ข่าว

โจ๋ร้านเน็ต...ตั้งแก๊งลักรถยนต์

โจ๋ร้านเน็ต...ตั้งแก๊งลักรถยนต์

17 ก.ย. 2553

แม้ว่าหัวหน้าแก๊งโจรกรรมรถยนต์จะถูกวิสามัญฆาตกรรมไปเมื่อปีที่แล้ว แต่ไม่ได้ทำให้ลูกน้องคนสนิทกลับตัวกลับใจ แต่กลับไปตั้งหลักมั่วสุมชักชวนวัยรุ่นในร้านอินเทอร์เน็ตออกตระเวนก่อเหตุโจรกรรมรถยนต์อีกครั้ง!

 หลังเกิดเหตุโจรกรรมรถยนต์ในพื้นที่บ่อยครั้ง ชุดสืบสวนของ กก.สส.1 บก.สส.บช.น. พยายามสืบหาเบาะแสกลุ่มแก๊งโจรกรรมรถที่เคยก่อคดีไว้ โดยเฉพาะ นายไพศาล หรือ ป๊อบ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรี ที่ จ.127/2552 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2552 ในข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร ซึ่งเมื่อปลายปีที่แล้ว นายปิยวัฒน์ หรือ อ๊อฟ ภูคำใบ อายุ 24 ปี หัวหน้าแก๊งโจรกรรมรถยิงต่อสู้กับตำรวจ จนกระทั่งถูกวิสามัญฆาตกรรมในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง ส่วนนายไพศาลหลบหนีไป จนกระทั่งชุดสืบสวนสืบทราบว่า นายไพศาลหลบหนีซ่อนตัวอยู่บริเวณ ซ.อิสรภาพ 21 แขวงท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

 หัวค่ำวันที่ 14 กันยายน ชุดสืบสวนจึงซุ่มโป่งจนกระทั่งพบตัวนายไพศาล จึงแสดงตัวเข้าจับกุมตามหมายจับ และนำตัวมาสอบสวน โดยนายไพศาลสารภาพว่า หลังจากหัวหน้าแก๊งถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรม ต้องหลบหนีไปซ่อนตัวตามสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะร้านอินเทอร์เน็ต เมื่อไม่มีเงินใช้จ่ายจึงชักชวนกลุ่มเพื่อนๆ ที่เล่นอินเทอร์เน็ตด้วยกันก่อเหตุโจรกรรมรถยนต์

 ทั้งนี้ รถยนต์ที่ถูกขโมยมาคือ รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีขาว จากพื้นที่ สน.ชนะสงคราม มีผู้ร่วมขบวนการคือ นายธนภัทร หรือ ปั้ม อินทรสมหวัง อายุ 27 ปี, นายประณาวุฒิ หรือ โก แทวกระโทก อายุ 20 ปี และนายพรวิศิฏฐ์ หรือ ท็อป (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี ร่วมก่อเหตุ ทั้งข้อมูลพร้อมคำรับสารภาพของนายไพศาลทำให้ พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.สส.บช.น. เร่งรัดสั่งการให้ พ.ต.อ.พันธุ์เทพ ธรรมจารี ผกก.1 บก.สส. พ.ต.ท.กันตชัย เสมาภักดี พ.ต.ท.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผกก.1 บก.สส. พ.ต.ท.คมสันต์ วงศ์สม สว.กก.1 บก.สส.บช.น. พร้อมชุดสืบสวนเร่งรัดขยายผล 

  "ระหว่างที่หลบหนีไม่มีงานทำ กลัวตำรวจจับ ก็มั่วสุมอยู่ตามร้านเกมคอมพิวเตอร์ หาเงินด้วยการเดินยาเสพติดแต่ได้เงินไม่มาก ซึ่งอยากมีเงินใช้เยอะๆ ไว้เที่ยวเตร่ จึงชวนวัยรุ่นที่พอจะสนิทสนมกันมาร่วมขโมยรถยนต์ ซึ่งเคยทำมาแล้วหลายครั้ง สำเร็จเพียงแค่สองครั้ง ได้รถยนต์ 2 คัน ตอนนี้จอดอยู่ในลานจอดรถใกล้โรงเรียนแห่งหนึ่งแถวเขตท่าพระ"  นายไพศาล สารภาพ

 นายไพศาล รับสารภาพอีกว่า เพื่อนร่วมแก๊งทั้งหมดเจอกันที่ร้านเกม ทุกคนต้องการเงินไปเที่ยวเตร่ โดยครั้งแรกที่ออกไปขโมยรถยนต์ จะใช้รถจักรยานยนต์ออกสำรวจรถที่จอดในที่เปลี่ยว จะเลือกคันที่ไม่มีสัญญาณกันขโมย หลังจากโจรกรรมได้จะให้นายธนภัทรขับรถยนต์ที่โจรกรรม นายประณาวุฒิทำหน้าที่เจาะกระจกรถยนต์ นายพรวิศิฏฐ์ ที่ยังหลบหนีไม่ถูกจับ ทำหน้าที่ทำลายเบ้ากุญแจสตาร์ทรถ และนำรถยนต์ที่ขโมยมาใช้เป็นพาหนะโดยติดป้ายทะเบียนปลอม เพื่อตระเวนหารถยนต์ที่อยากโจรกรรมอีก จนมาเจอรถยนต์ฮอนด้ารุ่นแจ๊ซ สีชมพูมาหนึ่งคันจากบริเวณโรงพยาบาลกลาง โดยนายพรวิศิฏฐ์นำรถยนต์ไปขายให้ญาติได้เงินมาประมาณเกือบ 5 หมื่นบาท แล้วนำเงินมาแบ่งกัน" นายไพศาล ระบุ  

 นอกจากนี้ชุดสืบสวนตรวจสอบประวัติอาชญากรพบว่า นายประณาวุฒิมีหมายจับของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ที่ จ.916/2549 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 ในข้อกล่าวหาลักทรัพย์นายจ้าง ส่วนนายไพศาล นายธนภัทร และนายประณาวุฒิ ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร   

  พ.ต.ท.สุคนธ์ ศรีอรุณ รองผกก.1 บก.สส.บช.น. กล่าวว่า การโจรกรรมนั้น ผู้ถูกกล่าวหาจะขย่มรถเพื่อเช็กว่ารถยนต์คันที่จะโจรกรรมติดสัญญาณกันขโมยหรือไม่ หลังจากนั้นจะใช้ปลายไขควงที่ดัดแปลงพิเศษให้แหลมคม เพื่อใช้หมุนบริเวณกระจกให้แตก และเปิดรถเพื่อทำลายเบ้ากุญแจที่สตาร์ทรถยนต์ หลังจากนั้นจะใช้ไขควงอีกอันสตาร์ทรถยนต์และขับออกไปโดยใช้เวลาเพียงแค่ 10-15 นาที ในการก่อเหตุเท่านั้น 

   "หลังจากตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว พบว่ามีการสวมทะเบียนปลอมไปใส่เพื่อใช้ตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยรถยนต์คันดังกล่าวถูกแจ้งหายไว้ที่ สน.ชนะสงคราม ส่วนรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซ สีชมพู อยู่ระหว่างการติดตามอย่างไรก็ตาม อยากฝากเตือนให้ผู้ที่ใช้รถยนต์อยู่ และไม่ได้จอดรถภายในเคหสถาน ให้ติดตั้งสัญญาณกันขโมยเพิ่มเติม หรือนำไปจอดในที่รับฝากรถเพื่อเป็นการป้องกันการถูกโจรกรรมอีกทางหนึ่ง" พ.ต.ท.สุคนธ์ แนะนำ