
บึ้มละเลง...เชียงใหม่ปมส่วนตัว-การเมือง
ก่อนถึงวันครบรอบ 4 ปี "รัฐประหาร" วันที่ 19 กันยายนนี้ มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ทางการเมืองให้ห่างไกลจากความปรองดองยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งถือเป็นฐานอำนาจเก่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตน
เวลาแค่ 4 วัน สถานที่สำคัญใน จ.เชียงใหม่ ถูกถล่มด้วยเอ็ม 79 ยิ่งเพิ่มดีกรีความร้อนระอุทางการเมืองที่จะหวนรำลึกถึงวันรัฐประหารอีกครั้ง ซึ่งเบื้องหลังความวุ่นวายครั้งนี้ก็เพื่อหวังผลสิ่งใดสิ่งหนึ่ง?!!
หัวค่ำของวันที่ 9 กันยายน คนร้ายไม่ทราบจำนวน ขับรถกระบะเลียบคลองข้างกรมรบพิเศษที่ 5 ค่ายขุนเณร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ แล้วใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 ระดมยิงเข้าไปในกรมรบพิเศษ ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุชุดเก็บกู้ระเบิดเข้าไปตรวจสอบ พบระเบิดทั้งหมด 5 ลูก ตกอยู่บริเวณสนามหญ้าหน้ากองรักษาการณ์ โชคดีที่ระเบิดทำงานเพียงแค่ 2 ลูก ซึ่งอานุภาพของเอ็ม 79 ทำให้บริเวณสนามหญ้าที่ใช้ฝึกกระโดดร่มกลายเป็นหลุมเล็กน้อยเท่านั้น
ถัดมาอีก 3 วัน คนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้เครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 ยิงเข้าใส่อาคารบริษัทเชียงใหม่คอนสตรัคชั่น จำกัด เลขที่ 30 ถ.มหิดล ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นของ นายคะแนน สุภา อายุ 68 ปี มีศักดิ์เป็นพ่อตาของนายเนวิน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย เหตุการณ์ครั้งนี้ แม้ไม่ได้สร้างความเสียหายให้มากนัก มีเพียงเศษหลอดไฟนีออนถูกแรงระเบิดตกลงมาแตกบนพื้น พร้อมกิ่งไม้ต้นพญาสัตบรรณเปื้อนเขม่าดินปืนหักลงมาสองกิ่ง
“จิตใจยังเข้มแข็ง ตอนนี้ต้องระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม ก่อนหน้านี้โดนมาแล้วสองครั้ง ล่าสุดเกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เท่าที่ผ่านมาพอเกิดเหตุทรัพย์สินเสียหายก็ซ่อมแซมเป็นครั้งคราว ตอนนี้ลูกเขย (เนวิน ชิดชอบ) โทรศัพท์มาแสดงความเสียใจ แล้วฝากกำชับให้ผมและครอบครัวดูแลตัวเองเพิ่มความระมัดระวัง ตอนนี้เลยติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ 4 ตัว ยิ่งตอนนี้ต้องเฝ้าระวังมากขึ้น เพราะใกล้ถึงวันที่ 19 กันยายน ซึ่งครบ 4 ปีวันรัฐประหาร" นายคะแนน ระบุ
จ.เชียงใหม่ เคยเกิดเหตุระเบิดป่วนเมืองมาแล้ว 15 ครั้ง บริษัทเชียงใหม่คอนสตรัคชั่น จำกัด ถูกป่วนมากที่สุด โดยระเบิดแต่ละครั้งคนร้ายไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิต แต่เป็นการกระทำในเชิงสัญลักษณ์มากกว่า
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงใน จ.เชียงใหม่ บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในค่ายทหาร ไม่น่าจะเกี่ยวกับการสร้างสถานการณ์ทางการเมือง เพียงอาศัยจังหวะที่เหมาะสม และต้องการดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเมืองมากกว่า
“เท่าที่ได้รับรายงานรวมถึงข้อมูลจากนายทหารที่อยู่ภายในกรมรบพิเศษที่ 5 ค่อนข้างจะแน่ชัดว่าไม่น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มคนมีสีที่อยู่ในพื้นที่ แต่น่าจะเกิดจากปัญหาความขัดแย้งภายในค่ายทหารที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูง มีการพิจารณาลงโทษไล่ออก อาจทำให้ทหารบางนายที่เกิดความคับแค้น อาศัยจังหวะนี้สร้างสถานการณ์ แต่ก็ยังไม่ทิ้งประเด็นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการก่อกวนหรือตอบโต้ “แหล่งข่าวระดับสูง ระบุ
ส่วนเหตุการณ์ระเบิดที่บริษัทของพ่อตานายเนวิน ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการก่อกวน การสร้างสถานการณ์ หรือการตอบโต้ แต่เหตุที่เกิดกับบริษัทแห่งนี้ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด
“บริษัทแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนน ค่อนข้างเสียเปรียบ ครั้งแรกประมาณเดือนมีนาคม ถูกก่อกวนโดยผู้ไม่หวังดีใช้ประทัดยักษ์ปาเข้าไป ครั้งที่สองเดือนพฤษภาคม ผู้ไม่หวังดีใช้ระเบิดเพลิง ครั้งนี้ใช้เอ็ม 79 ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด น่าจะมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับนายเนวิน ซึ่งเป็นลูกเขย ตามแนวทางการสืบสวน ผู้ไม่หวังดีน่าจะเป็นกลุ่มตรงข้ามกับลูกเขยนายคะแนน เพราะต้องการให้เกิดผลกระทบเชื่อมโยงไปยังเป้าหมายในเชิงสัญลักษณ์มากกว่า" แหล่งข่าวระดับสูงรายเดิม กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รองผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ บอกถึงความคืบหน้าของทั้งสองคดีว่า ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด เพราะยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ ต้องขอเวลาตรวจสอบกล้องวงจรปิดก่อน การตั้งประเด็นการสืบสวนสอบสวนคงเป็นเรื่องสร้างสถานการณ์ การก่อกวน และการตอบโต้ จำเป็นต้องให้น้ำหนักทั้งสามส่วนประกอบกันด้วย
...ก่อนครบรอบ 4 ปีรัฐประหาร วันที่ 19 กันยายนนี้ ตำรวจเสนอแผนการรักษาความสงบ ต่อหน่วยงานด้านความมั่นคง ให้ร่วมพิจาณาแล้ว ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ว่าจะประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่ จ.เชียงใหม่ อีกครั้งหรือไม่?!!



