
"ยงยุทธ"เล็งปรับโครงสร้างพท.รับเลือกตั้ง
ยงยุทธควงรองหน.พรรคเพื่อไทยใหม่ แถลงเตรียมปรับโครงสร้างรับเลือกตั้ง หลังที่ประชุมใหญ่โหวตหนุน 267 เสียง นั่ง หน.พรรคต่ออีกสมัย แม้นเสียงแตกกลุ่มอีสานฉุนคัมแบล็ก ขณะที่ กลุ่มส.ส.เหนือ-กลาง ต่างหนุน อ้าง"ทักษิณ"ไม่ขัดข้อง ขณะที่ "จิ๋ว" กำชับ ส.ส.เยียวยาแ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 ก.ย. ที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทยวาระพิเศษเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกก.บห.โดยมีมติเลือกนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค โดยได้ให้ส.ส.ของพรรคโหวตพบว่ามีคะแนนจากส.ส.เห็นด้วย 267 เสียง ไม่เห็นด้วย 6 เสียง งดออกเสียง 4 บัตรเสีย 2 ทั้งนี้มีนายสุพล ฟองงาม เป็นเลขาธิการพรรค
อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้มีการอภิปรายถกเถียงอย่างรุนแรง โดยนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม ระบุว่าอยากให้มีการปรับโครงสร้างพรรคใหม่เพื่อจะได้เดินหน้าเตรียมการเลือกตั้งได้อย่างเต็มที่ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่สามารถสู้ฝ่ายตรงข้ามได้
ขณะที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย พูดในที่ประชุมว่า การเลือกตั้งจะต้องยึดอำนาจรัฐให้ได้ จะต้องตั้งรัฐบาลพรรคเดียว และขอให้ส.ส.ช่วยเหลือและเยียวยาคนเสื้อแดง เพราะถือเป็นกำลังหลัก ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารต่อสู้กับอำนาจรัฐและฝ่ายตรงข้ามได้
มีรายงานข่าวว่า ในการโหวตหัวหน้าพรรค ได้เกิดปัญหา ส.ส.เสียงแตก เพราะส่วนหนึ่งไม่พอใจที่นายยงยุทธ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค โดยเฉพาะส.ส.อีสาน อาทิ นายพงษ์พันธุ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย นายไพจิตร นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด ขณะที่ส.ส.ภาคกลาง และภาคเหนือ ระบุว่าวันนี้อย่างไรก็ต้องเลือกหัวหน้าพรรคให้ได้ หากไม่สามารถเลือกได้ก็จะเท่ากับเป็นผีหัวขาด และยังอ้างว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ไม่ขัดข้องหากนายยงยุทธจะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีก ขณะเดียวกันแม้นายยงยุทธจะเป็นหัวหน้าพรรค ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้งส่วนอื่น เช่น กก.บห. รองหน.พรรค
“ยงยุทธ”ควงรองแถลงเตรียมปรับเพื่อไทย
เมื่อเวลา 18.00 น.หลังเสร็จสิ้นประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคเพื่อไทยแล้ว นายยงยุทธพร้อมทีมรองหัวหน้าพรรคในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ลงมาร่วมแถลงอย่างเป็นทางการ โดยกล่าวว่า ขอบคุณสื่อสนับสนุนกิจกรรมพรรคและยืนยันว่าไม่คิดถอดใจแต่เห็นทำงานมาเกือบสองปีก็เห็นว่าองค์ประกอบโครงสร้างพรรคจะต้องก้าวไปในระดับหนึ่ง ถ้ามีการปรับโครสร้างใหม่ ให้ ส.ส.ได้มีส่วนร่วมก็รู้สึกพอใจ ถ้าไม่ปรับก็จะชะงัก ทุกอย่างตนได้ตัดสินใจเอง เพราะเห็นว่าพรรคมีความเป็นเอกภาพหลังจากลงมติขับ 2 ส.ส.พ้นจากสมาชิกพรรค
“ในการบริหารพรรคเป็นไปไม่ได้ ถ้ากรรมการบริหารพรรคไม่มี ส.ส.เหมือนหัวใจกับตัวไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้หัวใจกับตัวอยู่ด้วยกัน จะทำให้พรรคมีความแข็งแกร่งทำให้การเดินไปข้างแข็งแกร่งได้เร็วขึ้น ” นายยงยุทธ ย้ำ
เมื่อถามว่าบทบาทของพรรคเพื่อไทยกับ นปช.นายยงยุทธ ชี้แจงว่า ขอให้ทำความเข้าใจว่า นปช.กับพรรค เป็นคนละองค์กร เพียงแต่หากมีใครไปสนับสนุน นปช. เป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งไม่ใช่นโยบาย หรือแนวทางของพรรค ซึ่งอาจมีจุดร่วมตรงกันในเรื่องเดียวกัน อย่างไรก็ตามยังได้ปฎิเสธไม่ทราบข่าวการทาบทาม พล.ต.ท.โกวิท มาเป็นหัวหน้าพรรคฯไม่รู้ข่าวมาจากไหน
ด้านนายสุพล แถลงเสริมว่าที่มาของการปรับโครงสร้างพรรคใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคตอีกปีเศษซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลอาจอยูไม่ครบวาระ จึงต้องปรับโครงสร้างให้ ส.ส.เข้ามีส่วนร่วมในการปรับโครงสร้างพรรค
เมื่อถูกซักถามว่าในอดีตเคยอยู่กลุ่มเพื่อนเนวินความสัมพันธ์เป็นอย่างไร นายสุพล ตอบว่า ตอนนั้นเราอยู่ในพรรคพลังประชาชนก ก็เป็นเพียงทำงานร่วมกันและขอปฎิเสธไม่ได้อยู่ กับกลุ่มเพื่อนเนวิน ส่วนความสัมพันธ์นั้น ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องมีความสัมพันธ์
