
พาณิชย์เล็งชงผ่อนเกณฑ์อุ้มธุรกิจห่วงมีสัญญาณเก็งกำไร"บาท"ในตลาดพันธบัตร
พาณิชย์เตรียมเสนอผ่อนเกณฑ์ช่วยธุรกิจลดผลกระทบบาทแข็ง ยืดเวลาถือเงินดอลลาร์ ดึงเอ็กซิมแบงก์ช่วยทำประกันความเสี่ยง ด้าน ธปท.นำประเด็นเข้าถกผลกระทบต่อเศรษฐกิจรวม ขณะที่ บลจ.รับมีสัญญาณเก็งกำไรในตลาดพันธบัตร
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานเสวนาเรื่อง "ส่งออกอย่างไร ในสภาวะที่เงินบาทแข็งค่า" ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามปัญหาค่าเงินผันผวนอย่างใกล้ชิด และพยายามดูแลอย่างเต็มที่ โดยจะเสนอให้มีการผ่อนปรนกฎเกณฑ์ให้เอื้ออำนวยต่อการช่วยเหลือภาคธุรกิจมากขึ้น เช่น การเสนอให้มีการขยายระยะเวลาถือค่าเงินดอลลาร์ออกไป รวมถึงการให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เข้ามาช่วยประกันการทำความเสี่ยงค่าเงิน การช่วยส่งเสริมให้ภาคธุรกิจขนาดเล็ก
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ 61 แห่งทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศส่งออกสำคัญของไทย ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ สหภาพยุโรป (อียู) แม้แต่ตลาดใหม่ เช่น จีน อินเดีย ประเมินภาพรวมตลาดการส่งออก หลังจากความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนเกิดขึ้น รวมถึงให้จัดทำข้อเสนอแนะและวิธีการปรับตัวเพื่อรองรับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนมายังส่วนกลาง เพื่อจะได้จัดทำสรุปข้อมูลเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประเมินทิศทางการปรับตัวรองรับการส่งออกต่อไป
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้นโยบายการดูแลค่าเงินบาทยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง และในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ จะมีการหยิบยกประเด็นต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจมาหารือ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดการเงินและค่าเงิน ซึ่งในการเก็งกำไรค่าเงินผ่านตลาดตราสารหนี้นั้น กนง. ก็ขอให้ ธปท.ติดตามดูข้อมูลอย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วของเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา มีหลายปัจจัย จึงยังไม่สามารถแยกแยะได้ชัดเจน
นายสุชาติ สักการโกศล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธปท. กล่าวว่า การประชุม กนง.วันที่ 20 ตุลาคมนี้ คงมองปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจด้วย ไม่ใช่ให้น้ำหนักที่ค่าเงินบาทแข็งเพียงอย่างเดียว ซึ่งตอนนี้ประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังอยู่ที่ 6.5-7.5% แต่เงินยังบอกไม่ได้ว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน เพราะเงินบาทเคลื่อนไหวขึ้นลงทุกวัน โดยการประเมินเศรษฐกิจต้องดูกันระยะยาว และยังบอกไม่ได้ด้วยว่า กนง. จะตัดสินใจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายออกไปก่อน เพื่อชะลอการไหลเข้าของเงินทุนหรือไม่
ด้านนางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กล่าวว่า ค่าเงินที่แข็งขึ้น เพราะเศรษฐกิจแข็งแรงขึ้น จึงไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาจะเกิดเมื่อมันแข็งค่าเร็วเกินไป จนผู้ส่งออกปรับตัวไม่ทัน และการแข็งค่าจากการเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยน ก็นับว่าเป็นปัญหา ซึ่งขณะนี้มีสัญญาณการเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นแล้ว จากการที่มีกระแสเงินไหลบ่าเข้ามาในตลาดพันธบัตร และหากมากเกินไปก็จะเป็นสัญญาณอันตราย



