ข่าว

อุตุฯเตือนภาคเหนือระวังน้ำป่าทะลักท่วม

อุตุฯเตือนภาคเหนือระวังน้ำป่าทะลักท่วม

14 ก.ย. 2553

อุตุฯเหนือประกาศเตือนหลายจังหวัดในภาคเหนือ ระวังอันตรายจากน้ำท่วม-น้ำป่าไหลหลาก หลังร่อนมรสุมกำลังแรงพัดผ่าน คาดมีฝนตกหนักในพื้นที่ ด้านปภ.เขต 10 พร้อมรับมือเต็มที่ห่วงเชียงราย-ลำปาง ยังเผชิญน้ำท่วมหวั่นโดนซ้ำ ขณะที่ชลประทานจ.พระนครศรีอยุธยา เร่งระบายน้ำจ

(14ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ออกประกาศฉบับที่ 1 เรื่องฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน หลังร่องมรสุมกำลังค่อนข้างแรงได้เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทำให้ไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก พิจิตร เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในระยะนี้

 นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง  ดูแล 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ปภ.เขต 10 และปภ.ที่รับผิดชอบจังหวัดใกล้เคียงที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือออกประกาสเตือน เตรียมความพร้อมรับมือมาแล้วกว่า 2-3 เดือน ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนและถึงขณะนี้ยังพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ทั้งในส่วนปภ. และหน่วยงานในพื้นที่ตั้งแต่จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  รวมทั้งบุคลากรระดับหมู่บ้าน เช่นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และมิสเตอร์เตือนภัย  ซึ่งเตรียมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง

 ส่วนจังหวัดที่น่าเป็นห่วงขณะนี้ คือเชียงราย เพราะหลายพื้นที่ยังเผชิญปัญหาน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำป่าไหลหลากภาคเหนือมีหลายพื้นที่โโยเฉฑาะแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่เสี่ยงภัยค่อนข้างมากเพราะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง รวมทั้งลำปาง ซึ่งปีนี้มีปริมาณฝนตกในพื้นที่ค่อนข้างมาก

 ด้านนายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ประสบอุทกภัยเขตตำบลท่านางงาม และ ตำบลชุมแสงสงคราม อำเภอบางระกำ ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำได้ลดระดับลงเล็กน้อย แต่ยังคงมีน้ำท่วมบ้านเรือนราษฏร และพื้นที่ทางการเกษตรจำนวนมาก

 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกได้พบปะพูดคุยกับราษฏรขอให้อดทนต่อสถานการณ์น้ำท่วมเพราะขณะนี้น้ำเริ่มลดลงแล้ว สำหรับระดับน้ำที่ฝายบางบ้าวัดขณะนี้อยู่ที่ระดับ 41.89 เมตร ซึ่งลดระดับลงจากเมื่อวันที่12 ก.ย.ประมาณ 10 เซนติเมตร แต่ยังคงสูงกว่าจุดเริ่มวิกฤตที่ 40.50 เมตร

 ล่าสุดขณะนี้ในพื้นที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะจากการวัดระดับน้ำที่ฝายบางบ้า ขณะนี้น้ำเริ่มทรงตัวและบางพื้นที่เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา

 นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกยังได้ฝากเตือนถึงพี่น้องเกษตรที่จะทำนาในช่วงที่ระดับน้ำลดลงแล้วว่า ต่อไปจะเป็นช่วงฤดูหนาว เกษตรกรจะต้องระวังการแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดในนาข้าวได้ง่ายซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อนาข้าวของเกษตรกรได้

 นายสุพจน์ พรหมมาโนช ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังไม่น่าเป็นห่วง เพราะระดับน้ำลดลงแล้ว แต่เกรงว่าในวันที่ 1 ตุลาคม ไปจนถึงเดือน พฤศจิกายน 2553 ระดับจะเพิ่มสูงขึ้นจนล้นตลิ่ง และทรงตัวอยู่เป็นเวลานา เนื่องจากจะมีฝนตกชุกตามคำพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเมื่อนั้นโบราณสถานบางแห่งอาจจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งกรมศิลปากรจะต้องเฝ้าระวังต่อไป

 ขณะที่ปริมาณน้ำในพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย หรือทุ่งมะขามหย่อง ซึ่งเป้นแก้มลิงตามแนวพระราชดำริฯ ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา ขณะนี้น้ำในอ่างมีจำนวนประมาณ ร้อยละ 70 หรือ 840,000 ลบ.ม. ของความจุของอ่างเก็บน้ำ ซึ่งบรรจุน้ำได้ 1,200,000 ลบ.ม. โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา ปริมาณน้ำในอ่างลดระดับลงเหลือเพียง ร้อยละ 30 หรือ 360,000 ลบ.ม. เท่านั้น

 ทางด้านนายไมตรี ปิตินานนท์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในขณะนี้เป็นผลมาจากที่ชลประทานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานไว้เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ ปี 2549 ซึงในครั้งนั้นพระองค์ฯ ทรงเสียสละพื้นที่โครงการพระราชดำริ

 โดยให้ผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าไปเก็บไว้ จนทำให้ครั้งนั้นประชาชน และเกษตรกร ยอมเสียสละพื้นที่นาของตนเองในการระบายน้ำเข้าไป เพื่อลดน้ำที่จะท่วมขังในกรุงเทพมหานคร และครั้งนี้ก็เช่นกันเป็นการระบายน้ำเข้าไปเก็บไว้เพื่อใช้ทำการเกษตรในพื้นที่ฝั่งตะวันออก และเป็นการระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาบางส่วนเข้าไปเก็บไว้ เพื่อบรรเทาน้ำท่วมบ้านเรือนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำทุ่งมะขามหย่อง