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การปรับโครงสร้างพรรคครั้งนี้จะพบว่าคณะกรรมการบริหารพรรคฯชุดนี้จะมี ส.ส.15 คน 6 รมต. 3 ปลัด โดยเฉพาะการตั้งรองหัวหน้าพรรค 14 คน มีความหลากหลายเข้ามาเป็นการจัดสรรแบ่งภารกิจเพื่อช่วยดูแลของแต่ละภาคให้ทั่วถึง
มติภาคอีสานขวาง”ยงยุทธ”
ทั้งนี้เมื่อเวลา 14.30 น. นายไพจิตกลุ่มพล.อ.ชวลิต กล่าวภายหลังการประชุมภาคอีสาน พรรคเพื่อไทยว่า มติที่ประชุมภาคอีสานส.ส.ส่วนใหญ่เห็นว่า ควรให้เลื่อนการประชุมใหญ่วิสามัญที่มีวาระเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่แทนนายยงยุทธ รวมทั้งกก.บห.ชุดใหม่ คณะกรรมการบริหารภาค และรักษาการ กก.บห.จะประชุมออกไปอีก 1-2 สัปดาห์
เพื่อให้เวลาสมาชิกพรรคในการเฟ้นหาตัวบุคคลที่มีความเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เนื่องจากการการเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้พรรคได้นัดกระชั้นชิด ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ การประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อขอมติ โดยรูปแบบก็คือกรรมการประสานกิจการของพรรคจะพิจารณาผู้ที่เห็นว่าเหมาะสม จากนั้นจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่วิสามัญอีกครั้งเพื่อขอมติรับรอง
"ส.ส.ในภาคอีสานเห็นว่า ในเมื่อท่านยงยุทธก็สละตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไปแล้ว จะให้ท่านกลับมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค แล้วแสดงความชัดเจน พรรคควรให้เวลาในการคัดคนที่เหมาะสมไปตามเจตนาของพรรค ส่วนจะเป็นคนในพรรคหรือนอกพรรคก็ไม่มีปัญหา ในส่วนของภาคอีสานก็มีหลายรายชื่อ โดยจะเสนอคนที่เป็นส.ส.ที่มีความอาวุโส อาทิ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานด้านนิติบัญญัติ ก็วางตัวไว้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ส่วนชื่อของพล.อ.ชวลิตนั้น เบื้องต้นยังไม่มีผู้เสนอ แต่ก็เป็นบุคคลที่ส.ส.ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นผู้ที่เหมาะสมคนหนึ่งเช่นกัน ส่วนนายยงยุทธ นั้นเราก็เชื่อว่าท่านก็คงไม่รับ และส.ส.เองก็คงไม่สบายใจแน่ๆ พรรคควรให้เวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อให้มีความชัดเจนว่าจะเสนอชื่อบุคคลใด“ นายไพจิต กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากการหารือเกี่ยวกับการเสนอให้เลื่อนการประชุมวิสามัญพรรคเพื่อไทยเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคออกไปนั้น ในการประชุมแต่ละภาคได้มีการคัดเลือกบุคคลที่จะมาเป็นคณะกรรมการประสานกิจการพรรค โดยใช้รูปแบบการโหวตเลือกตัวแทนของภาคต่างๆก่อนเสนอเข้าที่ประชุมใหญ่
อย่างไรก็ตามผลการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทยเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่เลือกให้นายยงยุทธนั่งหัวหน้าพรรคเช่นเดิม
"พผ."ลงมติแก้ข้อบังคับพรรคข้อ 54 หวังขับรมต.งูเห่า
ที่พรรคเพื่อแผ่นดิน เมื่อเวลา 16.30 น. น.พ.อลงกต มณีกาศ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยภายหลังการรประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคเพื่อแผ่นดิน ว่า ได้มีการขอมติในที่ประชุม เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค เรื่ององค์ประกอบของที่ประชุมใหญ่สามัญหรือวิสามัญ ข้อ 54 โดยที่ประชุมเห็นด้วยที่จะตัดสาระข้อ 2 สมาชิกของพรรคที่เป็น ส.ส.ขณะนั้นต้องเข้าประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ส.ของพรรคทั้งหมด และตัดสมาชิกที่เป็นรัฐมนตรีในขณะนั้นให้ตัดออก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการขอมติที่ประชุมเป็นที่สังเกตุว่า นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดิน ยังไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการขอมติแก้ไขข้อบังคับพรรคดังกล่าว
ทั้งนี้ นายไชยยศ กล่าวถึงการแก้ไขข้อบังคับพรค ข้อ 54 ว่า การที่ตนไม่ได้เข้าร่วมประชุมจึงถือว่าไม่ครบองค์ประชุม ดังนั้นไม่สามารถแก้ไขข้อบังคับของพรรคได้ ทั้งนี้ ตนเข้าใจว่ากลุ่มที่ต้องการแก้ไขข้อบังคับ เพราะต้องการแก้ไขข้อบังคับพรรคที่ว่า ต้องมีสมาชิกที่เป็นรัฐมนตรีต้องเข้าร่วมประชุมด้วยนั้น เป็นเกมส์ที่จะเดินไปสู่การขับไล่ตนออกจากพรรคเพื่อแผ่นดิน



