
ผบช.น.รับมีชายชุดดำซุ่มใกล้บ้าน"มาร์ค"
นครบาลประชุมเครียดแผนคุมเข้มคนเสื้อแดง ผบช.น. ยอมรับการข่าวชายชุดดำซุ่มกำลังกลางกรุง ใกล้บ้าน "นายกฯ" หลังถูกส่งไปฝึก "ประเทศกัมพูชา"
เมื่อเวลา 14.00น.วันที่ 15 ก.ย. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) เรียกประชุมนายตำรวจระดับ รอง ผบช.น. ผู้บังคับการตำรวจนครบาล ( ผบก.น.1-9 ) ผู้บังคับการตำรวจจราจร ( ผบก.จร.) ผู้บังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ ( ผบก.สปพ.) ผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนที่เกี่ยวข้องวางมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษา ความปลอดภัยการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงวันที่ 17-19 ก.ย.ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมที่เคร่งเครียดโดยที่ประชุมได้แบ่งหน้าที่ ความรับผิดชอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละหน่วยอย่างชัดเจน พร้อมกำหนดตัวบุคคลในการทำหน้าที่ ผบ.เหตุการณ์ควบคุมกำลังในจุดต่างๆและการควบคุมดูแลในเรื่องของกฎหมายอย่าง เคร่งครัด โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง
พล.ต.ท.สัณฐานกล่าวว่า เหตุที่ต้องเรียกประชุมนายตำรวจระดับผู้บังคับการทั้งหมด รวมทั้ง ผบก.จร.เนื่องจาก ศอฉ. ได้เรียกประชุมหน่วยที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้โดยให้แนวทางการปฏิบัติงานควบคุมดูแลการชุมนุม จึงต้องแจ้งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทราบว่าอะไรที่กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถทำได้ อะไรที่ต้องดูแล เช่น เครื่องขยายเสียงไม่สามารถอนุญาตให้ใช้ได้ แต่ถ้าเป็นโทรโข่งอนุโลมได้ รวมทั้งแนวทางการปิดกั้นจราจรที่จะไม่ทำให้ประชาชนที่ใช้ถนนเดือดร้อน โดยจะมาทบทวนรายละเอียดก่อนมีการชุมนุมจริง
"ทางศอฉ.ได้เน้นย้ำเรื่องการละเมิดกฎหมาย ถ้าผิดกฎหมายตำรวจก็ต้องเข้าไปดูแล แต่การประชุมครั้งนี้เพื่อมาดูว่าการบังคับใช้กฎหมายควรเข้มงวดและอนุโลมใน ส่วนใดจึงต้องมาทบทวนแนวทางการปฏิบัติงานของตำรวจ เพื่อไม่ให้การชุมนุมขยายวงกว้างขึ้น จนไปสู่ความไม่สงบ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดีถือเป็นหัวใจสำคัญที่ตำรวจนครบาลต้องทำให้ได้ หากการชุมนุมยืดเยื้อนานกว่าที่กำหนดเวลาไว้ ก็ต้องมาดูกันเพราะความ จริงแล้วตามกฎหมายไม่ได้ห้ามในส่วนนี้เป็นสิทธิผู้ชุมนุม แต่คิดว่าคงไม่ยืดเยื้อเพราะต้องมีการเตรียมการเยอะ ทั้งการกินอยู่พักแรม ซึ่งผู้บังคับการในพื้นที่ก็จะลงไปพูดคุยกับแกนนำ ทุกอย่างดำเนินการตามแผนปฏิบัติที่ตำรวจวางไว้อยู่แล้ว " ผบช.น. กล่าว
พล.ต.ท.สัณฐานกล่าวอีกว่า ในส่วนของการจัดกำลังตำรวจดูแลบ้านพักบุคคลสำคัญนั้น จุดนี้มีการวางกำลังไว้อยู่แล้ว แต่ทางการข่าวก็ยังไม่มีรายงานว่าผู้ชุมนุมจะเคลื่อนตัวไป ส่วนการข่าวเรื่องกองกำลังชายชุดดำนั้นมีการพูดคุยในที่ประชุมวันนี้และมี การประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ส่วนกรณีที่การชุมนุมอาจยืดเยื้อนานกว่ากำหนดเวลาที่ทางผู้ชุมนุมเสื้อแดงได้แจ้งไว้
