
"อภิสิทธิ์"ขอเป็นนายกฯอีกสมัยก่อนวางมือ... "เนวิน" ลั่น เลิกยุ่งการเมือง...?
เกิดอะไรขึ้นกับการเมืองไทยไม่อาจทราบได้ ผมได้ยินเสียงของ "เนวิน ชิดชอบ" อย่างน้อยสองครั้งแล้ว ที่ย้ำว่าจะเลิกเล่นการเมือง ไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองอีก แม้กระทั่งตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี"
"เนวิน" บอกว่า กำลังมีความสุขอยู่กับการสร้างทีมฟุตบอล และมีความสุขยิ่งกว่าอยู่ในแวดวงการเมืองด้วยซ้ำ แต่เวลานี้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้แก่น้องๆ ในแวดวงการเมืองแห่งพรรคภูมิใจไทยตามที่เขามาขอคำปรึกษา
แต่น่าแปลกใจว่า "ไม่มีใครเชื่อ" ว่าเนวินจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมืองจริงๆ ถึงขั้นวางมือ ไม่รับแม้กระทั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในอนาคต
และยังเชื่อว่า การเติบโตของพรรคภูมิใจไทยอย่างต่อเนื่อง จนนักการเมืองต่างสายไหลเข้ามากองอยู่กับพรรคภูมิใจไทย และมีแต่จะเติบโตยิ่งขึ้นในอนาคต และอาจเข้าไปเบียดแทรกฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยในภาคอีสาน และภาคเหนือด้วย
แม้หลายคนอาจจะคิดว่า ไม่จริงหรอกที่เนวินบอกว่า เลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะบวกกับภาพที่กำลังจัดสร้างอยู่ น่าจะเป็นการสร้างฐานใหญ่ ถ้าเลิกเล่นการเมืองจะสร้างฐานให้เหนื่อยไปทำไม
"ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" เมื่อครั้งลี้ภัยการเมืองไปอยู่เดนมาร์ก ก็เคยลั่นวาจาไว้ว่าจะเลิกเล่นการเมือง ไม่ยุ่งไม่เกี่ยวแล้ว แต่ท้ายที่สุด ร.ต.อ.เฉลิม ก็กระโดดลงมาเล่นการเมืองอีกครั้งจนถึงปัจจุบัน
หรือเป็นเพราะเหตุนี้ จึงทำให้คนไม่เชื่อว่า "เนวิน ชิดชอบ" จะเลิกเล่นการเมืองจริงๆ ตามที่ลั่นวาจาไว้...
ล่าสุด "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ก็ออกมาลั่นวาจาอีกคนว่า ถ้าชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า และได้เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่สองจะเลิกเล่นการเมืองเช่นกัน
โดยเมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ คณะ Young Liberals and Democrat of Asia เดินทางเข้าพบ "อภิสิทธิ์" ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งระหว่างการพบปะตัวแทนได้สอบถามสถานการณ์การเมืองภายในประเทศไทย โดยนายกฯ กล่าวช่วงหนึ่งว่า ได้วางเป้าหมายว่า เมื่อชาติบ้านเมืองสงบแล้วก็พร้อมที่จะจัดให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งตามวาระก็จะจัดให้มีการเลือกตั้งอยู่แล้วในเร็วๆ นี้ โดยเหตุผลที่ทำให้ผ่านวิกฤติต่างๆ มาได้ เป็นเพราะมีจุดยืนและอุดมการณ์ในทางการเมือง เพราะตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและมีความตั้งใจมายาวนาน
ตั้งแต่เป็นเด็กสนใจงานทางการเมือง และคิดเสมอว่า หากได้พัฒนาบ้านเกิดของตนเองก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก เมื่อประชาชนให้โอกาส ก็จะทำให้ดีที่สุด เพราะหากไม่มีอุดมการณ์ก็จะทำงานลำบากมากท่ามกลางความขัดแย้งที่มีอยู่ แต่เพราะมีอุดมการณ์ทำให้ผ่านพ้นอุปสรรคและเดินหน้าต่อไปได้ ถือว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นประสบการณ์การทำงานที่สำคัญ
"สำหรับผมเข้ารับการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่ออายุ 27 ปี และถึงจุดสูงสุดในทางการเมืองเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้ามีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ หรือปีหน้า ก็ตั้งใจที่จะลงรับสมัครเลือกตั้งอีกครั้ง หากโชคดีได้รับเลือกให้เป็นพรรคแกนนำ มีอำนาจเป็นนายกฯ อีกครั้ง ก็ถือเป็นความโชคดีที่ได้รับโอกาสให้เป็นแกนนำรัฐบาลและเป็นนายกฯ อีกครั้ง ก็คงถึงปลายทางชีวิตทางการเมืองแล้ว แต่ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็คงต้องพิจารณาอีกอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ หลังชีวิตการเมืองก็คิดว่าจะหาอาชีพที่เหมาะสมกับตนเอง ซึ่งหากทำได้ตามความต้องการก็คงเป็นความโชคดี”
แม้นายกฯ อภิสิทธิ์จะไม่บอกว่า อาชีพที่เหมาะสมคืออะไร แต่เคยกล่าวเกริ่นไว้ก่อนหน้าว่า ยากเป็นพิธีกร หรือกลับไปเป็นนักวิชาการสอนหนังสือ
นี่คืออีกบริบทหนึ่งของการเมืองไทยที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งครับ
นายหัวไทร
http://www.oknation.net/blog/naiman



