
ไลฟ์สตางค์- เล่นเกมภาษีกันมั้ย?
ผมได้จัดการยื่นภาษีส่วนตัวเสร็จแล้ว ด้วยความรู้สึกอย่างน้อยสองอย่าง...
อย่างแรก มันสะท้อนให้เห็นว่าผมยังมีงานทำ มีเงินเดือนใช้พอประมาณ มีเงินเก็บหอมรอมริบ ไม่ต้องตกงานอย่างอีกหลายๆ คนที่เจอพิษเศรษฐกิจกระหน่ำในตอนนี้ (น่าเห็นใจจริงๆ...)
อย่างที่สอง ผมได้ทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี มีส่วนเพิ่มรายได้ให้ประเทศ ยิ่งถ้าได้จ่ายภาษีในปีนี้ยิ่งยินดีเป็นสองเท่า เพราะอ่านข่าวแล้วหนักใจกับรัฐบาลที่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก
ถ้าเคยรู้สึกว่าภาษีเป็นเรื่องน่าเบื่อ ลองจินตนาการใหม่เป็นการเล่นเกมอย่างหนึ่ง แม้จะไม่เหมือนโซโดกูที่มีคำตอบตายตัว (ลงเลขผิดเพียงเลขเดียว ก็แก้โจทย์ไม่ออก) แต่มันก็ท้าทายไม่น้อย และมีคำตอบหลายทาง เป็นเกมที่คุณออกแบบได้
สำหรับหน่วยลงทุนอย่าง แอลทีเอฟ นั้นผมคงไม่บอกข้อดีข้อเสียเพราะหลายคนคงรู้ดีแล้ว แต่สิ่งที่น่าคิดคือคนส่วนใหญ่จะไปซื้อแต่ตอนปลายปี อ้างว่าไม่มีเงินเก็บหรือรอโบนัสก่อน หารู้ไม่ว่าถ้าหุ้นขึ้นเท่ากับต้นทุนเราก็สูงโดยปริยาย ลองเปลี่ยนวิธีเล่นดู การทยอยซื้อระหว่างปีได้ประโยชน์สองทาง ไม่เพียงจะทำกำไรจากราคาต่อหน่วยแล้ว ยังมีโอกาสได้ซื้อขั้นสูงสุด ประหยัดภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วย
ผมบอกน้องสาวว่า เกมนี้ไม่ยากเลย ให้เปิดบัญชีออมทรัพย์ไว้แต่ต้นปี เรียกมันในใจว่าบัญชีเพื่อการซื้อแอลทีเอฟ โดยไม่ต้องสนใจดอกเบี้ยแบงก์ แล้วให้วางแผนว่าจะซื้อแอลทีเอฟเท่าไหร่ จากนั้นเริ่มทยอยฝากไปเรื่อยๆ ทุกเดือน เมื่อราคาหุ้นลงช่วงไหน ก็ทยอยซื้อได้เลย
หลายคนเวลากรอกภาษี ยังใส่ตัวเลขในช่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่เท่ากัน ทั้งที่เงินเดือนก็ใกล้กับเพื่อนวัยเดียวกันมากๆ เหตุเพราะเห็นแต่ประโยชน์ระยะสั้น เลือกตัดจากเงินเดือนแต่เพียงน้อยไม่กี่เปอร์เซ็นต์ เพราะกลัวว่าไม่มีเงินเหลือใช้เหลือช็อป (งกไปได้นะคนเรา...)
เปลี่ยนวิธีเล่นเกมในปีนี้ดีมั้ย? ลองเดินไปบอกแผนกเอชอาร์ว่าประสงค์จะหักขั้นสูงสุด เมื่อถึงสิ้นปีจะพบว่าเงินเก็บมากขึ้นอีกเป็นกอง และยิ่งสมทบกับเงินส่วนที่บริษัทจะให้ด้วยแล้ว ต้องบอกว่าคุ้มสุดๆ (เผลอๆ จะพบว่าการตัดเงินเข้ากองทุนมากขึ้น ไม่ได้กระทบอะไรกับชีวิตเราเท่าไหร่นัก)
เนื่องจากเป้าหมายส่วนตัวของผมไม่ใช่แค่การประหยัดภาษี ผมยังมองเกมนี้คือเกมของการให้ด้วย แน่นอนครับผมกำลังหมายถึงเงินบริจาคที่สามารถหักภาษีได้
ทุกๆ ปีผมจะถามตัวเองว่าเราบริจาคเงินไปเท่าไหร่ มีโอกาสทำบุญบริจาคเพิ่มอีกได้มั้ย? ผมยังแกล้งถามลูกน้องในทีมว่าปีทั้งปีบริจาคเงินคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้? พูดง่ายๆ ว่า ถ้ารายได้เดือนละหมื่นบาท หนึ่งปีจะมีเงินแสนสองหมื่น ถ้าคิดเงินบริจาคเพียงเปอร์เซ็นต์เดียวจะเป็นเงินหนึ่งพันสองร้อยบาทเท่านั้นเอง
เงินก้อนนี้ถ้าคิดทั้งปีไม่มากสำหรับเรา แต่ยิ่งใหญ่สำหรับใครอีกหลายๆ คน การให้จึงเป็นการสอนให้รู้จักละกิเลส และทำเพื่อคนอื่นๆ เป็นการสะสมบุญเพื่อชีวิตในภพหน้า แต่การให้ก็ต้องไม่ทำให้ตัวเองหรือคนในครอบครัวลำบากเดือดร้อนด้วย เกมนี้จึงอยู่ที่การสร้างสมดุลให้เกิด แบ่งปันสิ่งที่มีให้แก่คนอื่นๆ บ้าง และอย่าลืมเรียกใบอนุโมทนาบัตร หรือใบเสร็จของการบริจาค เพื่อหักลดหย่อนภาษีด้วย
ในแบบฟอร์มของการจ่ายภาษี ยังมีแง่มุมหรือเกมให้วางแผนเล่นอีกเยอะ เช่น ส่วนที่เป็นประกันชีวิต หรือส่วนอื่นๆ เอาไว้ใกล้ๆ จ่ายภาษี จะหาโอกาสคุยกันใหม่อีกครั้ง