"จริงๆ แล้วตามกฎหมายไม่ได้ห้ามในส่วนนี้เป็นสิทธิผู้ชุมนุม แต่คิดว่าคงไม่ยืดเยื้อเพราะต้องมีการเตรียมการเยอะ ทั้งการกินอยู่พักแรม ซึ่งผู้บังคับการในพื้นที่ก็จะลงไปพูดคุยกับแกนนำ ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้อยู่แล้ว ส่วนบ้านบุคคลสำคัญก็มีการวางกำลังไว้อยู่แล้ว แต่ทางการข่าวก็ยังไม่มีรายงานว่าผู้ชุมนุมจะเคลื่อนตัวไป " ผบช.น.กล่าว
นอกจากนี้ พล.ต.ท.สัณฐาน ยังกล่าวถึงรายงานด้านการข่าวของ บช.น.ในส่วนของกองกำลังชายชุดดำว่า วันนี้มีการพูดคุยในที่ประชุมประเมินสถานการณ์และวางมาตรการดูแล ตอนนี้มีข้อมูลของกองกำลังชายชุดดำว่า การข่าวของ บช.น. มีรายงานว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มดังกล่าวเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ โดย พล.ต.ต.ธนพล สนแทศ ผบก.ตปพ. ได้สืบสวนพบว่าได้ไปฝึกที่ประเทศกัมพูชาเพื่อมาปฏิบัติการบางอย่างในกรุงเทพฯ โดยมีหลักฐานว่ากลุ่มคนเหล่านี้ได้ไปเช่าคอนโดมีเนียม ใกล้กับบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จึงสั่งการให้ติดตามสืบสวนสกัดกั้นบุคคลเหล่านี้ แต่คาดว่ากลุ่มนี้รู้ตัวก่อนจึงเงียบไป อย่างไรก็ตามได้ให้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเพราะประมาทไม่ได้
นครบาลมั่นใจคุมสถานการณ์ม็อบเสื้อแดงได้
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจนครบาลในการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงว่า ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนเดิม เพียงแต่ปรับรับนโยบายของ ศอฉ. โดยให้ฝ่ายเจรจาแจ้งให้ผู้ชุมนุมทราบก่อนว่าสามารถทำอะไรได้และไม่ได้บ้าง เช่น การปิดกั้นถนนทางเข้าออก เครื่องขยายเสียงขนาดใหญ่ การตั้งเวที การชูป้ายที่มีข้อความมิบังควร ไม่สามารถทำได้โดยเจ้าหน้าที่จะได้ทำการปราม พร้อมบันทึกภาพ หากไม่เชื่อฟังก็เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายทันที โดยเฉพาะผู้ที่ถือป้ายข้อความมิบังควร ส่วนป้ายหมิ่นประมาทบุคคลหากมีผู้เข้าแจ้งความก็จะดำเนินตามกฎหมายเช่นกัน โดยผู้ที่ถือป้ายต้องเป็นผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ตามการแสดงออกก็ไม่ได้ปิดกั้นทางความคิด แต่ต้องรับได้
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า มีการประเมินสถานการณ์การชุมนุมว่า จะมีขึ้น 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. มีการเคลื่อนไหวที่เรือนจำพิเศษ ในพื้นที่ สน.ประชาชื่น เรือนจำคลองเปรม และเรือนจำต่างจังหวัดที่สมาชิก นปช.ถูกควบคุมตัวอยู่ จะมีตำรวจนครบาลดูแลเรือนจำจำนวน 625 นาย วันที่ 18 ก.ย.มีการรวมตัวที่ จ.เชียงใหม่ และห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว ให้ บก.น.4 เจ้าของพื้นที่ดูแลจำนวน 1 กองร้อยเนื่องจากคาดว่าจะมีการรวมตัวไม่มาก และวันที่ 19 ก.