
จะสั้นหรือจะยาว ก็ ได้ใจ
จั่วหัวสกู๊ปเงินทองฉบับนี้ ที่ว่า จะสั้นหรือจะยาว ก็ ได้ใจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับภาพยนตร์ที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญในวงกว้างอย่าง ความจำสั้น แต่รักฉันยาว แม้จะเป็นเรื่องสั้นๆ ยาวๆ เหมือนกัน แต่ความหมายโดยนัย แตกต่างและห่างไกลกัน
เพราะในภาพยนตร์ คุณลุงจำรัส (ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นพระเอกของเรื่องมากกว่า หนุ่มเป้ อารักษ์ ที่สวมบทบาทคุณหมอเก่ง) กำลังต่อสู้อย่างหนักกับโรคอัลไซเมอร์ เพื่อรักษาความทรงจำแสนงดงามระหว่างคุณลุงกับป้าสมพิศ ก่อนที่ความทรงจำทั้งหมดจะเลือนหาย
ขณะที่สาวน้อยหน้าใสอย่าง “ฝ้าย” ที่รับบทโดย ญารินดา บุนนาค ก็กำลังต่อสู้อย่างหนักเช่นกัน เพื่อพยายามลบความทรงจำจากความรักครั้งแรกที่สร้างความเจ็บปวดให้เธอ
น่าแปลกที่ในโลกของความรัก บางคนอยากจำแค่สั้นๆ แต่ถึงใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่อาจลบเลือน ขณะที่บางคนอยากจำยาวๆ แต่บางครั้งทุกอย่างกลับเลือนหายในเวลาอันรวดเร็ว
โลกของความรัก..อาจจะเลือกไม่ได้ แต่สำหรับโลกของการลงทุน ง่ายกว่านั้น เพราะจะสั้น จะยาว..เลือกได้หมด
บางคนมองว่า ปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุนที่แปรปรวนอย่างหนัก เป็นปัจจัยที่ทำให้หันมาให้ความสนใจกับการลงทุนแบบ “สั้นๆ” เพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาวที่ยังมาไม่ถึง
นั่นทำให้ได้เห็นถึงความคึกคักของกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกมาปุ๊บก็ขายหมดแทบจะในทันที
ตัวอย่างที่ชัดเจนก็อย่างเช่น กองทุนเปิดทหารไทยเกาหลีใต้อายุ 6 ดือน และ 1 ปี ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย ขนาด 5,000 ล้านบาท ที่ขายหมดเกลี้ยงก่อนปิดกำหนดจองซื้อ จนทำให้ บลจ.ทหารไทย เร่งเสนอขายเพิ่มเติมอีก 500 ล้านบาททันที
“ไพศาล ครุฑดำรงชัย” รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทหารไทย บอกว่า กองทุนที่จะออกเพิ่มเติม คือ กองทุนเปิดทหารไทยเกาหลีใต้ รุ่นที่ 1 อายุโครงการ 9 เดือน ผลตอบแทน 3.80% ต่อปี สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 2,000 บาท เปิดขายจนถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้ โดยกองทุนดังกล่าวมีนโยบายเข้าไปลงทุนในตราสารหนี้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของเกาหลีใต้ (เอ็กซิมแบงก์)
ส่วนที่กำลังเสนอขายตีคู่กันมาในขณะนี้ ได้แก่ กองทุนภายใต้การบริหารของ บลจ.นครหลวงไทย ซึ่ง “ธีรพันธุ์ จิตตาลาน” กรรมการผู้จัดการ บอกว่า อยู่ระหว่างการเปิดจองซื้อกองทุนเปิดเอสซีไอ ตราสารหนี้ต่างประเทศ จีไอ 12M6/09 ซึ่งจะลงทุนตราสารหนี้อายุ 12 เดือนของเอ็กซิมแบงก์เกาหลีใต้ สำหรับผลตอบแทนคาดว่าจะอยู่ที่ 4.4% ต่อปี และกองทุนเปิดเอสซีไอ ตราสารหนี้ต่างประเทศ จีไอ 6M4/09 ซึ่งจะลงทุนตราสารหนี้อายุ 6 เดือนของเอ็กซิมแบงก์เกาหลีใต้เช่นกัน โดยผลตอบแทนคาดว่าจะอยู่ที่ 3.30% ต่อปี
ขณะที่บางคนกลับมองอีกด้าน ว่า เพราะความเสี่ยงในอนาคตที่รออยู่ ทำให้ต้อง “ล็อก” การลงทุนให้ยาวขึ้น ซึ่งทำให้กองทุนที่มีระยะเวลาลงทุนยาวขึ้น ได้รับการตอบรับไม่แพ้กัน
อย่างผู้บริหารใหม่ไฟแรงแห่ง บลจ.ไทยพาณิชย์ เช่น “โชติกา สวนานนท์” ที่เข็นกองทุนเปิดไทยพาณิชย์พันธบัตรอิตาลี 2Y1 อายุโครงการ 2 ปี 3 เดือน มูลค่ากองทุน 3,500 ล้านบาท สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท จนถึงวันที่ 30 มีนาคมนี้
“โชติกา” ระบุว่า กองทุนดังกล่าวมีนโยบายลงทุนในพันธบัตรหรือตราสารภาครัฐของประเทศอิตาลี และได้ทำการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดแล้ว โดยจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติปีละ 2 ครั้ง
“เหตุผลที่เลือกลงทุนในพันธบัตรอิตาลี เนื่องจากต้องการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงการลงทุนไปยังต่างประเทศ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา สถาบันการเงินของประเทศอิตาลี ถือว่าไม่ได้รับผลกระทบเชิงลึกจากวิกฤติการณ์ทางการเงินเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เพราะการดำเนินธุรกิจส่วนใหญ่เป็นแบบดั้งเดิม คือ มีแหล่งเงินทุนจากการรับฝากเงินหรือเสนอขายตราสารทางการเงินปกติ ทำให้มีแหล่งระดมทุนมั่นคง และอัตราการให้สินเชื่อของธนาคารยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศยุโรป”
ปิดท้ายที่ บลจ.พรีมาเวสท์ ที่ออกกองทุนเปิดพรีมาเวสท์ตราสารหนี้ ออโต้ โบนัส (PFA) อายุ 2 ปี 5 เดือน ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดี และมีอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ A- ขึ้นไป โดยจะให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดทุก 6 เดือน ซึ่งผู้ลงทุนจะได้รับเงินครั้งแรกในวันที่ 5 ตุลาคม 2552 ครั้งที่ 2 ในวันที่ 8 เมษายน 2553 ครั้งที่ 3 วันที่ 8 ตุลาคม 2553 ครั้งที่ 4 วันที่ 8 เมษายน 2554 และครั้งสุดท้าย วันที่ 27 ตุลาคม 2554 รวม 5 ครั้งในอัตราเพิ่มขึ้นทุกครั้ง โดยใน 4 ครั้งแรกจะเพิ่มขึ้น 0.25% ต่อปี และครั้งสุดท้าย เพิ่มขึ้น 0.75% ต่อปี เสนอขายถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้เช่นกัน
ขวัญชนก วุฒิกุล



