ข่าว

"วิชัย"คว้าเก้าอี้ประธานสภาอบจ.
นับคะแนนสมาชิกได้เสียงหนุน14ต่อ 7

"วิชัย"คว้าเก้าอี้ประธานสภาอบจ. นับคะแนนสมาชิกได้เสียงหนุน14ต่อ 7

15 ก.ย. 2553

อำนาจเจริญ - เลือกประธานสภา อบจ.อำนาจเจริญ "วิชัย แสวงสุข" คว้าเก้าอี้หลังผลการลงคะแนนที่ทำต่อหน้าสื่อมวลชน จากผู้ใช้สิทธิ์ 22 คน ได้คะแนนรวม 14 ต่อ 7 ไม่ประสงค์ลงคะแนน 1

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อำนาจเจริญ สมัยวิสามัญครั้งที่ 2 ประจำปี 2553 เพื่อเลือกตั้งประธานสภาอบจ.แทนนายศุภกิจ สุรพันธ์ อดีตประธานสภา อบจ. ที่ นายบุญสนอง บุญมี ผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ มีคำสั่งแจ้งขาดคุณสมบัติเนื่องจากบวช ซึ่งพ้นตำแหน่งไปตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยนายสมพงษ์ กองแก้ว รองประธานสภาอบจ.อำนาจเจริญ ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม

 ทั้งนี้ นายสมพงษ์ กองทอง ประธานได้แจ้งให้สมาชิกสภา อบจ.ที่เข้าร่วมประชุมทราบทั้งหมด 22 คน ทำการเลือกประธานสภาคนใหม่ ซึ่งมีการเสนอชื่อ 2 คน ได้แก่ นายวิชัย แสวงสุข ส.อบจ.เขตอำเภอเมือง และนายสมพงษ์ กองแก้ว ส.อบจ.เขตตำบลไก่คำ ได้หมายเลข 1 และ 2 ตามลำดับ หลังเปิดให้มีการลงคะแนนโดยใช้วิธีเขียนชื่อนามสกุลเลือกผู้ที่ถูกเสนอชื่อแล้วนำบัตรไปหย่อนลงในหีบเลือกตั้ง และนับคะแนนต่อหน้าสื่อมวลชน โดยประธานได้อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพได้อย่างอิสระ ผลการนับคะแนน นายวิชัยได้ 14 คะแนน ส่วนนายสมพงษ์ได้ 7 คะแนน และมีสมาชิกสภาไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 เสียง

 สำหรับตำแหน่งประธานสภา อบจ.อำนาจเจริญ ในวาระนี้ มีการเลือกตั้งมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งที่หนึ่งนายอรรถชัย ทนงค์ ส.อบจ.เขตอำเภอพนา ถูกผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ มีคำสั่งให้ขาดคุณสมบัติเนื่องจากมีส่วนได้เสียกับ อบจ.อำนาจเจริญ แต่นายอรรถชัยร้องศาลปกครองซึ่งศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง ทำให้นายอรรถชัยได้กลับมาเป็นสมาชิกสภาใหม่อีกครั้งแต่ไม่ได้เป็นประธานสภา หลังนายอรรถชัยถูกปลดจากตำแหน่งประธานสภา สภา อบจ.อำนาจเจริญ ได้มีการเลือกตั้งประธาน มีนายวิชัย แสวงสุข และนายศุภกิจ สุรพันธ์ แข่งกัน ผลปรากฏว่า นายวิชัย แสวงสุข แพ้ 1 เสียงให้แก่นายศุภกิจ ซึ่งมีปัญหาฟ้องร้องกันถึงศาลจนถึงขณะนี้ ต่อมานายศุภกิจ สุรพันธ์ ได้รับเลือกเป็นประธานสภาคนที่สอง แต่การดำรงตำแหน่งประธานสภา อบจ.อำนาจเจริญ เกิดปัญหาขึ้นเมื่อมีหนังสือส่งถึง อบจ.อำนาจเจริญ แจ้งว่า นายศุภกิจ  ไปบวชที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ซึ่งการบวชถือว่าเป็นนักพรตทำให้ขาดคุณสมบัติ

 ต่อมาทางนิติกร อบจ. ได้ลงไปสอบสวนซึ่งผลสอบสวนก็เป็นไปตามคำร้องและเมื่อคณะกรรมการที่ผู้ว่าฯ อำนาจเจริญแต่งตั้งขึ้นไปสอบสวนอีกครั้งได้ข้อสรุปว่า นายศุภกิจได้บวชจริงโดยเจ้าตัวก็ยืนยันต่อคณะกรรมการว่าไปบวชจริง ผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ จึงมีคำสั่งให้พ้นหน้าที่ และมีการเลือกตั้งประธานสภาคนใหม่เป็นหนที่สาม