
เล็งดึงแบงก์รัฐอุ้มผู้ส่งออกรายย่อยธปท.เรียกเอกชนร่วมถกแนวทางรับมือบาทแข็ง
คลังเล็งดึงแบงก์รัฐออกมาตรการอุ้มช่วยผู้ส่งออกรายย่อยหวังแก้ปัญหาสภาพคล่องในช่วงนี้ เชื่อยังไม่มีการเก็งกำไรในตลาดหุ้น ด้านแบงก์ชาติเตรียมเรียกเอสเอ็มอี-แบงก์พาณิชย์ถกหาแนวทางช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากบาทแข็ง
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่องว่า เป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ให้ค่าเงินมีความผันผวนมากนัก ซึ่งขณะนี้ถือว่าทำได้ดีและมีการรายงานต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จึงยังไม่น่าเป็นห่วงและไม่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออก โดยในส่วนของผู้ส่งออกรายใหญ่ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนักเนื่องจากมีการประกันความเสี่ยงจากการส่งออกไว้แล้ว ขณะที่ส่วนหนึ่งมีการซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อหักกลบลบหนี้แล้วจึงไม่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและยังมีส่วนต่างที่สามารถบริหารจัดการได้
“ที่น่าเป็นห่วงขณะนี้คือผู้ส่งออกรายย่อยที่อาจมีผลกระทบต่อสภาพคล่อง จึงอยู่ระหว่างพิจารณาหากมีปัญหาเงินทุนไม่เพียงพอต่อการส่งออกก็อาจจะให้ธนาคารของรัฐเข้าไปช่วยเหลือ”นายกรณ์ กล่าวและว่า การเคลื่อนย้ายของเงินทุนเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ยังไม่พบว่ามีการเก็งกำไรในอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากมีความเสี่ยงจากราคาหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งอาจจะไม่คุ้ม รวมถึงสภาพคล่องของตลาดหุ้นไม่มากพอที่จะเข้าไปเก็งกำไรได้
ด้านนางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดเงิน ธปท. กล่าวว่า ธปท.เตรียมเชิญผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและธนาคารพาณิชย์มาหารือถึงปัญหาและอุปสรรคในภาคธุรกิจ หลังเงินบาทแข็งค่าขึ้น รวมทั้งหารือกรณีที่ผู้ส่งออกขอให้มีการชำระค่าระวางเรือเป็นเงินสกุลต่างประเทศเพื่อหาแนวการช่วยเหลือต่อไป โดยมองว่าเงินบาทยังแข็งค่าน้อยกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค เช่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ เนื่องจากก่อนหน้านี้เงินบาทแข็งค่าเร็วนำสกุลเงินอื่นไปมากแล้ว
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ตั้งคณะทำงานร่วมกับเอกชนประกอบด้วยสภาหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมที่จะเข้าไปดูรายเซคเตอร์ว่ากลุ่มใดได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า เมื่อสรุปข้อมูลชัดเจนแล้วจะทำให้กำหนดแนวทางแก้ปัญหาได้ชัดเจน โดยส่วนที่สามารถดำเนินการได้ทันทีก็จะเร่งปฏิบัติ แต่ก็มีบางส่วนที่ต้องให้หน่วยงานอื่นไปดำเนินการต่อ เพราะแนวทางช่วยเหลือมีหลายอย่าง เช่น การลดภาษี ซื้อเงินล่วงหน้า ขณะนี้คณะทำงานกำลังดำเนินการอยู่ กำหนดให้ได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะถึง 30.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในสิ้นปี ธปท.ยังมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย คาดว่าสิ้นปีจะอยู่ที่ 2-2.25% และเพิ่มเป็น 3.50% ในสิ้นปี 2554



