ข่าว

เนวินขอโทษคนเชียงใหม่เอ็ม79บึ้มบ้านพ่อตา

เนวินขอโทษคนเชียงใหม่เอ็ม79บึ้มบ้านพ่อตา

14 ก.ย. 2553

"เนวิน"กราบขอโทษคนเชียงใหม่หลังเอ็ม 79 บึ้มบ้านพ่อตา ลั่นคนทำตาขาววอนอย่าทำคนที่ไม่เกี่ยว ยกปรองดองเป็นวาระแห่งชาติ เตรียมล่ารายชื่อปชช.ทั่วประเทศเสนอกม.นิรโทษกรรมให้ ปชช.ที่ร่วมชุมนุมทางการเมืองด้วยความบริสุทธิ์ใจ

 (14ก.ย.)  เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงเหตุการณ์ลอบยิงระเบิดเอ็ม 79 ที่บ้านของนายคะแนน สุภา พ่อตาที่ จ.เชียงใหม่ ว่า ตนกราบขอโทษคนเชียงใหม่จากกรณีที่เกิดขึ้น และได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองที่เกี่ยวข้องกับตน ทำให้เมืองเชียงใหม่ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบไปด้วย แต่ขณะเดียวกันตนกับไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย ดังนั้นหากตนจะทำอะไรหรือช่วยเหลือคนเชียงใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ก็ขอให้บอกมา ตนจะดำเนินการช่วยเหลือเต็มที่

 “ ถ้าอะไรจะเกิดก็ขอให้มาเกิดที่ตัวผม ไม่ควรทำร้ายบ้านเมือง ไม่ใช่ว่าผมไม่กลัว ผมก็กลัวครับ แต่บนความกลัวอยากบอกว่าอยากจะทำอะไรให้มาทำที่ตัวผม อย่าให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมาเดือดร้อน สำหรับที่บ้านพ่อตาของผมนั้นเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ” นายเนวิน กล่าวเสียงสั่นพร้อมยกมือไหว้ภายหลังการให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้นลง

ยกปรองดองเป็นวาระแห่งชาติเตรียมล่าชื่อเสนอกม.นิรโทษฯ

 นายเนวิน กล่าวถึงแนวทางการสร้างความปรองดองในขณะนี้ ว่า จะต้องผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งมี 2 แนวทางคือ 1.ทางสภาผู้แทนราษฎรถือเป็นหน้าที่ของส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่ตจะต้องเสนอต่อวิปรัฐบาล เพื่อขอความชัดเจน เนื่องจากร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคภูมิใจไทยเคยเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ดังนั้นถือเป็นหน้าที่ของส.ส.ที่จะต้องไปดำเนินการเลื่อนระเบียบวาระ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็แล้วสภา

 2.การรณรงค์เพื่อขอรายชื่อกับคนที่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมจากทั่วประเทศ ที่ต้องการให้ยุติความขัดแย้งภายในชาติโดยการรวบรวมของสมาชิกพรรคผู้สมัคร ส.ส.พรรค อย่างน้อย 5 หมื่นชื่อ เพราะในเมื่อเสียงในสภาที่มีอยู่ใช้ไม่ได้ จึงจำเป็นที่จะต้องร้องขอเสียงจากประชาชน โดยจะให้สมาชิก ส.ส.พรรคเริ่มรณรงค์และทำความเข้าใจกับประชาชนทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.เป็นต้นไป คาดว่าใช้เวลาประมาณ 2 เดือนครึ่ง ในการรวบรวมรายชื่อให้เสร็จไม่เกินต้นเดือนธ.ค.นี้ โดยจะเสนอต่อประธานรัฐสภา ซึ่งเราจะรวบรวมรายชื่อคนเห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมให้มากที่สุด เร็วที่สุด เพื่อเกิดกระแส หวังว่าจะเปลี่ยนใจส.ส.ผู้ที่ไม่เห็นด้วยให้กลับมาสนับสนุนได้ เพราะ ทุกอย่างต้องมีจุดเริ่มต้น
 
 “วันนี้ถ้าทุกคนคิดถึงการเมืองมากกว่าคิดถึงบ้านเมือง ปัญหาบ้านเมืองก็จะไม่จบ มันก็จะคาราคาซังอยู่อย่างนี้ ความคิดอาจจะแตกต่างกัน แต่สุดท้ายทุกคนก็อยากเห็นบ้านเมืองสงบ โดยส่วนตัวการนิรโทษกรรมไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาความเคยตัว ต้องยอมรับว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้น นำไปสู่ความแตกแยกของคนหมู่มาก แต่สิ่งที่ชัดเจนอยู่ หากเกิดนิรโทษกรรมแล้วจะทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก ผมอยากให้ย้อนกลับไปดูช่วงที่มีความแตกแยกของคนในชาติมากกว่านี้ เมื่อครั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มีการจับปืนเข้าป่า ต่อสู้ล้มล้างระบอบการปกครอง แต่เมื่อนิรโทษกรรมด้วย นโยบาย 66 / 23 ผมไม่เห็นคนเหล่านั้นกลับเข้าป่าจับอาวุธต่อสู้ล้มล้างอีกเลย ดังนั้นสังคมแบบไทย การนิรโทษกรรม คือ ทำให้วิถีแบบไทยๆ มันก่อให้เกิดความปรองดองแก่ชาติบ้านเมือง ” นายเนวิน กล่าวและว่า

 การเดินหน้านิรโทษกรรมให้แก่ผู้บริสุทธิ์ เป็นเรื่องที่ต้องทำ เพราะเรายอมรับหรือไม่ว่าคนที่ไปยืนหน้าศาลากลางที่ถูกเผา ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ตกเป็นผู้ต้องหา วันนี้เรายอมรับหรือไม่มีหลายคนไม่ได้เป็นผู้ก่อการ แต่มาด้วยจิตวิญญาณบริสุทธิ์ เขาก็ตกเป็นผู้ต้องหา ทำไมเราไม่กันคนเหล่านั้นออกมาจากความแตกแยก ส่วนใครที่เป็นแกนนำ ใครเป็นผู้ก่อการ ผู้ต้องหาคดีอาญา ก็ดำเนินคดีไป คนที่มีหลักฐานมีคดีชัดเจนก็ดำเนินคดีอาญาไป แต่คนที่ไม่มีหลักฐานแต่กลับต้องติดบ่วงก็นิรโทษกรรมให้เขาไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การนิรโทษกรรมครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับบ้านเลขที่ 111 และบ้านเลขที่ 109 ใช่หรือไม่ นายเนวิน กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับนิรโทษกรรมทางการเมือง เพราะประเด็นของตน คือ การนิรโทษกรรมให้ผู้ที่ไม่ได้กระทำความผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกรณีเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง ควรจะได้รับการเยียวยา โดยตนอยากให้แยกพี่น้องประชาชนที่มีเจตนาบริสุทธิ์ออกไปเสียจากวงนี้ ที่ทำให้เขาเป็นผู้ต้องหา เป็นผู้ถูกกล่าวหา ไม่ว่าเป็นข้าราชการหรือประชาชน ไม่ว่าราชประสงค์หรือสุวรรณภูมิที่มีเจตนาบริสุทธิ์ในการมาชุมนุมและการทำหน้าที่ ส่วนเรื่องจาบจ้วงสถาบันต้องดำเนินการอยู่แล้วจะนิรโทษกรรมไม่ได้

 เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม นายเนวิน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ค้าน แต่แค่ติง ซึ่งวิธีคิดทุกคนต้องการเห็นบ้านเมืองสงบสุข ปรองดอง ท่านไม่เห็นด้วยก็ต้องหาวิธีที่ทำให้บ้านเมืองเป็นปกติกลับมาสงบสุข และคนไทยกลับมารักกันได้เหมือนเดิม ในส่วนของเราคิดว่าวิธีดังกล่าวจะทำให้คนไทยกลับมารักกันได้เหมือนเดิม รู้จักคำว่า อโหสิ ให้อภัยกันเหมือนเดิม

 เมื่อถามว่า ตัวการใหญ่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม ปัญหาก็ไม่จบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนยังยืนยันคนส่วนน้อยที่จะเป็นปัญหา เป็นอุปสรรคในการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ของบ้านเมืองออกไปจากการแก้ปัญหา เราจะแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น คนส่วนน้อยถ้าไม่มีมวลชนสนับสนุน เขาก็ไม่มีอำนาจไม่พละกำลัง ที่จะมาสร้างความสมานฉันท์ และปรองดองได้ แต่วันนี้เรากลับไปคิดว่าการแก้ปัญหาให้คนส่วนใหญ่แล้วคนส่วนน้อยหรือคนบางคนจะได้ประโยชน์แล้วไม่ทำเลย มันก็ทำให้คนบางคนฉวยโอกาสตรงนี้ที่จะสร้างแนวร่วมที่จะสร้างความแตกแยกให้บ้านเมืองไปอีก

 เมื่อถามว่า หากพรรคร่วมรัฐบาลไม่เอาด้วย โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์จะทำอย่างไร นายเนวิน กล่าวว่า ก็แล้วแต่ เป็นเรื่องของจิตสำนึกว่าอยากเห็นความปรองดองความสามัคคีเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะไม่มีทางอื่นดีไปกว่าเครื่องมือนิรโทษกรรม

 “ถ้าบอกไม่เอาอย่างนี้ก็ให้บอกด้วยว่าจะให้ทำอย่างไร ถ้าบอกว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง อาจจะเป็นเยี่ยงอย่างคนอื่นต่อไป เพราะคิดว่าต่อไปจะมีนิรโทษกรรมอีก คำถามคือช่วง 66 / 23 ทำไมพวกพัฒนาชาติไทยไม่กลับเข้าป่าไปจับปืนอีก แนวคิดเรื่องการเปลี่ยนการปกครองครั้งนั้นรุนแรงกว่าครั้งนี้อีก ดังนั้นต้องมองในด้านบวก ” นายเนวิน กล่าว

 เมื่อถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุความปรองดองจะเกิดได้อยู่ที่อดีตนายกฯ นายเนวิน กล่าวว่า อย่าเอาคนส่วนน้อยที่เป็นอุปสรรคต่อการปรองดองของชาติมาเป็นเงื่อนไขในการไม่แก้ปัญหา วันนี้เราต้องกันคนเหล่านี้ออกจากวงในการแก้ปัญหา คนที่ยังต้องการความแตกแยกก็จำกัดให้อยู่ในวงนั้นซึ่งจะจัดการจะง่ายกว่า

"อภิสิทธิ์"ลากสังคมขวางภท.ดันนิรโทษกรรม

 ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เตรียมที่จะประสานกับทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิป) เพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.การนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดทางอาญา ที่พรรคภูมิใจไทยได้เคยเสนอไว้ก่อนหน้านี้ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง เนื่องจากทางพรรค ภท.เห็นว่า สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันมีความเหมาะสมในเรื่องการสร้างความปรองดอง จึงสมควรที่จะหยิบยกประเด็นดังกล่าวกลับขึ้นมาหารืออีกครั้ง ว่า "รัฐบาลไม่มีนโยบายในเรื่องนี้"

 เมื่อถามว่าแต่ทางพรรคภูมิใจไทยระบุว่าต้องการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ เรื่องนี้ลองถามสังคมซิครับ ผมกลับว่าจะมีปมความขัดแย้งใหม่เกิดขึ้นมาทันที”

 เมื่อถามว่าขณะที่นายกฯระบุว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายในเรื่องดังกล่าว แต่ทางกลับกันพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกลับเห็นต่างจะทำให้เกิดปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยเสนอไว้ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าเป็นการเสนอตั้งแต่ก่อนเข้ามาเป็นรัฐบาลหรือไม่ ก็มีสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเสนอไว้ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะถือว่าไม่ใช่นโยบาย เมื่อถามว่าจำเป็นต้องหารือกันก่อนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องผ่านการประสานงานของวิป

 ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ทางพรรคภูมิใจไทยระบุว่าจะไปร่วมกับพรรคเพื่อไทยเพื่อผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว นายอภิสิทธิ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ทราบ แต่ไม่คิดว่าทางพรรคภูมิใจไทยจะทำเช่นนั้น สาเหตุที่ไม่เชื่อเพราะคิดว่าเขาต้องคำนึงถึงความเป็นเอกภาพในทิศทางของการทำงาน ไม่เช่นนั้นประชาชนก็จะเกิดความสับสน

 เมื่อถามว่าแต่ถ้าพรรคภูมิใจไทยคิดในแง่การเมืองมากกว่าเสถียรภาพรัฐบาลจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้อนถามว่า “ ไม่ทราบว่าแปลว่าอะไร ” เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าถ้ามีการคิดถึงความได้เปรียบทางการเมืองเพื่อนำไปสู่ความต้องการของตัวเองเรื่องการนิรโทษกรรมและไปรวมกับเสียงของพรรคเพื่อไทยก็จะกลายเป็นเสียงข้างมากได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องมาทบทวนกันดูก่อนว่าทำไปแล้วประโยชน์เกิดขึ้นกับใคร และเกิดความปรองดองอย่างที่ว่าจริงหรือไม่