ข่าว

ภท.ยอมถอยไม่เลื่อนถกร่างพ.รบ.นิรโทษกรรมฯ

ภท.ยอมถอยไม่เลื่อนถกร่างพ.รบ.นิรโทษกรรมฯ

16 ก.ย. 2553

“ภูมิใจไทย”ยอมถอยไม่เลื่อนร่างพ.รบ.นิรโทษกรรมฯ ฉบับ “ บุญจง ” ขึ้นมาพิจารณา อ้างจำเป็นต้องยกร่างฉบับประชาชนขึ้นใหม่เพื่อครอบคลุมเหตุชุมนุมปี 53 ด้วย

(16ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีนายวิทยา แก้วภราดัย ประธานการคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เป็นประธานในการประชุม จากนั้นนายวิทยา แถลงภายหลังการประชุมวิปรัฐบาลว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาวาระการประชุมเรื่องการนำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมผู้กระทำผิดในการชุมนุมทางการเมืองที่เสนอโดยนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เข้าสู่การพิจารณา ทั้งนี้วิปรัฐบาลมีมติที่จะไม่หยิบยกร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่เสนอโดยนายบุญจงขึ้นมาพิจารณา เนื่องจากเห็นว่าร่างกฎหมายดังกล่าวครอบคลุมพฤติกรรมสิ้นสุดแค่การชุมนุมเดือนเมษายน 2552 อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยจะเสนอร่างใหม่ตามแนวทางที่พรรคต้องการ โดยสาระสำคัญจะไม่นิรโทษกรรมนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 111 คนและ 109 คน และไม่เจาะจงผู้กระทำความผิด เพื่อให้ประชาชนที่ชุมนุมโดยบริสุทธิ์ได้รับพ้นการนิรโทษกรรม

 นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ประธานส.ส.พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ที่เสนอโดยนายบุญจงนั้น เป็นการนิรโทษกรรมเหตุการณ์ชุมนุมในเดือนตุลาคมปี 2551 และเดือนเมษายน 2552 เมื่อพิจารณาแล้วร่างดังกล่าวมีสาระสำคัญยกความผิดให้ผู้กระทำความผิดในคดีอาญา ขณะที่พรรคภูมิใจไทยมีความเห็นต้องการนิรโทษกรรมให้ผู้ชุมนุมทางการเมืองโดยบริสุทธิ์และไม่ได้ทำผิดคดีอาญา

 ดังนั้นร่างกฎหมายเดิมจึงไม่ตรงกับเจตนารมย์ของพรรคภูมิใจไทย อีกทั้งร่างกฎหมายเดิมไม่ครอบคลุมการชุมนุมปี 2553 ด้วย ทั้งนี้การนิรโทษกรรมจะต้องไม่ครอบคลุมผู้ตัดสิทธิ์ทางการเมืองกลุ่ม 111 และ 109 คน จึงได้ปรึกษากับวิปรัฐบาลแล้วเห็นว่าพรรคจะกลับไปยกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมขึ้นมาใหม่ โดยจะนำไปขอความเห็นและรวบรวมรายชื่อประชาชนกลับมาเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏรโดยเร็วที่สุด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดพรรคภูมิใจไทยจึงเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่เมื่อวานนี้( 15 ก.ย.) แกนนำพรรคยังยืนยันที่จะนำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับที่เสนอค้างไว้ในวาระขึ้นมาพิจารณาก่อน นายวิทยากล่าวว่า อาจเป็นเพราะเมื่อดูจากข้อกฎหมายแล้วเห็นว่าเจตนารมย์ของพรรคภูมิใจไทยในปัจจุบันกับที่ยกร่างไว้เดิมนั้นเป็นคนละสถานการณ์ ไม่ตรงกับเจตนารมย์ทั้งหมด

 ส่วนเหตุใดจึงไม่รับหลักการในร่างเดิมไปก่อนแล้วจึงแปรญัตติแก้ไขในชั้นกรรมาธิการฯ นายวิทยากล่าวว่า ร่างกฎหมายกำหนดกรอบเวลาล็อกเอาไว้หมดว่าครอบคลุมเหตุการณ์ใดบ้าง โดยร่างกฎหมายมีชื่อว่าพ.รบ.นิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดในการชุมนุมทางการเมือง ระหว่างวันที่ 25 พ.ค. - 3 ธ.ค. 51 และระหว่างวันที่ 26 มี.ค. - 14 เม.ย. 52 เมื่อชื่อพ.ร.บ.กำหนดไว้แบบนี้จึงไม่สามารถขยายกรอบเวลาออกไปได้อีก

 ส่วนขณะนี้พรรคภูมิใจไทยยกร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมใหม่ไปถึงไหนแล้ว นายประจักษ์กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายโดยนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นายปัญญา ศรีปัญญา และนายศุภชัย ใจสมุทร กำลังดำเนินการยกร่างอยู่ โดยร่างกฎหมายจะครอบคลุมมากกว่าร่างฉบับเดิม ทั้งนี้พรรคจะดำเนินการจัดทำและรวบรวมรายชื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างอย่างน้อย 50,000 คน

 สำหรับการเปลี่ยนท่าทีครั้งนี้มาจากความเห็นแย้งของนายกรัฐมตรีและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงใช่หรือไม่ นายประจักษ์กล่าวว่า คงไม่เกี่ยวกับกรณีที่นายกรัฐมนตรีและนายสุเทพได้แสดงความเห็นในฐานะฝ่ายบริหาร ส่วนการยกร่างฯ นั้นเป็นการดำเนินการของฝ่ายนิติบัญญัติ

 ส่วนท่าทีของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่มคนเสื้อเหลืองที่ปฎิเสธไม่เอาด้วยกับพ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้น นายประจักษ์กล่าวว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเขา