ข่าว

"บาทแข็ง"ฉุดเชื่อมั่นอุตฯหดตัวจี้รัฐเร่งช่วยเอสเอ็มอี-พาณิชย์ห่วงลามเกษตร

"บาทแข็ง"ฉุดเชื่อมั่นอุตฯหดตัวจี้รัฐเร่งช่วยเอสเอ็มอี-พาณิชย์ห่วงลามเกษตร

17 ก.ย. 2553

ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมหดตัว ผวาเงินบาทแข็งค่าพรวด ดอกเบี้ยจ่อขยับขึ้นอีก มองการเมืองและเศรฐกิจยังมีปัญหา จี้รัฐเร่งออกมาตรการช่วยเอสเอ็มอีที่รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ยอดผลิตรถยนต์ 8 เดือนทะลุ 1 ล้านคัน

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทย เดือนสิงหาคม 2553 พบว่าค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 102.4 ปรับตัวลดลงจากเดือนกรกฎาคมจากระดับ 108.6 โดยมีสาเหตุมาจากการแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการส่งออก การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ตลอดจนความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมือง และภาวะเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังที่อาจชะลอตัวลง

 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลดลงจากระดับ 117.6 ในเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 115.4 ในเดือนสิงหาคม เนื่องจากผู้ประกอบการคาดการณ์ว่า ยอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณการผลิตและผลประกอบการจะปรับลดลง เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในประเทศ และภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีสัญญาณชะลอตัว

 "ข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการคือต้องการให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณาออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็ก และเร่งดำเนินการแผนปรองดองให้เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเมือง ผลักดันให้เพิ่มจำนวนสินค้าที่ควรบังคับใช้ มอก. ให้มากขึ้น และภาครัฐควรเป็นแกนกลางในการจัดตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่าย เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและลดความขัดแย้งระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับชุมชน" นายพยุงศักดิ์กล่าว

 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. เปิดเผยถึงยอดส่งออกรถยนต์เดือนสิงหาคม 2553 ว่ามีจำนวน 77,750 คัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 80.37% จากช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 11.25% จากเดือนกรกฎาคม โดยมีมูลค่าการส่งออก 34,943.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.67% จากช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่วนการส่งออกช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา มีจำนวนรวม 5.8 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 85% คิดเป็นมูลค่า 2.69 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 84%

 สำหรับการผลิตรถยนต์ในช่วง 8 เดือน มีจำนวนทั้งสิ้น 1.05 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 92% และเป็นจำนวนที่สูงกว่าการผลิตของปี 2552 ทั้งปี เนื่องจากตลาดมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งตลาดในประเทศ และการส่งออก