ย. ที่มีกิจกรรมมากที่สุดตั้งแต่เช้าที่มีการทำบุญที่วัดปทุมวนาราม วัดหัวลำโพง การวางพวงหรีดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย การเสวนาที่ ม.ธรรมศาสตร์ และไฮไลท์ช่วงเย็นที่นัดรวมตัวบริเวณแยกราชประสงค์ จึงมีการจัดกำลังดูแลทั้งหน่วยปราบจลาจล(ปจ.) 6 กองร้อย สายตรวจชุดสืบชุดเคลื่อนที่เร็ว 1,290 นาย และกองกำลังสนับสนุนในที่ตั้งอีก 1,740 นาย ซี่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานเหตุรุนแรง เชื่อว่ากำลังที่จัดไว้เพียงพอและควบคุมสถานการณ์ให้สงบเรียบร้อยได้
เผยแกนนำเสื้อแดงขอนแก่นเคลื่อนใต้ดิน
นายพยัต ชาญประเสริฐ รักษาการแทน (รกท.) ผู้ว่าราชการ จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า กรณีกลุ่มคนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย.ซึ่งเป็นวันครบรอบรัฐประหาร 4 ปี ในส่วนของพื้นที่ จ.ขอนแก่น ได้มีการเตรียมการโดยให้ทุกอำเภอเฝ้าระวังการเคลื่อนไหว โดยให้รายงานว่าในพื้นมีการเคลื่อนไหวของแกนนำและมวลชนในพื้นที่ หรือเดินทางเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงในกรุงเทพมหานครหรือไม่ ซึ่งจากการรายงานข้อมูลเข้ามาว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่ไม่ใช้ระดับแกนนำประมาณ 20 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยจะมีแกนนำเคลื่อนไหวในทางลับ
ทั้งนี้ในวันที่ 19 ก.ย. จะมีญาติพี่น้องของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ถูกดำเนินคดีเดินทางไปที่เรือนจำกลางขอนแก่น เพื่อไปเยี่ยมเยียน และเชื่อว่าจะไม่มีความวุ่นวายอะไร ทั้งนี้หากมีการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในพื้นที่ก็จะเป็นเพียงการแสดงออกเท่านั้น เพราะพื้นที่ จ.ขอนแก่นยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อยู่ จึงเชื่อว่าแกนนำคนเสื้อแดงจะไม่ออกมาเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน
“ผมต้องการให้รัฐบาลคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เอาไว้ เพราะที่ผ่านมาไม่พบว่าประชาชนได้รับผลกระทบ อีกทั้งเศรษฐกิจก็ยังเดินหน้าไปด้วยดี ดังนั้นหากจะมีการชุมนุมก็ขอให้ชุมนุมอย่างสงบ ไม่ใช้ความรุนแรง และต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย”
นายพยัต กล่าวว่า การเคลื่อนไหวใต้ดินเชื่อว่ามี แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ หากต้องการที่จะแสดงออกก็ต้องยอมรับกฎกติกา หากต้องการที่จะผูกผ้าแดงบริเวณศาลากลาง หรือสวนรัชดานุสรณ์ก็ทำได้ แต่ต้องอยู่ในขอบเขต ทั้งนี้ทางจังหวัดไม่ได้มีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของศาลากลางจังหวัดเป็นพิเศษอะไร ก็ยังคงใช้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนดูแลความเรียบร้อยตามปกติ สำหรับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ยังไม่ได้มีการเตรียมการอะไร มีเพียงวันที่ 17 ก.ย. นี้ ที่กำลังตำรวจ จะทำการซ้อมแผนการปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วงเท่านั้น เพื่อเป็นการซักซ้อมไว้ล่วงหน้า



