ข่าว

ประชุมใหญ่ปชป.คึก“สุเทพ”เผย15ยุทธศาสตร์สร้างพรรค

ประชุมใหญ่ปชป.คึก“สุเทพ”เผย15ยุทธศาสตร์สร้างพรรค

29 มี.ค. 2552

ประชุมใหญ่ปชป.คึกคัก “สุเทพ” ประกาศกวาดเก้าอี้ ส.ส.เลือกตั้งครั้งหน้า 280 เสียง พร้อมประกาศ 15 ยุทธศาสตร์สร้างพรรคเข็มแข็ง ปูพหรมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เตรียมเดินสายระดมทุนทั้งในกทม.และต่างจังหวัด ผ่านโครงการปชป.สัญจร พร้อมให้อำนาจ“สุเทพ”อนุมัติสมาชิก ลดผู้

(29 มี.ค.) ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2552 ของพรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้ชื่อ “ เชื่อมั่นประเทศไทย มั่นใจประชาธิปัตย์ ” ที่ห้องแกรน์บอลรูม โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ โดยมี ส.ส.สมาชิกพรรค และสาขาพรรคมาร่วมการประชุมกว่า 1 พันคน

 ทั้งนี้ใน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้รายงานแผนดำเนินการ และแผนการใช้จ่ายเงินประจำปี 2553 ตามแผนยุทธศาสตร์ 4 ปีของพรรค ในช่วงปี 2551-2554 โดยระบุว่า เป็นหมายความสำเร็จทางการเมืองของพรรคจะต้องสามารถเอาชนะการเลือกตั้งทั่วไปให้ได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 280 คน ในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนำนโยบาของพรรคไปสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองและมั่นคง ทั้งนี้จะมีการพัฒนาพรรคให้มั่นคง มีองค์กรสาขาพรรคที่เข้มแข็งกระจายทุกเขตเลือกตั้ง มีสมาชิกพรรคที่ยั่งยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคอย่างเหนียวแน่น มีจำนวนสมาชิกมากพอที่จะสนับสนุนการทำงานทางการเมืองของพรรคอย่างมีประสิทธิภาพ
 
 นายสุเทพ กล่าวว่า สำหรับยุทศาสตร์สำคัญของพรรคเพื่อนำไปสู่เป้าหมาย ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 สมาชิกพรรคมีอุดมการณ์ เข้มแข็ง ทุ่มเทรับใช้พรรค โดยการขยายฐานสมาชิกพรรคให้มีจำนวนมากขึ้นเพิ่มทุกเขต 2 แนวร่วมทางการเมืองแผ่ไพศาล โดยการขยายแนวร่วมทางการเมือง มุ่งเป้าไปยังกลุ่มเป้าหมายกลุ่มต่างๆ ทุกสาขาอาชีพ เพื่อรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนต่อสู้เพื่อรักษาผลประโยชน์อันชอบธรรมของประชาชนทุกคน ทุกสาขาอาชีพ 3 สาขาพรรคเข้มแข็งพึงพาตนเองได้ โดยการปรับปรุงสาขาพรรคให้เข้มแข็งเพื่อรับภาระงานทางการเมือง 4 สมัชชาประชาชน-ประชาธิปัตย์ เพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีการตั้งสมัชชาประชาชน ประชาธิปัตย์ในทุกภูมิภาค และในกลุ่มสาขาอาชีพ 5 ท้องถิ่นเข้มแข็งประชาธิปไตยมั่นคง โดยการส่งเสริมสนับสนุนการปกครองท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง คัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมส่งสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารและสามชิกสภาท้องถิ่นในนามพรรค

