ข่าว

ครูใต้ยิ้มออก"มาร์ค"รับ"ปูนบำเหน็จ7ขั้น"

ครูใต้ยิ้มออก"มาร์ค"รับ"ปูนบำเหน็จ7ขั้น"

14 ก.ย. 2553

ครูใต้ยิ้มออกหลังนายกฯ รับข้อเสนอปูนบำเหน็จ 7 ขั้นหากตายจากเหตุไฟใต้ พร้อมรับหลักการเพิ่มค่าเสี่ยงภัยเป็น 3,500 แต่ขอดูตัวเลขงบประมาณก่อน ชงเข้า ครม.อังคารนี้ ขณะที่เปิดเรียนนราธิวาสวันแรกหงอย นักเรียนมาน้อย

 หลังคนร้ายยิงนายวิลาศ เพชรพรหม อายุ 54 ปี ครูโรงเรียนบ้านมะนังกาหยี อ.เมือง จ.นราธิวาส และนางคมขำ เพชรพรหม อายุ 53 ปี ครูโรงเรียนบ้านทุ่งโต๊ะดัง อ.เมือง จ.นราธิวาส สองสามีภรรยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา

  เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 13 กันยายน นายบุญสม ทองศรีพราย ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำตัวแทนครูจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และใน 4 อำเภอ จ.สงขลา จำนวน 32  คน เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ  รมว.ศึกษาธิการ นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย เพื่อยื่นหนังสือให้นายกฯ พิจารณาใน 3 ประเด็น

 ประเด็นที่ 1 เป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงในพื้นที่โดยสรุปว่า เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ไม่ได้ลดลง และมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น เห็นว่าควรมีการปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการนโยบาย และแนวทางการแก้ไขปัญหา 2.ขอความปลอดภัยให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อให้ยุติจำนวนชีวิตครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้เสียสละไว้เพียง 137 ราย โดยเสนอให้ฝ่ายกองกำลังปรับเปลี่ยนแผน และมาตรการรักษาความปลอดภัยครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นรูปธรรม มีการประเมินผลทุกเดือน จัดทำข้อตกลง (เอ็มโอยู) ระหว่างโรงเรียน และกองกำลัง โดยมีการร่วมปฏิบัติทั้งสองฝ่ายอย่างเคร่งครัด เน้นความรับผิดชอบรอยต่อ ระหว่างกองกำลังที่รับผิดชอบในพื้นที่ให้ชัดเจน และให้มีการประสานการสื่อสารที่ชัดเจนอย่างมีประสิทธิภาพ

 ประเด็นที่ 3 ขอความเห็นใจกับครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยกรณีที่เสียชีวิต ขอความกรุณาให้นายกฯ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ หรือมอบให้รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ตามความเหมาะสม ส่วนทายาทต้องได้รับการบรรจุเข้ารับราชการทุกคน โดยไม่จำกัดหน่วยงาน พร้อมปูนบำเหน็จ 7 ขั้นแก่ผู้เสียชีวิตด้วย

 ส่วนกรณีบาดเจ็บและทุพพลภาพ ให้มีสิทธิเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ถือเป็นวันลา และจัดให้มีกองทุนช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล หรือเดินทางไปรักษาพยาบาลที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้จากทางราชการ

 กรณีที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ควรมีสวัสดิการเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และจูงใจให้ครูและบุคลากรทางศึกษา เพื่อพัฒนาการศึกษา และรักษาแผ่นดิน ด้วยการเพิ่มค่าตอบแทนเสี่ยงภัย จากเดิม 2,500 บาท เป็น 3,500 บาท การลดภาษีเงินได้ตามที่เห็นสมควร ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 1 ต่อปี ให้ครูและบุคลากรทางศึกษาที่มีระยะเวลาปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องมากกว่า 5 ปี มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษสู้รบ พ.ส.ร. ทุกคน พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินวิทยฐานะ จากการประเมินผลทางวิชาการเป็นการประเมินผลการปฏิบัติงานเชิงประจักษ์

