
เทือกยันชุดดำมีจริงกลุ่มเดียวกับ10เมษาฯ
รองนายกฯมั่นคง ยัน ชุดดำ มีจริง กลุ่มเดียวกับที่มาคืนวันที่ 10 เมษาฯ สั่ง จนท. อารักขา มาร์ค เข้ม เผย 17-19 ก.ย. ไม่มีใครหลบไป เซฟเฮาส์ นายกฯ - คนสำคัญ ทำงานตามปกติ
(16ก.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการสถานการฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวถึงสถานการณ์ในวันที่ 17-19 ก.ย.ที่หลายคนเกรงว่า อาจจะมีความรุนแรงว่า ไม่อยากให้มีการคาดการณ์อะไรในทางร้ายมากนัก เพียงแต่จะไม่มีการประมาทเท่านั้น อย่าไปตื่นตระหนกตกใจเพียงแต่ว่าเราได้เตรียมการเพื่อที่จะดูแลบ้านเมืองโดยไม่ประมาท ซึ่งได้ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ออกมาชี้แจงกับกลุ่มของคนที่จะมาชุมนุม ว่า การชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตย ที่แสดงออกทางการเมืองสามารถทำได้ แต่กรณีนี้ ที่กทม.และปริมณฑล ยังมีพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ บังคับใช้อยู่ ผลของการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คนที่จะทำสิ่งที่เป็นข้อห้ามไม่ได้ทุกกรณีใครฝ่าฝืนจะถูกว่าทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี
รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ได้ขอให้ทางโฆษก ศอฉ. และของสำนักงานตำรวจได้ชี้แจง ให้ประชาชนทราบ เพื่อจะได้ช่วยห้ามปรามผู้ที่จะมาชุมนุมว่าถ้า ยังดำเนินการในเรืองที่ผิดกฏหมายคงไม่ได้
“ ได้บอกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปด้วยว่า การจะมาชุมนุม จะมาปิดถนนไม่ได้ เอาเครื่องขยายเสียงก็ไม่ได้ ไม่ว่าจะตั้งบนรถ หรือ บนเวทีไม่ได้ทั้งนั้น หากวิงวอนได้ ก็อยากจะวิงวอนว่าบ้านเมืองเรา เมื่อเกิดเหตุการณ์ส่วนก็จะขาดทุนทั้งประเทศ คนที่ทำมาหากิน ก็จะวุ่นวาย เดือดร้อนตั้งแม่ค้าหาบเร่ คนขับรถตุ๊กๆ ไปจนถึงเจ้าของโรงแรม เพราะนักท่องเที่ยวหายหมด คนไทยเองก็จะกลุ้มใจ เศรษฐกิจก็จะปั่นป่วน ที่ผ่านมาเราได้ร่วมกันแก้ไขสถานการณ์มาจนถึงขนาดนี้แล้ว บ้านเมืองก็ดูจะเดินไหน้าไปได้ด้วยดี เพราะฉะนั้นถ้าจะมีความพอใจ หรือไม่พอใจ ก็คงจะดำเนินการด้วยวิธีการที่สงบเรียบร้อย อย่าได้ไปสร้างความวุ่นวายกับบ้านเมือง ” ผอ.ศอฉ. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางบชน.มีการเสนอข่าวว่า มีคนชุดดำไปสุ่มตามคอนโดมิเนียมใกล้บ้านนายกฯ และเมื่อทราบเช่นนั้นทำไม ไม่มีการเข้าจับกุม ผอ.ศอฉ. กล่าวว่า เขาไปจับแล้ว แต่ไม่ทัน ไปตามจับ ตำรวจไปตอนหนังจะจบทุกทีเลยไม่ทัน
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แล้วออกมาปล่อยข่าวทำไม นายสุเทพ กล่าวทันทีว่า เขาไม่ได้มาปล่อยข่าว และไม่ทราบด้วยว่าเขามาปล่อยข่าวกันอย่างไร แต่ถ้ามาถามตนเรื่องนี้ตนทราบ เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งแล้ว ก่อนหน้านั้นก็เคยมีมาก่อนเช่นกันและการที่นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่คอยประกบกลุ่มคนชุดดำดังกล่าวอยู่แล้ว นั้น ตรงนี้คงต้องไปถามนายปณิธาน เอง
