ข่าว

ครูใต้เฮหลังพบมาร์ครับข้อเสนอปูนบำเหน็จ7ขั้น

ครูใต้เฮหลังพบมาร์ครับข้อเสนอปูนบำเหน็จ7ขั้น

13 ก.ย. 2553

“สมาพันธ์ครูใต้”เฮหลังพบ“นายกฯอภิสิทธิ์” พร้อมรับข้อเสนอ “ปูนบำเหน็จ 7 ขั้น” หาก “ตาย” จากเหตุ “ไฟใต้” รับหลักการ “เพิ่มค่าเสี่ยงภัย” เป็น “3,500บาท” ขอดูตัวเลขงบประมาณก่อนพร้อมทำ “เอ็มโอยู” ระหว่างครู-กองกำลัง “ชินวรณ์”ชง “ครม. อังคารนี้” พร้อมมอบ “หลวง

(13ก.ย.)  เมื่อเวลา 17.00 น. ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายบุญสม ทองศรีพราย ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้นำตัวแทนครูจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และใน 4 อำเภอ จังหวัดสงขลา จำนวน 32 คน เข้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายชินวรณ์ บุญเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ  นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงจากผลกระทบความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 พร้อมทั้งยื่นหนังสือให้นายกฯ พิจารณาใน 3 ประเด็น โดยประเด็นที่ 1 เป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงในพื้นที่โดยสรุปว่า เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ไม่ได้ลดลง และมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น เห็นว่าควรมีการปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการนโยบาย และแนวทางการแก้ไขปัญหา สำหรับประเด็นที่ 2 ขอความปลอดภัยให้แก่ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อให้ยุติจำนวนชีวิตครู และบุคลากรทางการศึกษา ผู้เสียสละไว้เพียง 137 ราย โดยเสนอให้ฝ่ายกองกำลังปรับเปลี่ยนแผน และมาตรการรักษาความปลอดภัยครู และบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นรูปธรรม โดยปฏิบัติอย่างเข้มงวด และมีการประเมินผลทุกเดือน ให้มีการจัดทำข้อตกลง(MOU) ระหว่างโรงเรียน และกองกำลัง โดยมีการร่วมปฏิบัติทั้ง 2 ฝ่านอย่างเคร่งครัด เน้นความรับผิดชอบรอยต่อ ระหว่างกองกำลังที่รับผิดชอบในพื้นที่ให้ชัดเจน และให้มีการประสานการสื่อสารที่ชัดเจนอย่างมีประสิทธิภาพ

 ส่วนประเด็นที่ 3 ขอความเห็นใจกับครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยกรณีครู และบุคลากรทางการศึกษาที่เสียชีวิต ขอความกรุณาให้นายกฯ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ หรือมอบให้รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ตามความเหมาะสม ส่วนทายานของผู้เสียชีวิต ต้องได้รับการบรรจุเข้ารับราชการทุกคน โดยไม่จำกัดหน่วยงาน พร้อมปูนบำเหน็จ 7 ขั้นแก่ผู้เสียชีวิตด้วย ส่วนกรณีครู และบุคลากรทางการศึกษาที่บาดเจ็บ และทุพลภาพ ขอความกรุณาให้มีสิทธิเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ถือเป็นวันลา และจัดให้มีกองทุนช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล หรือเดินทางไปรักษาพยาบาลที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้จากทางราชการ และกรณีครูบุคลากรทางศึกษาที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ควรมีสวัสดิการเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และจูงใจให้ครู และบุคลากรทางศึกษา เพื่อพัฒนาการศึกษา และรักษาแผ่นดิน ด้วยการเพิ่มค่าตอบแทนเสี่ยงภัย จากเดิม 2,500 บาท เป็น 3,500 บาท การลดภาษีเงินได้ตามที่เห็นสมควร ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 1 ต่อปี ให้ครู และบุคลากรทางศึกษาที่มีระยะเวลาปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องมากกว่า 5 ปี มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษสู้รบ พ.ส.ร. ทุกคน พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินวิทยฐานะ จากการประเมินผลทางวิชาการเป็นการประเมินผลการปฏิบัติงานเชิงประจักษ์

