
จบกันตรงไหน
สถานการณ์บ้านเมืองยังมองไม่เห็นทางออกเพื่อความปรองดองสามัคคี แม้รัฐบาลหรือฝ่ายค้านจะขานรับก็ตาม แต่ในความเป็นจริงนั้นยากยิ่งเหมือนกับที่ บรรหาร ศิลปอาชา ปรมาจารย์การเมืองว่าเอาไว้
ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมือง รวมทั้งกลุ่มมวลชนสองสีเกิดขึ้นจนกลายเป็นกระดูกของสังคม ทุกฝ่ายเข้าข้างตัวเอง คนไทยกำลังถูกแบ่งเป็นสองสีอย่างช้าๆ ซึมซับเข้าไปในจิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัว ตรงนี้อันตราย
ในสังคมไทยการเมืองกับความขัดแย้งแยกกันไม่ออก ประชาชนส่วนหนึ่งถูกปลูกฝังให้เกิดความเชื่อลัทธิการเมืองแบบผิดๆ
นักการเมืองไม่ได้เป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ได้เป็นต้นแบบให้เด็กๆ เรียนรู้อย่างถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย นักการเมืองแสวงหาผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว
นักการเมืองแทบไม่มีคุณค่าในสายตาประชาชนมากขึ้นทุกขณะ
ตรงกันข้ามในสถานการณ์ที่ล่อแหลมต่อความมั่นคงต่อสถาบันหลักของประเทศ เจ้าหน้าที่รัฐกลับทำตัวเหมือนพวกลู่ลม บางส่วนแบ่งสีแบ่งพวก กฎหมายเลยบังคับใช้ไม่เท่ากัน
ความรุนแรงปรากฏออกมา เอ็ม 79 ปลิวว่อนอยู่ในเมืองหลวง ลามไปถึงหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด นำอาวุธสงครามมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองกลับควบคุมสถานการณ์ไม่ได้เลย ไม่สามารถกดดันกลุ่มคนร้ายหรือจับกุมมาดำเนินคดีได้สักรายเดียว
มีมือป่วนไม่ทราบฝ่ายใช้เอ็ม 79 ยิงเข้าใส่บ้านพ่อตา เนวิน ชิดชอบ กุญซือใหญ่พรรคภูมิใจไทย เวลาใกล้กันค่ายทหาร จ.เชียงใหม่ ก็ถูกเอ็ม 79 ถล่มถึง 2 ครั้ง
ขนาดค่ายทหารมีอาวุธอยู่เต็มกรม มีทหารเฝ้าป้อมคูยังขนาดนี้ ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดาสามัญ
ช่วงก่อนหน้านั้นก็มีข่าวกองกำลังชุดดำไม่ทราบฝ่ายออกไล่ล่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล วันแรกเป็นข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
ต่อมามีการยืนยันจาก พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ว่าที่ จ.เชียงใหม่ ก็มีกองกำลังชายชุดดำจริง แต่มีมาก่อนหน้านี้นานแล้ว
ขณะที่สายข่าวตำรวจ ทหาร ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเป็นรูปธรรม ผู้นำเหล่าทัพก็โยนไปเรื่องการเมือง แกนใหญ่ฝ่ายการเมืองก็โยนไปกลุ่มเสื้อแดง ซัดกันไปซัดกันมา ไม่ได้มีอะไรสร้างสรรค์ไปกว่านี้
นักการเมือง กลุ่มข้าราชการกระหายอำนาจ พึงสำนึกไว้ว่าประชาชนส่วนใหญ่เริ่มชินชา จะมีรัฐบาลหรือไม่อาจไม่ต่างกัน
ถึงวันนั้นอย่าลืมไปอ่านบทกวีของ "วิสา คัญทัพ" เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ...!!