“ท่านทั้งหลายเดี๋ยวก็เอาไมค์ไปจ่อปากผมบ้าง จ่อปากนายกฯบ้าง จ่อปากปณิธานบ้าง เทพไท บ้างคนนั้นที คนนี้ที ทุกคนก็พูดไปตรงกันบ้างไม่ตรงกันบ้าง ผมไม่ได้พูดว่าใครผิดใครถูกเพราะข้อมูลไม่เหมือนกัน ผมแม้จะมีข้อมูลมาก แต่ผมอยากจะกราบเรียนต่อสื่อมวลชนว่า เฉพาะในส่วนที่ผมได้ตรวจสอบ ในเรื่องน้ำหนักข้อมูลนั้นพบว่า เชื่อถือได้ พูดไปแล้วไม่เสียหายต่อบ้านเมือง พูดไปแล้วไม่ทำให้เป็นการยั่วยุให้อีกฝ่ายโมโห ก็ต้องระมัดระวัง ” นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวไม่ว่านายกฯหรือรองนายกฯและบุคคลที่สำคัญจำเป็นต้องหลบไปอยู่ในเซฟเฮาส์ หรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า คงไม่จำเป็นทุกคนใช้ชีวิตตามปกติ ตนเองนั้น วันศุกร์ ก็จะเดินทางไปราชการที่เกาะสมุย และที่ จ.สุราษฏร์ธานี โดยเป็นการเชิญ ของ กระทรวงพลังงานให้ไปร่วมปลูกต้นไม้ และเป็นประธานเปิดการวิ่งมาราธอนนานาชาติ ที่ เกาะสมุยในวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ย. อย่างไรก็ตามหากมีเหตุอะไรเกิดขึ้นก็สามารถกลับ กทม.ได้ทันที
ผอ.ศอฉ. กล่าวถึง กรณีคนชุดดำด้วยว่า ผู้ชาย ใส่ชุดดำ ได้ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรก เมื่อคืนวันที่ 10 เมษายน แล้วคำนี้กลายเป็นเรื่องที่ติดปากประชาชนมาตลอดว่า มีคนชุดดำถืออาวุธมาฆ่าประชา ฆ่าเจ้าหน้าที่ แล้วหลัวจากนั้นดูเหมือนว่า กระบวนการของคนที่มาก่อการร้ายวางระเบิด ยิงเอ็ม 79 วางแผนทำร้ายบุคคลสำคัญ กลายเป็นเรื่องที่สื่อเรียกว่าชุดดำ แต่วันที่เขาใส่เสื้อจริงในเวลานี้ สีอะไรไม่มีใครรู้ แต่เอาว่าหมายถึงคนกลุ่มแบบนี้
“กรณีเรื่องที่บ้านนายกรัฐมนตรีมีรายงานข่าวมาก่อนและได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปคอยระวังตรวจตรา เพราะว่าข่าวจะจริงไม่จริงอย่างไร หากมีการกล่าวว่ามีคนจะมาประทุษร้ายต่อนายกรัฐมนตรี ก็ต้องเป็นหน้าที่ของผม เมื่อรู้ว่าจะมีคนมาประทุษร้ายนายกฯ ผมก็สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปเฝ้าระวังตรวจตรา วิธีระวังตรวจตรา ก็จะไปดูว่าจุดไหนที่คนจะใช้เป็นพื้นที่ทำการในการก่อการ ก็มีอาคารและตึกสูงก็ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ แต่เจ้าหน้าที่คงเคลื่อนไหวดังไปหน่อย ทำให้เขาหนีไปก่อนทำให้ไม่ได้ตัว เรื่องก็เป็นเช่นนี้ เรื่องก็เป็นเช่นนี้ “ นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ฟังดูไม่มีเหตุผล ดูเลื่อนลอย นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องที่เขาจะคิดจะยิงคนก็เป็นเรื่องที่ไม่ชอบด้วยเหตุผลอยู่แล้ว ยิงเอ็ม 79 เข้าใส่สถานที่ต่างๆ เอาระเบิดไปวาง ก็ไม่ชอบด้วยเหตุผลอยู่แล้ว ถึงๆได้บอกว่า หยุดเสียทีกับการที่จะทำให้เกิดเหตุร้ายต่อบ้านเมือง เพื่อจงใจให้สถานการณ์รุนแรง ไม่เป็นประโยชน์อะไรเลย และมีการเพิ่มกำลังรอบบ้านนายกด้วยหรืแอไม่นั้น เท่าที่ตนทราบมีตามปกติ แต่ได้สั่งให้มีมาตรการในการดูแลความปลอดภัยให้แข็งแรง นายกฯเป็นหัวหน้ารัฐบาล ไม่มีประเทศไหนที่จะยอมให้เกิดเหตุ ก็ต้องสั่งเจ้าหน้าที่ ดูแลเต็มที่ ขบวนอารักขานายกฯก็มีตามปกติ จะมากก็เป็นสื่อมากกว่า แต่จะกี่คันก็ไม่เกี่ยวเพราะจำเป็นต้องดูแลนายกฯให้ปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวถามว่า กับประชาชนในพื้นที่เองเข้าใจหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ได้ย้ำว่าการดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ต้องระวังเรื่องความสะดวก สบายของประชาชนปกติ ก็เห็นใจประชาชนที่อยู่ละแวกนั้น เป็นปกติ อย่างเมื่อก่อนสมัยที่ นายกฯชวนอยู่ที่ซอยหมอเหล็ง เพื่อนบ้านก็ชอบใจ ว่ามีคนในซอยเป็นนายกฯแต่พอไปนานๆก็ไม่คอยพอใจ ก็ต้องเข้าใจ