 จากนั้นเวลา 18.20น. ภายหลังจากการหารือนานกว่า 1ชั่วโมง นายชินวรณ์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณตัวแทนสมาพันธ์ครู ที่ได้นำปัญหาความเดือดร้อนมาปรึกษาหารือ และเป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่ของรัฐ สำหรับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยนั้น นายกรัฐมนตรีเห็นด้วยที่จะให้มีมาตรการในการปรับแผน ที่จะดูแลความปลอดภัยของเพื่อนครูและให้กำหนดลงไปในรายละเอียดในระดับพื้นที่ ระดับปฏิบัติหรือในระดับโรงเรียน อาจจะถึงขั้นต้องทำ เอ็มโอยู คือทำความตกลงร่วมกันกับฝ่ายความมั่นคง โดยมอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และนายถาวร ที่จะได้ร่วมประสานกับตัวแทนครู เพื่อดำเนินการในเรืองนี้ให้เป็นรูปธรรมต่อไป

 รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สำหรับมาตรการดูแลขวัญและกำลังใจ ที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการ ที่ปูนบำเหน็จ ความดีความชอบให้กับเพื่อนครูที่เสียชีวิต ในพื้นที่เสี่ยงภัย 7ขั้น ส่วนรายละเอียด กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรมการข้าราชการครูต่อไป ส่วนเรื่องของทายาท และสวัสดิการอื่นๆ ก็ให้กระทรวงไปดำเนินการ ส่วนเงินพสร. ก็เห็นด้วยว่าเพื่อนครูอยู่ในภาวะที่เสี่ยงเป็นกลุ่มเป้าหมายที่อ่อนไหว จึงให้ไปดูในรายละเอียด ว่าจะดำเนินการไปดูงบประมาณอย่างไร โดยจะให้ครูที่ปฏิบัติในพื้นที่อย่างต่อเนื่องมีโอกาสที่ได้รับเงิน พสร. ส่วนเงิน วิทยฐานะเป็นเรื่องที่ตนจะรับไปดำเนินการ สำหรับตัวเลขค่าเบี้ยเสี่ยงภัยที่ได้มีการเสนอเพิ่มจาก 2,500เป็น 3,500 บาทนั้น นายกฯจะไปดูเรื่องของตัวเลขอีกครั้งหนึ่ง เพราะอาจจะเกี่ยวข้องกับข้าราชการ อื่นๆ เพราะถ้ามีปัญหาจะได้แยกส่วนมาให้กระทรวงไปศึกษาเฉพาะกรณีเพื่อนครู โดยรายละเอียดทั้งหมดจะนำข้อเสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 14 ก.ย.นี้ เพื่อเป็นหลักการในการดำเนินการต่อไปเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย

 ขณะที่นายบุญสม ทองศรีพราย ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า บรรยากาศการพูดคุยวันนี้ เพื่อนครูที่มา 32 คน มีความประทับใจและคาดหวังว่าสิ่งที่เราเสนอไป 3 ประเด็นหลัก รวมทั้งเรื่องของความปลอดภัยและสวัสดิการนั้นเข้าใจว่านายชินวรณ์ รับปากว่าจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งหลายเรื่องก็คิดว่าจะมีการผลักดันที่รวดเร็ว และอยากจะฝากบอกไปยังเพื่อนครูใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่าวันนี้นายกฯและรมว.รับปากเราที่จะดูแลพวกเราให้มีวิถีชีวิตที่ปลอดภัย มีขวัญกำลังใจในการทำงานต่อไป

 “ขอกราบขอบคุณล่วงหน้า และเราจะติดตามพูดคุยกับรมว.ศึกษาอีกครั้งหนึ่งว่าการขับเคลื่อนที่รวดเร็วเพื่อนำไปสู่คุณภาพของการศึกษา และคุณภาพของคนจะทำกันอย่างไร ก็ต้องขอบคุณ และเรามีความพอใจค่อนข้างมากที่มีการพูดคุย เหมือนกับว่าทุกอย่างที่คาใจพวกเรานั้น ได้หมดไป ขณะนี้อยู่ที่ผลแล้ว ว่าจะขับเคลื่อนกันอย่างไร ก็ให้รับรู้ว่าพวกเราทั้งหมดไม่ได้มาขอการเลื่อนขั้น แต่เป็นภาวะวิกฤตที่จำเป็นในพื้นที่พิเศษเสี่ยงภัย ซึ่งก็คิดว่าเพื่อที่จะให้ครูเหล่านั้นอยู่ในพื้นที่ได้อย่างมีความสุข และอยู่ในพื้นที่ไม่ย้ายออก ผมเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้คงดูแลพวกเราอย่างดี ” ประธานสมาพันธ์ครูฯ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่บอกว่าจะรอจะรอดูแลนานแค่ไหน ประธานสมาพันธ์ครูฯ กล่าวว่า ตนกับนายชินวรณ์ คุยกันแล้วว่าจะทำให้เร็วที่สุด และจะรวบรัดไม่ได้ เพราะบางเรื่องเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย เรื่องของระเบียบราชการ เราต้องให้โอกาสและให้เวลาแต่มั่นใจว่ารัฐมนตรีที่ชื่อชินวรณ์จะดูแลพวกเราอย่างดี  