  นายชินวรณ์กล่าวภายหลังการประชุมว่า มาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยนั้น นายกรัฐมนตรีเห็นด้วยที่จะให้มีมาตรการในการปรับแผน ที่จะดูแลความปลอดภัยของเพื่อนครูและให้กำหนดลงไปในรายละเอียดในระดับพื้นที่ ระดับปฏิบัติหรือในระดับโรงเรียน อาจจะถึงขั้นต้องทำเอ็มโอยู คือทำความตกลงร่วมกันกับฝ่ายความมั่นคง โดยมอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และนายถาวร ที่จะได้ร่วมประสานกับตัวแทนครู เพื่อดำเนินการในเรืองนี้ให้เป็นรูปธรรมต่อไป

 สำหรับมาตรการดูแลขวัญและกำลังใจ ที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการ ที่ปูนบำเหน็จความดีความชอบให้แก่เพื่อนครูที่เสียชีวิต ในพื้นที่เสี่ยงภัย 7ขั้น ส่วนเงิน พสร. ก็เห็นด้วยว่าเพื่อนครูอยู่ในภาวะที่เสี่ยงเป็นกลุ่มเป้าหมายที่อ่อนไหว จึงให้ไปดูในรายละเอียด ว่าจะดำเนินการไปดูงบประมาณอย่างไร โดยจะให้ครูที่ปฏิบัติในพื้นที่อย่างต่อเนื่องมีโอกาสที่ได้รับเงิน พสร. 

 ส่วนตัวเลขค่าเบี้ยเสี่ยงภัยที่ได้เสนอเพิ่มจาก 2,500 บาท เป็น 3,500 บาทนั้น นายกฯ จะไปดูเรื่องของตัวเลขอีกครั้งหนึ่ง โดยรายละเอียดทั้งหมดจะนำข้อเสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 14 กันยายนนี้ เพื่อเป็นหลักการในการดำเนินการต่อไป เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย

 นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ข้อห่วงใยของครูที่มีในที่ประชุมนั้นเป็นเรื่องของความปลอดภัยมากกว่าเรื่องเยียวยาหรือเรื่องแก้ไขปัญหาเรื่องรายได้ เพราะครูเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เขาสามารถที่จะดำเนินการได้ และหลังจากดำเนินการก็หลบหนีได้ เพราะเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหว ซึ่งบางพื้นที่กองกำลังไม่ได้อยู่ประจำ

 รมช.มหาดไทยกล่าวอีกว่า ประธานสมาพันธ์ครูฯ พูดถึงปัญหาเรื่องของการสับเปลี่ยนกำลัง ที่กองกำลังของทัพภาค 1-3 ไปอยู่เพียงระยะสั้น เวลาสับเปลี่ยนกำลังใหม่คนมาใหม่ก็จะไม่รู้จักสถานที่และต้องมาเรียนรู้ใหม่ โดยประธานสมาพันธ์ครูฯ ระบุว่า อยากให้กองทัพภาคที่ 4 ที่ตั้งกองพลทหารราบที่ 15 ซึ่งต้องมีกองพันเพิ่มขึ้นอีก 9 กองพัน อยากให้บรรจุอัตรากำลังทหารทั้ง 9 กองพันให้เต็ม เพื่อเข้าทำหน้าที่แทนทหารที่มาจากกองทัพภาคที่ 1-3 จากนั้นจะได้ถอดกำลังส่วนของภาค 1-3 ออก เรื่องนี้นายกฯ รับไปพิจารณา 

