
จี้7นักกีฬาทุนอลป. ซิวโควตาลอนดอน สั่งเร่งแก้พ.ร.บ.28 ชี้ขัดเสรีภาพ
7 นักกีฬาไทย เซ็นสัญญารับทุน 2 ปี จาก โอลิมปิกสากล เรียบร้อยแล้ว ด้าน บิ๊กจา พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ บิ๊กโอลิมปิกไทย จี้ทั้ง 7 คนต้องสร้างผลงานคว้าโควตาไปโอลิมปิกเกมส์ 2012 ให้ได้ เพื่อความหวังของชนรุ่นหลัง
เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ รร.เรดิสัน มีการลงนามในสัญญาขอรับการสนับสนุนทุนการฝึกซ้อมจากกองทุนสงเคราะห์โอลิมปิกระหว่างประเทศ โดยมี “บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมกีฬา และนักกีฬาที่ได้รับทุน รวมทั้งสิ้น 7 คน ได้แก่ “ตีโต้” ศุภนร สุขสวัสดิ ณ อยุธยา (กรีฑา), “เจมส์บอนด์” ณัฐพงษ์ เกษอินทร์ (ว่ายน้ำ), “บอย” ศุภชัย ฉิมดี (กรีฑา), “น้องณี” สุธิยา จิวเฉลิมมิตร (ยิงเป้าบิน), “ธันย่า” ธันยพร พฤกษากร (ยิงปืน), “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ (แบดมินตัน) และ “น้องอุ้ม” ณัชฐานันตร์ จันทร์กระจ่าง (ว่ายน้ำ)
สำหรับกองทุนสงเคราะห์โอลิมปิกระหว่างประเทศ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2553 และสิ้นสุดวันที่ 31 สิงหาคม 2555 โดยนักกีฬาจะได้รับคนละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 32,000 บาท) นอกจากนี้ยังจะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการไปแข่งขันเพื่อควอลิฟายไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ. 2012 อีกคนละ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 160,000 บาท)
พล.ต.จารึก กล่าวว่า นักกีฬาทั้ง 7 คน ได้รับโอกาสที่ดีในการเตรียมตัวฝึกซ้อมและแข่งขันเพื่อสร้างผลงานให้ดีที่สุดในระยะเวลา 2 ปีนับจากนี้ไป เพื่อผ่านควอลิฟายเข้าแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอนให้ได้ เพื่อเป็นผลงานในการที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) จะพิจารณามอบทุนนักกีฬาในครั้งต่อๆ ไปด้วย
วันเดียวกันที่ รร.เรดิสัน “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการเสวนาสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยและสื่อมวลชน เรื่อง “พ.ร.บ.กีฬากับการบริหารสมาคมกีฬา” ซึ่ง "บิ๊กหนุ่ม" นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) บรรยายพิเศษเรื่อง “พ.ร.บ.การกีฬาฉบับปี 2528 กับ พ.ร.บ.การกีฬาฉบับใหม่ : ข้อเหมือนและข้อต่าง"
โดยได้ยกตัวอย่างสาระสำคัญของการแก้ไข พ.ร.บ.คือ มาตรา 49/1 ให้จัดตั้งกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ใน กกท.เพื่อใช้เป็นทุนสำหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินงานของกองทุน การส่งเสริม การคุ้มครองและสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ซึ่งแต่เดิมกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เกิดขึ้นจากมติคณะรัฐมนตรีเท่านั้น ไม่ได้อยู่ใน พ.ร.บ.แต่อย่างใด
นอกจากนี้ ในมาตรา 47 ได้เปลี่ยนแปลงเรื่องการดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคม โดยให้มีวาระ 4 ปี แต่ไม่เกิน 2 วาระ เพื่อให้สอดคล้องกับการดำรงตำแหน่งกรรมการของสหพันธ์กีฬานานาชาติ ซึ่งขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หากกฤษฎีกาส่งเรื่องกลับมายัง กกท.เพื่อขอคำเห็นชอบ และหาก กกท.เห็นชอบกับร่างดังกล่าวที่กฤษฎีกาแก้ไข ก็จะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
"บิ๊กจา" พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิก กล่าวว่า นักกฎหมายของไทยได้ตั้งข้อสังเกตว่า พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2528 นั้น ขัดต่อเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญ จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไข อย่างไรก็ตาม หากกฎหมายมีความเข้มงวด และบทลงโทษที่หนักเกินไป ก็จะทำให้หาผู้เข้ามาบริหารได้ยาก ทั้งนี้ สมาคมกีฬาควรจะมีส่วนร่วมในการแก้ไขครั้งนี้ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการบริหารงานของสมาคม และผลงานของสมาคม จะเป็นตัวชี้วัดว่าสมาคมกีฬานั้นๆ ประสบความสำเร็จหรือไม่