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ามาวันนี้พอใจจะไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร นายบุญสม กล่าวว่า พวกตนไม่ได้เคลื่อนไหว แต่มานำเสนอข้อมูลเพื่อที่จะพูดคุยกัน ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีเงื่อนไขที่จะพบนายกฯ ตรงไหนก็ได้ เพื่อผลประโยชน์ เราก็ทำ

 ผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย ที่ไม่ต้องแก้ไขกฎหมายจะทำได้เลยหรือไม่ ประธานสมาพันธ์ครูฯ กล่าวว่า นายกฯได้พูดกับตนว่าจะประสานกับกองกำลังที่เกี่ยวข้องเป็นรายพื้นที่ ว่าจะทำอย่างไรให้ไปสู่เป้าหมายให้ได้ ต้องยอมรับว่าพื้นที่กว้าง คนเยอะการทำงานต้องมีทั้งจุดอ่อน จุดแข็ง วันนี้ตนพูดคุยแล้ว ถือว่าได้นำเสนอในส่วนที่ครูต้องการ ส่วนหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ต้องทำไป เพราะมีอยู่หลายฝ่าย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำให้มีความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยมากขึ้นหรือไม่ นายบุญสม กล่าวว่า “ถามว่ามาแล้วมั่นใจหรือไม่ เมื่อฟังนายกฯพูดแล้วก็มั่นใจมากขึ้น แต่จะเกิดหรือไม่เกิดก็ขึ้นอยู่กับองคาพยพหลายประเด็น แต่มั่นใจว่านายกฯจะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รวดเร็วที่สุด เพื่อให้ผลลงไปในพื้นที่” ประธานสมาพันธ์ครูฯ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯได้รับปากหรือไม่ว่าจะลงไปในพื้นที่ ประธานสมาพันธ์ครูฯ กล่าวว่า ท่านรับปาก แต่บอกว่าขอเวลาสักระยะหนึ่ง นายกฯบอกว่า ไม่ทิ้งพวกเรา จะกลับมาดูพวกเราและตนเองก็รับอาสาเป็นตัวแทนที่จะมาคุยกับนายกฯ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าการแก้ไขตรงนี้เป็นการแก้ที่ปลายเหตุหรือไม่เพราะความจริง แล้วเกิดจากความไม่เข้าใจและเอาหน่วยงานครูมาเป็นเครื่องมือ ประธานสมาพันธ์ครูฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ครับ “ตนไม่ใช่เรื่องมือใคร เรามาเพื่อเป้าหมายช่วยเหลือกัน ตรงนี้ให้เข้าใจว่าถ้าเราคิดเรื่องปลายเหตุ สาเหตุ ไม่ใช่ วันนี้เราไม่มีศัตรู เราไม่รบกับใคร แต่เรามาเพื่อช่วยเหลือกันให้ชาติบ้านเมืองอยู่ได้ ให้ครูปลอดภัย ให้บุคลากรทางการศึกษาปลอดภัย ถ้าเราย้อนกลับไปพูดถึงเรื่องประวัติศาสตร์ วันนี้ก็ไม่จบ เราเชื่อว่ารัฐบาลนี้เข้าใจดี และพวกตนที่มาวันนี้ก็ไม่ได้ตั้งเป้าว่า 10 วัน 5 วัน มันจะจบต้องใช้เวลา แต่ต้องให้มีคณะกรรมการติดตาม ซึ่งตนได้พูดคุยกับรมว.ศึกษาแล้ว” นายบุญสม กล่าว