลูกค้าแบงก์ทวนข้อมูลก่อนคลิกสแกนไวรัสป้องแฮ็กเกอร์ล้วงข้อมูล

แนะลูกค้าแบงก์ทวนข้อมูลก่อนคลิกสแกนไวรัสป้องแฮ็กเกอร์ล้วงข้อมูล

17 ก.ย. 2553

แบงก์กรุงเทพเตือนลูกค้าที่ใช้อินเทอร์เน็ตแบงก์ทวนข้อมูลก่อนทำธุรกรรม พร้อมแนะลูกค้าใช้ระบบปฏิบัติการของแท้และอัพเดทไวรัสสแกนบ่อยครั้ง ป้องกันแฮ็กเกอร์เข้าถึงข้อมูล

 นายกิตติ โฆษะวิสุทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพที่จ้องทุจริตระบบการให้บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ต หรืออินเทอร์เน็ตแบงกิ้งในปัจจุบัน มักมองหาจุดที่สามารถโอนเงินออกจากบัญชีลูกค้าได้ง่ายที่สุด นั่นคือการโอนเงินไปยังบุคคลที่สาม ขณะเดียวกันการเจาะเข้าสู่ระบบของธนาคารเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากธนาคารมีระบบการป้องกันอย่างเข้มงวด ดังนั้นเป้าหมายของมิจฉาชีพจึงเปลี่ยนไปที่ลูกค้าแทน ด้วยการใช้สปายแวร์ชื่อโทรจันที่ได้ฝังเลขที่บัญชีมิจฉาชีพและทำการเปลี่ยนแปลงชื่อบัญชีที่ลูกค้าได้ขอเพิ่มบัญชีที่ 3 กับธนาคาร

 อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีระบบ One Time Password (OTP) ตามมาตรฐานของความปลอดภัยที่จะใช้ในการกรอกข้อมูลยืนยันก่อนทำธุรกรรม ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ป้องกันภัยให้ลูกค้า แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ความตระหนักรู้ของลูกค้าเองที่จะต้องตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนจะกรอก OTP เพื่อยืนยันกับธนาคาร ทั้งเลขที่บัญชีผู้รับโอน และชื่อผู้รับโอน เพราะมิจฉาชีพจะใช้เลขที่บัญชีของตนที่ฝังไว้ที่เครื่องลูกค้าทำการเปลี่ยนเลขที่บัญชีที่ 3 ที่ลูกค้าขอเปิดกับธนาคาร

  ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีลูกค้าที่โดนมิจฉาชีพเปลี่ยนแปลงเลขที่บัญชีที่ 3 ที่ได้สมัครใหม่กับธนาคาร แต่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของเลขที่บัญชีจึงรีบติดต่อธนาคารถึงได้ทราบว่าโดนมิจฉาชีพปลอมข้อมูล ซึ่งธนาคารได้ให้คำแนะนำ รวมถึงการลงโปรแกรมใหม่เพื่อล้างสปายแวร์ดังกล่าว

 นายกิตติ กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ของสังคมไทยอีกปัญหาที่เป็นเหตุให้เกิดการแฮ็กข้อมูลได้ง่ายคือ การใช้ระบบปฏิบัติการที่ไม่ถูกลิขสิทธิ์และการไม่ลงโปรแกรมสแกนไวรัส หรือลงแต่ไม่อัพเดท เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ถูกมิจฉาชีพ เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ซึ่งหากลูกค้ามีการติดตั้งระบบปฏิบัติการที่ถูกลิขสิทธิ์ และมีการอัพเดทโปรแกรมสแกนไวรัสอยู่เสมอจะช่วยป้องกันการแฮ็กข้อมูลทางการเงินได้ถึง 90%

 "ในช่วงที่ผ่านมาที่ลูกค้าของธนาคารถูกโจรกรรมข้อมูลและโอนเงินออกไปจากบัญชียังไม่ได้กระทบกับธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตของธนาคาร เพียงแต่ลูกค้ามีความระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งความตระหนักรู้ของลูกค้าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการป้องกันการทุจริต" นายกิตติกล่าว