
โพลล์ชี้ภาพลักษณ์ตร.เหมือนเดิมแม้มีผบ.ตร.ใหม่
โพลล์ ระบุ ประชาชนมองภาพลักษณ์ตำรวจหมือนเดิมแม้มีผบ.ตร.คนใหม่
(14ก.ย.) จากการที่พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา ได้ประกาศนโยบายการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ตำรวจทุกคนยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติโดยเคร่งครัดเพื่อให้ตำรวจสามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) จึงได้ดำเนินการสำรวจเรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรกับนโยบายของ ผบ.ตร. คนใหม่”
โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 1,134 คน เมื่อวันที่ 10 - 12 กันยายน ที่ผ่านมา พบว่า จากนโยบาย 5 ด้านที่ประกาศ มีเพียง 2 ด้านที่ประชาชนเชื่อว่าจะทำได้ คือ ตำรวจจะพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์มิให้ผู้ใดล่วงละเมิด ถวายความปลอดภัยและถวายพระเกียรติสูงสุด โดยจะปฏิบัติให้เห็นผลทันที (มีผู้เชื่อว่าทำได้ร้อยละ 70.1) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเดินหน้าอย่างมีทิศทางโดยยกระดับตำรวจให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน ปรับปรุง ทบทวน และพัฒนาระบบการทำงานโดยใช้ยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลง โดยจะปฏิบัติให้เห็นผลภายในระยะเวลา 1-3 ปี (มีผู้เชื่อว่าทำได้ร้อยละ 61.2)
ส่วนอีก 3 ด้านที่เชื่อว่าทำไม่ได้ได้แก่ ตำรวจทุกนายจะใส่ใจบริการประชาชนไม่ใส่เกียร์ว่าง เลิกรับส่วย สินบน และข่มขู่รีดไถ โดยจะปฏิบัติให้เห็นผลทันที (มีผู้เชื่อว่าทำไม่ได้ร้อยละ 81.6) รองลงมาคือ ตำรวจจะต้องสามารถควบคุมปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด ปัญหาสังคมทั่วไปให้อยู่ในภาวะไม่กระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยจะปฏิบัติให้เห็นผลภายในระยะเวลา 1 ปี (มีผู้เชื่อว่าทำไม่ได้ร้อยละ 64.5) และตำรวจต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมีกิริยา วาจาสุภาพ ยิ้มแย้ม แจ่มใส เมื่อประชาชนมาขอความช่วยเหลือ รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้นและเสริมสร้างสำนึกการทำประโยชน์ เพื่อส่วนรวม โดยปฏิบัติตนอยู่ภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกับประชาชนทุกคน โดยจะปฏิบัติให้เห็นผลภายในระยะเวลา 6 เดือน (มีผู้เชื่อว่าทำไม่ได้ร้อยละ 60.4)
ส่วนประเด็นเรื่องการยึดหลักความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ โดยใช้ระบบคุณธรรมและอาวุโสเพื่อแก้ปัญหาการซื้อขายตำแหน่งนั้นประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 56.2 เชื่อว่าทำไม่ได้
สำหรับความเห็นต่อภาพลักษณ์ของตำรวจไทยภายหลังการเข้ารับตำแหน่งของ ผบ.ตร. คนใหม่ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 70.1 เห็นว่าภาพลักษณ์ตำรวจยังคงเหมือนเดิม มีเพียงร้อยละ 25.2 ที่เห็นว่าภาพลักษณ์ดีขึ้น และอีกร้อยละ 4.7 คิดว่าภาพลักษณ์แย่ลง
เมื่อถามถึงอุปสรรคในการพัฒนาการทำงานของตำรวจ ประชาชนมองว่าอุปสรรคสำคัญที่สุดอันดับแรกในการพัฒนาการทำงานของตำรวจไทยให้มีประสิทธิภาพ สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้คือ การไม่มีจิตสำนึกในหน้าที่ของตน (ร้อยละ 26.9) รองลงมาคือ ค่านิยมในแวดวงตำรวจ เช่น การใช้อำนาจข่มขู่ รีดไถ รับสินบน (ร้อยละ 22.5) และการถูกแทรกแซงจากภาคการเมือง (ร้อยละ 21.6)
สำหรับปัญหาที่ต้องการให้ตำรวจเน้นแก้ไขเป็นอันดับแรกในขณะนี้ได้แก่ ปัญหายาเสพติด (ร้อยละ 26.5) รองลงมาคือ ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน (ร้อยละ 24.3) และปัญหาการสร้างสถานการณ์และความไม่สงบทางการเมือง (ร้อยละ 11.8)



