ข่าว

จะสั้นหรือจะยาว ก็ “ได้ใจ”

จะสั้นหรือจะยาว ก็ “ได้ใจ”

29 มี.ค. 2552

จั่วหัวสกู๊ปเงินทองฉบับนี้ ที่ว่า จะสั้นหรือจะยาว ก็ “ได้ใจ” ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับภาพยนตร์ที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญในวงกว้างอย่าง “ความจำสั้น แต่รักฉันยาว” แม้จะเป็นเรื่องสั้นๆ ยาวๆ เหมือนกัน แต่ความหมายโดยนัย แตกต่างและห่างไกลกัน

เพราะในภาพยนตร์ คุณลุงจำรัส (ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นพระเอกของเรื่องมากกว่า หนุ่มเป้ อารักษ์ ที่สวมบทบาทคุณหมอเก่ง) กำลังต่อสู้อย่างหนักกับโรคอัลไซเมอร์ เพื่อรักษาความทรงจำแสนงดงามระหว่างคุณลุงกับป้าสมพิศ ก่อนที่ความทรงจำทั้งหมดจะเลือนหาย

 ขณะที่สาวน้อยหน้าใสอย่าง “ฝ้าย” ที่รับบทโดย ญารินดา บุนนาค ก็กำลังต่อสู้อย่างหนักเช่นกัน เพื่อพยายามลบความทรงจำจากความรักครั้งแรกที่สร้างความเจ็บปวดให้เธอ

 น่าแปลกที่ในโลกของความรัก บางคนอยากจำแค่สั้นๆ แต่ถึงใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่อาจลบเลือน ขณะที่บางคนอยากจำยาวๆ แต่บางครั้งทุกอย่างกลับเลือนหายในเวลาอันรวดเร็ว

 โลกของความรัก..อาจจะเลือกไม่ได้ แต่สำหรับโลกของการลงทุน ง่ายกว่านั้น เพราะจะสั้น จะยาว..เลือกได้หมด

 บางคนมองว่า ปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุนที่แปรปรวนอย่างหนัก เป็นปัจจัยที่ทำให้หันมาให้ความสนใจกับการลงทุนแบบ “สั้นๆ” เพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาวที่ยังมาไม่ถึง

 นั่นทำให้ได้เห็นถึงความคึกคักของกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกมาปุ๊บก็ขายหมดแทบจะในทันที
ตัวอย่างที่ชัดเจนก็อย่างเช่น กองทุนเปิดทหารไทยเกาหลีใต้อายุ 6 ดือน และ 1 ปี ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย ขนาด 5,000 ล้านบาท ที่ขายหมดเกลี้ยงก่อนปิดกำหนดจองซื้อ จนทำให้ บลจ.ทหารไทย เร่งเสนอขายเพิ่มเติมอีก 500 ล้านบาททันที

 “ไพศาล ครุฑดำรงชัย” รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทหารไทย บอกว่า กองทุนที่จะออกเพิ่มเติม คือ กองทุนเปิดทหารไทยเกาหลีใต้ รุ่นที่ 1 อายุโครงการ 9 เดือน ผลตอบแทน 3.80% ต่อปี สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 2,000 บาท เปิดขายจนถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้ โดยกองทุนดังกล่าวมีนโยบายเข้าไปลงทุนในตราสารหนี้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของเกาหลีใต้ (เอ็กซิมแบงก์)

 ส่วนที่กำลังเสนอขายตีคู่กันมาในขณะนี้ ได้แก่ กองทุนภายใต้การบริหารของ บลจ.นครหลวงไทย ซึ่ง “ธีรพันธุ์ จิตตาลาน” กรรมการผู้จัดการ บอกว่า อยู่ระหว่างการเปิดจองซื้อกองทุนเปิดเอสซีไอ ตราสารหนี้ต่างประเทศ จีไอ 12M6/09 ซึ่งจะลงทุนตราสารหนี้อายุ 12 เดือนของเอ็กซิมแบงก์เกาหลีใต้ สำหรับผลตอบแทนคาดว่าจะอยู่ที่ 4.4% ต่อปี และกองทุนเปิดเอสซีไอ ตราสารหนี้ต่างประเทศ จีไอ 6M4/09 ซึ่งจะลงทุนตราสารหนี้อายุ 6 เดือนของเอ็กซิมแบงก์เกาหลีใต้เช่นกัน โดยผลตอบแทนคาดว่าจะอยู่ที่ 3.30% ต่อปี

 ขณะที่บางคนกลับมองอีกด้าน ว่า เพราะความเสี่ยงในอนาคตที่รออยู่ ทำให้ต้อง “ล็อก” การลงทุนให้ยาวขึ้น ซึ่งทำให้กองทุนที่มีระยะเวลาลงทุนยาวขึ้น ได้รับการตอบรับไม่แพ้กัน

 อย่างผู้บริหารใหม่ไฟแรงแห่ง บลจ.ไทยพาณิชย์ เช่น “โชติกา สวนานนท์” ที่เข็นกองทุนเปิดไทยพาณิชย์พันธบัตรอิตาลี 2Y1 อายุโครงการ 2 ปี 3 เดือน มูลค่ากองทุน 3,500 ล้านบาท สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท จนถึงวันที่ 30 มีนาคมนี้

 “โชติกา” ระบุว่า กองทุนดังกล่าวมีนโยบายลงทุนในพันธบัตรหรือตราสารภาครัฐของประเทศอิตาลี และได้ทำการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดแล้ว โดยจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติปีละ 2 ครั้ง

 “เหตุผลที่เลือกลงทุนในพันธบัตรอิตาลี เนื่องจากต้องการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงการลงทุนไปยังต่างประเทศ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา สถาบันการเงินของประเทศอิตาลี ถือว่าไม่ได้รับผลกระทบเชิงลึกจากวิกฤติการณ์ทางการเงินเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เพราะการดำเนินธุรกิจส่วนใหญ่เป็นแบบดั้งเดิม คือ มีแหล่งเงินทุนจากการรับฝากเงินหรือเสนอขายตราสารทางการเงินปกติ ทำให้มีแหล่งระดมทุนมั่นคง และอัตราการให้สินเชื่อของธนาคารยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศยุโรป”

 ปิดท้ายที่ บลจ.พรีมาเวสท์ ที่ออกกองทุนเปิดพรีมาเวสท์ตราสารหนี้ ออโต้ โบนัส (PFA) อายุ 2 ปี 5 เดือน ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดี และมีอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ A- ขึ้นไป โดยจะให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดทุก 6 เดือน ซึ่งผู้ลงทุนจะได้รับเงินครั้งแรกในวันที่ 5 ตุลาคม 2552 ครั้งที่ 2 ในวันที่ 8 เมษายน 2553 ครั้งที่ 3 วันที่ 8 ตุลาคม 2553 ครั้งที่ 4 วันที่ 8 เมษายน 2554 และครั้งสุดท้าย วันที่ 27 ตุลาคม 2554 รวม 5 ครั้งในอัตราเพิ่มขึ้นทุกครั้ง โดยใน 4 ครั้งแรกจะเพิ่มขึ้น 0.25% ต่อปี และครั้งสุดท้าย เพิ่มขึ้น 0.75% ต่อปี เสนอขายถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้เช่นกัน

 

ขวัญชนก วุฒิกุล

[email protected]