 ยุทธศาสตร์ ที่ 6 การจัดกลุ่มจังหวัดเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานการเมืองของพรรค โดยการจัดกลุ่มจังหวัดเพื่อเอื้ออำนวยในการปฏิบิตงานทางการเมืองของพรรคให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งแต่ละกลุ่มจังหวัดจะมีประธานและคณะกรรมการ ร่วมรับผิดชอบในการบริหารจัดการ ขึ้นตรงต่อกรรมการบริหารพรรค 7 พรรคเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ทางการเมือง 8 พรรคของมวลชนที่มีฐานการเงินมั่นคง โดยให้มีคณะกรรมการบริหารเงินทุนและมีหน่วยงานเฉพาะ ทำหน้าที่รณรงค์ระดมทุนหารายได้เข้าพรรคโดยวิธีการถูกต้อง เปิดเผย โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยจะมีการจัดงานระดมทุนทั้งใน กรุงเทพ และต่างจังหวัด ผ่านการจัดงานประชาธิปัตย์สัญจร   9 การประชาสัมพันธ์เชิงรุกอย่างเป็นระบบ จัดระบบประชาสัมพันธ์ของพรรค เน้นบทบาทและผลงานของกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค นโยบายของพรรค ตามสื่อต่างๆ 10 เตรียมความพร้อมเพื่อการเลือกตั้ง จัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้ง เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ในการรณรงค์เข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า โดยเฉพาะการเลือกผู้สมัครเลือกตั้งในเขตต่างๆ

 ยุทธศาสตร์ที่ 11 พรรคเข้มแข็งมีประสิทธิ์ภาพ เป็นที่พึ่งของประชาชนในสภาผู้แทนราษฏร ให้ส.ส.ทำงานอย่างแข็งขัน เป็นปากเสียงแทนประชาชน 12 ส่งเสริมความร่วมมือและการสร้างความสัมพันธ์ทีดีระดับนานาชาติ ด้วยการสร้างความสัมพันธ์ระดับสากลและองค์กรประชาชาติต่างๆ 13 นโยบายพรรคทันสมัย สอดคล้องสถานการณ์ที่เปลี่ยน พร้อมเป็นรัฐบาลที่ดีของประชาชนในการที่จะบริหารประเทศ 14 ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในพรรคและสนับสนุนการเมืองภาคประชาชน และ ยุทธศาสตร์ที่ 15 องค์กรพรรคเข้มแข็ง พรรคแข็งแรง ส่งเสริมบุคลากรของพรรคให้เป็นมืออาชีพ ทันสมัยและเทคโนโลยี

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่น่าสนใจในที่ประชุมยังได้รายงานแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2553 ของพรรค รวมตลอดทั้งปีวงเงินกว่า 117 ล้านบาท เช่น การขยายฐานสมาชิกพรรค 8.3 ล้านบาท พัฒนาสาขาพรรคให้เข้มแข็ง 22.7 ล้านบาท ขยายแนวร่วมทางการเมือง 1 ล้านบาท โครงการ “ สมัชชา ประชาธิปัตย์ ” เพื่อการเมืองมีส่วนร่วมทางการเมือง 9.1 ล้านบาท แผนงานจัดหารายได้และจัดงานระดมทุน 10 ล้านบาท   แผนงานประชาสัมพันธ์พรรค 24 ล้านบาท

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังได้รายงานจำนวนสาขาพรรคในปี 2551 มีจำนวน 195 สาขา มีสมาชิกทั้งหมด 2,849,319 คน สำหรับสถานะทางการเงินของพรรคในรอบปี 51 มีจำนวน 230,918,245 บาท แบ่งเป็นรายจ่าย 132,921,829 บาท นอกจากนี้ยังมีการรายงานทรัพย์สินและหนี้สินของพรรค แบ่งเป็นทรัพย์สิน 127,801,102 บาท หนี้สิน 21,777,596 บาท อสังหาริมทรัพย์ 4,656,088 บาท       

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ค่อนข้างที่จะคึกคัก โดยบริเวณหน้างานได้มีการเปิดโต๊ะรับสมัครสมาชิกพรรค โดยมีมาตรการจูงใจออกบัตรรูปแบบใหม่ เป็นบัตรสมาทการ์ด เพื่อความรวดเร็วและทันสมัย ที่น่าสนใจยังมีการแก้ไขข้อบังคับพรรคใหม่ในประเด็นการสมัครสมาชิกพรรค   ซึ่งมีการลดจำนวนบุคคลรับรองสมาชิกพรรคจาก 5 คน เหลือเพียง 2 คน และการอนุมัติรับเข้าเป็นสมาชิกพรรคจาเดิม เป็นอำนาจคณะกรรมการบริหารพรรค แก้ไขให้เป็นอำนาจของเลขาธิการพรรค (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) โดยผ่านนายทะเบียนพรรค และให้รายงานต่อคณะกรรมการบริหารพรรคทราบ