 ส่วนกรณีที่ครูมีกิจวัตรประจำวันแล้วเกรงใจไม่ขอกำลังรักษาความปลอดภัยนั้น นายถาวรกล่าวว่า รูไม่ต้องเกรงใจกองกำลัง หรือกองกำลังต้องถือเป็นภาระไม่ต้องรอให้ครูขอเจ้าหน้าที่ไปรักษาความปลอดภัย เพราะมีหน้าที่ต้องรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เขาจ้องอยู่นั่นคือต้องดูแลนอกเวลาราชการด้วย แต่ครูต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้จัดกำลังได้ทัน

 ขณะที่นายบุญสม ทองศรีพราย  กล่าวว่า อยากจะฝากบอกไปยังเพื่อนครูในสามจังหวัดชายแดนใต้ว่าวันนี้นายกฯ และรัฐมนตรีรับปากที่จะดูแลให้ครูมีวิถีชีวิตที่ปลอดภัย มีขวัญกำลังใจในการทำงานต่อไป พวกเราทั้งหมดไม่ได้มาขอการเลื่อนขั้น แต่เป็นภาวะวิกฤติที่จำเป็นในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งก็คิดว่าเพื่อที่จะให้ครูเหล่านั้นอยู่ในพื้นที่ได้อย่างมีความสุข และอยู่ในพื้นที่ไม่ย้ายออก  

 ประธานสมาพันธ์ครูฯ กล่าวอีกว่า นายกฯ รับปากว่าจะลงพื้นที่ แต่บอกว่าขอเวลาสักระยะหนึ่ง ไม่ทิ้งพวกเราและจะกลับมาดูแล

 ส่วนกรณีโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 3 เขต จำนวน 365 โรงเรียน ประกาศหยุดการเรียนการสอน 3 วัน ล่าสุด วันที่ 13 กันยายน โรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส เปิดการเรียนการสอนแล้ว โดยมีทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางทั้งทางบกและทางอากาศ รวมทั้งภายในโรงเรียน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่คณะครู ที่โรงเรียนบ้านทุ่งโต๊ะดัง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ครูคมขำ เพชรพรหม สอนอยู่ บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีนักเรียนมาเรียนเพียง 15 คนเท่านั้น

 วันเดียวกัน ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมือง จ.ยะลา พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. และคณะ เดินทางมาติดตามสถานการณ์ความไม่สงบ และเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

 พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้จะมาดูแลเรื่องขวัญและกำลังใจของตำรวจในพื้นที่เป็นหลัก ส่วนนโยบายในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จะมีการสนับสนุนเครื่องมือในการตรวจพิสูจน์ เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน สร้างความเป็นธรรมในพื้นที่ ส่วนความคืบหน้ากรณีคนร้ายยิงครูเสียชีวิต 2 ราย ใน จ.นราธิวาส ขณะนี้ออกหมายจับแล้ว 2 ราย รวมทั้งยังออกหมาย พ.ร.ก.ผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 5 ราย สำหรับเหตุระเบิดที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา นับว่าโชคดีที่ระเบิดทำงานไม่เต็มที่ และทราบตัวคนร้ายแล้ว คาดว่าจะสามารถจับกุมได้ในเร็วๆ นี้

 เมื่อเวลา 08.00 น. วันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก และนายทหารระดับสูง เดินทางลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และให้สัมภาษณ์ถึงกรณีตรวจสอบพบสารตั้งต้นในการประกอบวัตถุระเบิดในพื้นที่ว่า เรื่องนี้ส่วนที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงรายละเอียดไปแล้ว ส่วนเรื่องที่ผู้ก่อการร้ายเตรียมการประกอบวัตถุระเบิดนั้น มีการเตรียมการป้องกัน มีการตรวจตรา รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยครู ชุมชน ส่วนการดูแลสารตั้งต้นการก่อระเบิด เช่น ปุ๋ยยูเรีย มีเจ้าหน้าที่ทำงานในส่วนนี้ โดยพยายามจะควบคุมทั้งในส่วนที่นำเข้ามาถูกกฎหมาย เช่น โรงโม่หินต่างๆ และที่ลักลอบนำเข้ามา