
องอาจจับมือกทม.ส่งจนท.กวดขันผลไม้รถเข็น
"องอาจ" จับมือกทม.ส่งเจ้าหน้าที่กวดขันผลไม้รถเข็น หลังพบ,uทั้งจุลินทรีย์ สารกันรา สีสังเคราะห์ในผลไม้รถเข็นเพียบ ให้เวลา 1 เดือนแก้ไข ก่อนลุยจับ-ปรับตาม พ.ร.บ.อาหารฯ
เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ศาลาว่าการ กทม. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมว.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วย พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม.ร่วมแถลงข่าวผลการทดสอบความไม่ปลอดภัยในผลไม้รถเข็น ภายหลังก่อนหน้านี้ สคบ.ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเรื่องความปลอดภัยในอาหารเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผลไม้รถเข็นที่มีขายทั่วไป
ทั้งนี้ สคบ.ได้ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และสถาบันการศึกษา 3 แห่ง ได้แก่ จุฬาฯ ม.เกษตรศาสตร์ และ ม.สยาม ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างผลไม้จากแหล่งจำหน่าย 38 ร้านในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อพิสูจน์ความไม่ปลอดภัยและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภค โดยใช้ชุดทดสอบการปนเปื้อนในอาหาร(เทสท์คิท) ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จำนวน 4 รายการ ได้แก่ ชุดทดสอบหายาฆ่าแมลงในอาหาร ทดสอบกรดซาลิซิลิคหรือสารกันราในอาหาร ชุดทดสอบสีสังเคราะห์ในอาหาร และชุดทดสอบโคลิฟอร์ม (เชื้อจุลินทรีย์)ในอาหาร
นายองอาจ กล่าวว่า จากผลการทดสอบพบว่าผลไม้ 153 ตัวอย่าง มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์เกินกว่าที่มาตรฐานกำหนดถึงร้อยละ 67.3 ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหาร นอกจากนี้ยังพบการปนเปื้อนของสีสังเคราะห์มากถึง ร้อยละ 16.3 ในตัวอย่างผลไม้ 161 ตัวอย่าง และพบการปนเปื้อนของสารกันรา ร้อยละ 40.7ในขณะที่ไม่พบการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลงในผลไม้สดแต่อย่างใด ส่วนผลไม้แปรรูปจำพวกของดอง พบการปนเปื้อนหรือเจือปนของสีสังเคราะห์ สารเคมีและสารกันราที่อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงร้อยละ 64.2 จากฝรั่งดองบ๊วยที่มีสีเขียวสดใส สีเขียวเข้มและสีแดงเข้มจนเกือบม่วง
นายองอาจ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะขอความร่วมมือ กทม.จัดส่งเจ้าหน้าที่ของแต่ละสำนักงานเขต ลงพื้นที่รณรงค์สร้างความเข้าใจและให้ความรู้ผู้ผลิตและจำหน่าย เพื่อให้ได้รับทราบถึงพิษภัยที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค โดยจะให้เวลาผู้ประกอบการเพื่อปรับปรุงแก้ไข 1 เดือนก่อนที่จะมีการติดตามผล รวมทั้งผลการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ของ ประชาชน ซึ่งหากเลยกำหนดโดยที่ผู้ประกอบการยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขใดๆ จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายต่อไป โดยจะลงโทษตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ รวมไปถึงควรมีสุขลักษณะที่ดีตั้งแต่การเตรียมผลไม้ ภาชนะบรรจุและการจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ภายในช่วง 3 เดือนนับจากนี้ คาดว่าจะต้องมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในพื้นที่ กทม.ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ก่อนสร้างกระแสความตื่นตัวขยายไปยังส่วนภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป



