ข่าว

ปณิธานเผยจับตา17,19ก.ย.หวั่นบึ้มจับตานอกฉุกเฉิน

ปณิธานเผยจับตา17,19ก.ย.หวั่นบึ้มจับตานอกฉุกเฉิน

14 ก.ย. 2553

“ปณิธาน” เผยจับตาวันที่ 17 , 19 ก.ย. หวั่นเกิดเหตุ ชี้ต้องระวังนอกพื้นที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้ ตร.ดูแลเป็นหลัก หวั่นกระทบธุรกิจท่องเที่ยว

(14ก.ย.) นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีการชุมนุมเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ครบรอบสี่เดือนเหตุการณ์ที่ราชประสงค์และครบรอบ 4 ปีการรัฐประหารในวันที่ 19 ก.ย. ที่จะถึงนี้ว่า ขณะนี้ได้หมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจัดระบบดูแลในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีเหตุการณ์ อย่างไรก็ตามคาดว่าในพื้นที่ที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นคงไม่มีปัญหาเพราะสามารถควบคุมได้ เนื่องจากสามารถสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ได้โดยง่าย

อย่างไรก็ตาม สำหรับนอกพื้นที่ที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราก็จะต้องเพิ่มกำลังดูแลให้มากขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่นอก พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่เป็นเมืองใหญ่ และมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามกำลังหลักที่ใช้จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนทหารนั้นจะใช้เฉพาะเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น สำหรับพื้นที่ในเขต กทม.เราก็มีการเฝ้าระวังอยู่บ้าง แต่ที่การเคลื่อนไหวในกทม.ที่ผ่านมาก็เป็นไปด้วยดี อย่างการแสดงสิทธิที่ราชประสงค์ก็ทำได้ไม่มีปัญหา สำหรับวันที่เราจับตาและเป็นกังวลคือวันที่   17 และ 19 ก.ย.

 นายปณิธาน กล่าวต่อไปว่า การแสดงความเห็นเป็นสิทธิทางการเมืองที่เปิดกว้างและสามารถทำได้และเรายินดีให้แสดงความเห็นตามรัฐธรรมนูญ หากไม่มีการไปปิดล้อมสถานที่ กีดขวางทางจราจร หรือยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้า เรื่องการกีดขวางทางจราจรนั้นเราต้องดูว่า เป็นเจตนาที่จะกีดขวางหรือปิดการจราจรหรือไม่ หากไม่ตั้งใจเราก็จะจัดระบบการจราจรชั่วคราวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแต่หากตั้งใจที่จะปิดเช่นตั้งเวทีเราก็คงประสานไปว่าไม่อนุญาตให้กระทำ

 นายปณิธาน กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ในการรำลึกจะมีการโฟนอินของ น.ส.ดารุณี กฤตบุญญาลัย นายจรัล ดิษฐาอภิชัย และนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ว่าสามารถทำได้หากอยู่ในกรอบก็ไม่มีปัญหอะไร เพราะท่านเหล่านั้นก็น่าจะทราบว่าบรรยากาศทางการเมืองขณะนี้เปลี่ยนไปเยอะ และแกนนำในปัจจุบัญเขาก็แยกแยะว่าต้องการแสดงสิทธิ ไม่ได้ก่อความวุ่นวาย

 สำหรับความเคลื่อนไหวก่อความไม่สงบนั้น นายปณิธาน กล่าวว่า จากการข่าวก็ยังมีเป็นจุดๆนอกพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเรากำลังส่งเจ้าหน้าที่ไปดู ซึ่งเราพอจะทราบเบาะแสอยู่บ้างอละที่พบนั้นก็มีอยู่ไม่กี่กลุ่ม ทั้งนี้กลุ่มที่เคลื่อนไหวก็เป็นกลุ่มที่เชี่ยวชาญเรื่องการใช้ระเบิด อีกทั้งรู้เรื่องสถานที่ ห้วงเวลา ซึ่งหากเราระวังในพื้นที่จับตาเขาก็อาจจะเปลี่ยนไปก่อเหตุในพื้นที่อื่นได้

 "สำหรับจังหวัดใหญ่ ที่กังวลนั้นเราก็ดูแลเป็นพิเศษ แต่เราก็ไม่อยากให้กระทบต่อภาพรวมการลงทุนและการท่องเที่ยวในจังหวัดที่กำลังฟื้นฟูจึงจะใช้ความระมัดระวัง และที่ทราบทางนักธุรกิจและเอกชนในพื้นที่ก็ให้ความร่วมือและมีการประสานกัน เพราะเขาก็ไม่อยากให้เกิดปัญหา" นายปณิธาน กล่าว