
เสื้อแดงจะเชื่อหรือ
หลังจากเหตุร้ายก่อกวน เผาบ้าน เผาเมือง ภายใต้ฉากหน้าว่าเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตย แกนนำเสื้อแดงส่วนหนึ่งถูกจับกุมคุมขังเพื่อรอการดำเนินคดีในศาลอาญา หลายคนหลบหนีไปอยู่ในประเทศใกล้เคียง ส่วนแกนนำระดับรองได้ริเริ่มจัดกิจกรรมใหม่ แม้จะไม่เกิดความรุนแรง พฤติก
เห็นได้ชัดว่าผู้นำกิจกรรมการเมืองเสื้อแดงรุ่นใหม่ได้จัดชุมนุมโดยมีลักษณะปลุกระดม ยั่วยุ ล้อเลียนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองและทหาร มีเป้าหมายจะทำให้เกิดการต่อต้าน คัดค้านรัฐบาลด้วยการสร้างข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จเพื่อป้อนให้ประชาชนระดับรากหญ้าซึ่งถูกมองว่าจะเป็นมวลชนในการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ถ้าหากสถานการณ์เอื้ออำนวยต่อการชิงอำนาจรัฐบาลโดย ศอฉ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ แม้จะไม่กระทำการอันใดซึ่งเป็นการหักหาญหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งๆ ที่มี พ.ร.บ.ประกาศภาวะฉุกเฉินกำกับการบังคับใช้กฎหมายและอำนาจรัฐ แต่เจ้าหน้าที่ยังผ่อนปรน ถ้าหากการชุมนุมไม่ได้ก่อให้เกิดความรุนแรง ทำให้เดือดร้อนแก่ประชาชนทั่วไป ด้วยเหตุนี้ ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงเกิดความรู้สึกเมื่อได้คืบต้องเอาศอก ด้วยการขยายกิจกรรม มีทั้งเชิงสัญลักษณ์และท้าทายอำนาจของ ศอฉ. ซึ่งบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
เมื่อมีการประกาศว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะจัดกิจกรรมในวันที่ 17-18 และ 19 กันยายน เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองและอ้างการแสดงสิทธิแนวความคิดตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลจึงได้จัดมาตรการรับกับสถานการณ์ แม้กิจกรรมคนเสื้อแดงเป็นการแสดงสิทธิทางการเมือง โดยหวังว่าจะเป็นการชุมนุมที่สงบเรียบร้อย เป็นไปตามข้อกฎหมาย ศอฉ. ได้แถลงว่ามีข้อมูลบางส่วนชี้ไปลักษณะว่ามีกลุ่มที่ไม่หวังดีบางส่วนพยายามฉกฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ฉะนั้นในการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้านมั่นคง จึงต้องดำเนินการเพื่อให้การชุมนุมการแสดงสิทธิทั้งหลายเป็นไปตามข้อกฎหมาย โดยแนวทางปฏิบัติต่อการชุมนุมที่จะเกิดขึ้น โดย ศอฉ.กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ 3 ข้อ
นั่นคือ ศอฉ.จะกำหนดกรอบการปฏิบัติให้ชัดเจนว่าแกนนำ หรือกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นสามารถที่จะทำอะไรได้บ้าง อะไรที่ทำแล้วผิดในข้อกฎหมาย หรือทำไห้เกิดการปั่นป่วนไม่สบายใจกับฝ่ายต่างๆ ก็ไม่สามารถทำได้ ข้อ 2.ศอฉ.ใช้การเจรจาโดยให้ตำรวจเป็นหลักในการเจรจากับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หลีกเลี่ยงความรุนแรง หรือเหตุการณ์ที่จะบานปลายที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายในอนาคต
ข้อสุดท้ายคือการมองเจตนาของกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหลัก ถ้าจะไม่ทำให้บ้านเมืองไม่ให้เกิดความวุ่นวายก็คงไม่มีปัญหาอะไร และคงเป็นเรื่องของดูถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลักว่าได้สร้างความเดือดร้อนหรือไม่ หากทุกอย่างไม่ทำให้ประชาชนส่วนรวมเดือดร้อนก็สามารถดำเนินการได้ ศอฉ.ได้มอบหมายให้ตำรวจเป็นหลักในการปฏิบัติ ส่วนทหารอยู่ในที่ตั้งและพร้อมที่จะปฏิบัติการตามการร้องขอของตำรวจในการดูแลสถานที่ต่างๆ ดังนั้น รัฐบาล และศอฉ.จะต้องดูว่ามาตรการนั้นจะป้องปรามกลุ่มคนเสื้อแดงได้หรือไม่ ถ้าหากละเมิดกฎหมาย ต้องจัดการโดยเด็ดขาด และไม่ให้เกิดเหตุร้ายยืดเยื้อ ลุกลามเหมือนกรณีเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา



