
ทวิตเตอร์ : ช่องทางลับสู่อิสรภาพ (1)
สาวกทวิตเตอร์คงจะปลื้มใจไม่ใช่น้อยว่าสื่อทางเลือกใหม่อย่างทวิตเตอร์มีโอกาสช่วยชีวิตคนอีกแล้ว แม้จะมีเรื่องของโชคช่วยปนอยู่บ้างก็ตาม
ผู้ประสบภัยก่อการร้ายก็ดี ภัยจากแผ่นดินไหวก็ดี หรืออุบัติภัยนานัปการหลายต่อหลายคนอาจจะรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณสื่อทางเลือกใหม่ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ ว่ามีส่วนช่วยให้ตัวเองและครอบครัวรอดพ้นภัยนั้นๆ อย่างแทบไม่น่าเชื่อ
แต่รายไหนก็คงไม่หวาดเสียวและตื่นเต้นเท่ากับ โคสุเกะ สึเนโอกะ นักข่าวอิสระหรือฟรีแลนซ์ชาวญี่ปุ่นวัย 41 ปี ซึ่งคงจะสำนึกในบุญคุณของทวิตเตอร์เป็นที่สุด เพราะถ้าหากไม่มีสื่อใหม่ตัวนี้ ตัวเองอาจจะยังคงถูกกลุ่มติดอาวุธในอัฟกานิสถานจับเป็นตัวประกันไปอีกนานแค่ไหนก็ไม่ทราบ หลังจากหายตัวไปอย่างลึกลับโดยไม่มีข่าวสารถึงโลกภายนอกนับตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา
แต่แล้วจู่ๆ ก็มีข้อความสั้นๆ โพสต์ในบล็อกเล็กๆ บล็อกหนึ่งเมื่อวันที่ 3 กันยายนนี้ว่า "ผมยังมีชีวิต แต่อยู่ในคุก" ตามด้วยทวิตที่สองที่บอกว่าอยู่ที่ไหน นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่มีสัญญาณบ่งบอกว่าสึเนโอกะ ยังมีชีวิตอยู่
เพียงวันเดียวหลังจากนั้น สึเนโอกะซึ่งได้เปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลามก็ได้รับการปล่อยตัวโดยเจ้าตัวยังคงงงๆ จนถึงทุกวันนี้ว่าทำไมถึงได้รับการปล่อยตัว และอิสรภาพที่ใฝ่หามานาน 5 เดือนนี้มาจากทวิตเตอร์ที่หลุดไปสู่เครือข่ายสังคมอันกว้างขวางใช่หรือไม่ ในเมื่อตัวเองเชื่อมั่นว่าการปล่อยตัวครั้งนี้ไม่ได้มาจากการเจรจาต่อรองเรื่องค่าไถ่ตัวระหว่างญี่ปุ่นกับกลุ่มติดอาวุธ
"ผมไม่เชื่อว่ามีการเจรจาต่อรองกันเพื่อให้ผมได้รับอิสระ" นักข่าวอิสระผู้นี้ให้ความเห็น ขณะที่สถานทูตญี่ปุ่นประจำอัฟกานิสถานยืนยันว่าไม่มีการจ่ายค่าไถ่ใดๆ ทั้งสิ้น
ในเมื่อรัฐบาลโตเกียวยืนยันว่าไม่ได้เจรจาต่อรองกับกลุ่มติดอาวุธ ดังนั้นทางที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือมาจากทวิตเตอร์ที่ตัวเองลองเสี่ยงดวงเขียนขึ้นต่อหน้าต่อตากลุ่มติดอาวุธ และโชคดีที่พลพรรคของกลุ่มติดอาวุธนี้ไม่มีใครรู้ภาษาอังกฤษแม้แต่คนเดียว แถมยังไม่ระแวงด้วยว่าข้อความที่เขียนนั้นกำลังร้องขอความช่วยเหลืออยู่
"เพียงวันเดียวที่ผมทวิตข้อความนั้น มีคนมาบอกผมว่าจะได้รับการปล่อยตัว พร้อมกับบอกให้ผมสระผม ผมก็ทำตาม แต่ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง พวกเขาบอกว่าผมได้รับการปล่อยตัวเพราะเป็นมุสลิม แต่ก็ผมก็ยังไม่ค่อยเชื่อนัก เพราะว่าพวกเขาเองก็ไม่เคยทำละหมาด ผมไม่เคยเห็นนักรบมูจาฮีดีนคนไหนที่ไม่เคยสวดไม่เคยทำละหมาดเหมือนกับนักรบกลุ่มนี้มาก่อนเลย"
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



