ข่าว

"สาทิตย์"แฉพบขรก.ทำวิดีโอลิงก์ให้"ทักษิณ"

"สาทิตย์"แฉพบขรก.ทำวิดีโอลิงก์ให้"ทักษิณ"

29 มี.ค. 2552

"สาทิตย์ วงศ์หนองเตย" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งจับคนทำ วิดีโอลิงค์ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังพบเป็นข้าราชการ "บุญจง”ป้อง“เนวิน”ปัดเปล่าพูด“ทักษิณ"ไม่เหมาะสม

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดผ่านวีดีโอลิงค์ว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เข้าใจดีว่า พี่น้องประชาชนมีความวิตกกังวลและคนที่แสดงความคิดเห็นมาที่รัฐบาลทุกแบบ ทั้งให้กำลังใจและให้อดทน ส่วนหนึ่งบอกให้รัฐบาลชี้แจงที่ความเข้าใจ แต่อีกส่วนหนึ่งระบุว่า รัฐบาลไม่ดำเนินการอะไรบ้างอย่างให้เด็ดขาดลงไป ซึ่งรัฐบาลขอยืนยันจุดยืนว่า เราเห็นว่า การชุมนุมหากใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ก็สามารถทำได้ แต่ต้องไม่เกินเลยขอบเขตของกฎหมาย

 "สิ่งที่กังวลในขณะนี้คือ เนื้อหาของการโฟนอินและวีดีโอลิงค์ อาจจะเป็นเนื้อหาที่ทำให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิด และอาจทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นได้ เพราะเรื่องที่พ.ต.ท.ทักษิณ วีดีโอลิงค์เข้ามา 2 วันแรก โดยเฉพาะวันแรก ใช้ถ้อยคำรุนแรงและกล่าวหาบุคคลที่อยู่นอกการเมือง เป็นการใช้ข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด มีการปกป้องข้อเท็จจริงบางส่วนและเป็นการพูดเพื่อประโยชน์ต่อตัวเอง โดยละเลยที่จะพูดเหตุการณ์จริง

 ท่านพูดเสมือนว่า หลังการปฏิวัติที่ถูกกลั่นแกล้งและหนีออกนอกประเทศ ทั้งที่ข้อเท็จจริงภายหลังการปฏิวัติ ซึ่งข้อเท็จจริงพรรคของท่านได้รับชัยชนะการเลือกตั้ง และรัฐบาลของท่านก็จัดตั้งรัฐบาลเกือบ 1 ปี มีนายกฯถึง 2 คนและตัวท่านก็เข้ามาอยู่ใปในประเทศ และพอท่านถูกดำเนินคดี ท่านก็หนีออกนอกประเทศ"

 นายสาทิตย์ กล่าวว่า การพูดเมื่อคืนวันที่ 28 มี.ค.เป็นเรื่องเศรษฐกิจที่ท่านไม่เคยทำเลยในเวลา 8 ปี แต่สิ่งที่รัฐบาลกังวลคือ สิ่งที่ท่านเรียกร้องให้ประชาชนลุกขึ้นสู้และลุกขึ้นมาชุมนุม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายในประเทศได้ ซึ่งรัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยติดตามดูอย่างใกล้ชิด

 ส่วนกรณีที่มีคนถามว่า ปล่อยให้ใช้วีดีโอลิงค์อย่างเสรี นายสาทิตย์ กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ครั้งก่อน ๆ แล้ว และมีข้อมูลค่อนข้างใกล้ชิดมากในขณะนี้ กลุ่มคนที่ทำวีดีโอลิงค์ให้ ส่วนหนึ่งเป็นคนในข้าราชการ กำลังติดตามข้อมูลอยู่ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจง แต่ประเด็นที่ตามอยู่อยากทราบว่า ดำเนินการถูกกฎหมายหรือไม่ หรือเป็นวิธีการที่หลบเลี่ยงกฎหมาย

 "ต้องยอมรับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชำนาญในเรื่องเทคโนโลยี แต่ยืนยันว่า ที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ก็ไม่มีปัญหาในเรื่องวิธีการ แต่หากเป็นวิธีการที่หลบเลี่ยงข้อกฎหมายก็ต้องดำเนินการกัน ส่วนเรื่องเนื้อหาส่วนที่เกี่ยวข้องดูอยู่อย่างใกล้ชิด"

 สำหรับประชาชน ที่ต้องการเห็นรัฐบาลจัดการอย่างเด็ดขาด ก็ต้องเรียนว่า ความเด็ดขาดต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย และเราก็ไม่ประสงค์สร้างความขัดแย้งใด ๆ เพิ่มขึ้น ขอเรียกร้องกลับไปที่พ.ต.ท.ทักษิณ เช่นเดียวกันว่า ท่านพูดอยากให้บ้านเมืองสงบ ท่านพูดว่า เคารพในสถาบันอันเป็นที่เคารพ แต่คำพูดของท่านไม่ใช่ ขอถามว่า อยากล้มรัฐบาลเพียงเท่านั้น หรือคิดเรื่องอื่นไว้ในใจด้วย

 นายสาทิตย์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านพยายามพูดว่า เป็นเรื่องตัวบุคคล แต่ความเป็นจริง ภายหลังที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้กลับไปเป็นองคมนตรีอีก ดังนั้น คำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะไม่กระทบสถาบัน อยากถามไปที่แกนนำ ที่นำคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ มาขยายผล

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ระบุว่า ข้าราชการเกี่ยวข้องกับวีดีโอลิงค์เกี่ยวข้องอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า มีข้อมูลก่อนหน้าว่า ไปช่วยดำเนินการ ขณะนี้กำลังติดตามดูข้อมูลอย่างใกล้ชิดว่า เป็นส่วนไหน และให้หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำเรื่องนี้อยู่ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ซึ่งกำลังดูอยู่ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณใช้หลายวิธีมาก มีทั้งผ่านดาวเทียม เช่น ยูลิงค์ ซึ่งเป็นวิธีการที่หลบเลี่ยงข้อกฎหมาย

 เมื่อถามต่อว่า รัฐบาลตัดสัญญาณวีดีโอลิงค์ได้เลยหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ถ้าผิดก็ดำเนินการได้ ส่วนข้อกฎหมายที่จะดำเนินการพ.ต.ท.ทักษิณ มี 2 ส่วน คือ 1. สิทธิส่วนบุคคล บุคคลนั้นก็ต้องใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย 2. หากคาบเกี่ยวความเสียหายของบ้านเมือง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้รัฐบาลเข้าใจดี ในเรื่องความละเอียดอ่อนของมวลชน ซึ่งเราไม่ต้องการสร้างความแตกแยกให้เพิ่มเติมขึ้น ซึ่งอาจเข้าทางแกนนำให้มีการชุมนุมยืดเยื้อ

 เมื่อถามว่า จะเข้าข่ายที่จะต้องใช้พรบ.ความมั่นคงหรือไม่ รมว.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยังครับ ยังดูอยู่ ซึ่งเป็นตัวบุคคล

 นายสาทิตย์ กล่าวว่า ในที่ประชุมหน่วยงานความมั่นคงที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ได้กำชับให้ตำรวจนครบาล (บช.น.) ตักเตือนและสอดส่อง ในเรื่องการถอดถ่อยทอดสัญญาณการโฟนอิน ผ่านระบบวีดีโอลิงค์ เพื่ออกอากาศทางสถานีวิทยุชุมชนไปแล้ว ซึ่งตำรวจรับปากไปแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่า เหตุใดจึงยังมีการถ่ายทอดสัญญาณมากยิ่งขึ้น ซึ่งกรณีนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจของตนเอง แต่ขึ้นอยู่กับอำนาจของคณะกรรมการกิจการโทรคมมาคมแห่งชาติ (กทช.)และอนุกทช. หากเขาเข้าไปดำเนินการใด ๆ ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีกำหมายรองรับ จึงทำได้เพียงข้อความร่วมมือ

 ทั้งนี้ เท่าที่ทราบ อนุกรรมการของกทช. ได้ทำหนังสือตักเตือนไปที่วิทยุชุมชนเหล่านี้หลายครั้งแล้ว แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ซึ่งในเดือนเมษายน กทช.จะประชุมเพื่อจัดระเบียบ และลงทะเบียนประวัติวิทยุชุมชนทั้งประเทศ และเชื่อว่า จะดีขึ้น เพราะเรื่องสื่อเป็นเรื่องอ่อนไหว หากเข้มงวดมากไป ก็จะถูกกล่าวหาว่า แทรกแซงสื่อ แต่ถ้าอ่อนไป ก็จะมีการฉวยโอกาสนำมาสร้างความวุ่นวายให้สังคมโดยร่วม จึงต้องจับตาเป็นพิเศษ

 

"บุญจง”ป้อง“เนวิน”ปัดเปล่าพูด“ทักษิณ"ไม่เหมาะสม

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ( มท.2 ) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงว่า เชื่อว่า การชุมนุมคงจะไม่ยืดเยื้อ เพราะประชาชนรู้ดีว่า ประเทศมีปัญหาเรื่องความแตกแยก

 ส่วนเรื่องการที่พ.ต.ท.ทักษิณ โฟอินมายังกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น เชื่อว่า ผู้ที่ได้ฟังจะมีวิจารณญาณในการตัดสิน เพราะขณะนี้ ประเทศชาติกำลังรุกเป็นไฟ ควรที่จะเอาน้ำมาดับ อย่าเอาเชื้อเพลิงมาเติมให้ไฟแรงขึ้น และหากมีการชุมนุมที่ยืดเยื้อ ยิ่งจะส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นทั้งในด้านเศรษฐกิจ และการลงทุน

 เมื่อถามว่า การที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเมือง จะส่งผลอย่างไร นายบุญจง กล่าวว่า นายเนวิน เป็น 111 ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และเป็นคนไทยคนหนึ่ง แต่ไม่เคยออกมาแสดงความเห็นทางการเมือง

 เมื่อถามย้ำว่า การที่นายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ระบุว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณ โจมตี
นั้น นายเนวิน ไม่เห็นด้วย และเห็นว่า เป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไป นายบุญจง กล่าวว่า “อันนั้น นายปัญญา พูด แต่นายบุญจง ยืนยันว่าไม่มี เพราะนายเนวิน ไม่เคยพูด”

 เมื่อถามว่า โดยส่วนตัวแล้ว เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พูดเกินไปหรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า เขาตอบไม่ได้ว่า เกินไปหรือไม่ แต่เมื่อระบุถึงใคร บุคคลนั้นก็ควรที่จะออกมาชี้แจง หรือดำเนินการฟ้องร้องหากทำให้เกิดความเสียหาย

 ด้านนายวิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรงมหาดไทย กล่าวถึงการวอร์รูม สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงว่า ศูนย์ปฏิบัติการกะทรวงมหาดไทย ได้รายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเดินทางมาจากต่างจังหวัด ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการรายงานตัวเลขเพิ่มเติม เพราะผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เดินทางมาจากในกทม. และปริมณฑล จากการติดตามการชุมนุมนั้น ได้รับรายงานว่า ในการชุมนุมวันที่ 26 มี.ค. ซึ่งเป็นวันแรกนั้น มีผู้ชุมนุมเยอะที่สุด ประมาณ 3 หมื่นกว่าคน ส่วนในวันถัดมาจะเหลือประมาณ 2 หมื่นคนในช่วงเย็น ซึ่งในช่วงเช้ามีผู้ชุมนุมประมาณ 1,500 คน เท่านั้น