
ครูใต้คอยความหวังตัวแทนพบอภิสิทธิ์
นายก"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ถกร่างระเบียบศธ.บำรุงขวัญกับตัวแทนครู 3 จังหวัดชายแดนใต้เย็นนี้ ด้านโรงเรียนในจ.นราธิวาสเปิดเรียนวันแรก หลังคนร้ายดักยิงครู2สามีภรรยาเสียชีวิต แต่เด็กมาเรียนน้อย ขณะที่เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย วางกำลังดูแลความปลอดภัยเข้ม
(13ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ จะนำตัวแทนสมาพันธ์ครูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าพบนายกรัฐมนตรีเย็นวันนี้(13 ก.ย.) ว่า จะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องความปลอดภัยที่จะใช้ฐานของมาตรการ 14 ข้อที่ตกลงร่วมกันและใช้มาตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะมาดูกันว่ามีจุดอ่อนตรงไหนอีกที่ต้องมีการแก้ไขปรับปรุง และจะพูดคุยถึงการบำรุงขวัญกำลังใจของครู ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการมีการจัดทำร่างระเบียบเบื้องต้นแล้ว โดยมีทั้งการปูนบำเหน็จ เงินช่วยเหลือเพื่อการสู้รบ(พสร.) และเรื่องอื่นๆ ซึ่งตนอยากจะฟังจากผู้แทนครูก่อน
เมื่อถามว่า หลังการพูดคุยกับตัวแทนครูแล้วจะนำเสนอร่างระเบียบดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ทันทีหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า บางเรื่องน่าจะดำเนินการได้ทันที
เมื่อถามว่าจะมีการดูแลข้าราชการอาชีพอื่นในพื้นที่ดังกล่าวด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โดยรวม เรามีการให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่าบางช่วงและโดยเฉพาะโรงเรียนกับครูตกเป็นเป้าการโจมตีมาตั้งแต่ต้น ซึ่งเราต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส 3 เขต 365 โรง ได้หยุดการเรียนการสอนมีกำหนด 3 วัน หลังจากครูวิลาศและครูคมขำ เพชรพรหม ถูกคนร้ายตามประกบยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 53 ที่ผ่านมา ขณะขี่ จยย.นำข้าวโพดไปขายที่ตลาดตันหยงมัส อ.ระแงะ เพื่อหารายได้เสริมจุนเจือครอบครัว จนทำให้คณะครูเกิดความหวาดกลัวและไม่มีความมั่นใจต่อความปลอดภัยในชีวิต
กระทั่งล่าสุดหลังจากนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจต่อคณะครูในพื้นที่ ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ส่งผลทำให้คณะครูมีขวัญกำลังใจและเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กองกำลังมากขึ้น ที่มีการปรับแผนการรักษาความปลอดภัยครู ทั้งช่วงเดินทางไปและกลับจากการปฏิบัติงานที่โรงเรียน
อย่างไรก็ตามในวันนี้ โรงเรียนต่างๆในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส ได้เปิดการเรียนการสอนพร้อมกันทั้งจังหวัดแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจและฝ่ายปกครอง ให้การรปภ.เข้มตลอดเส้นทาง รวมทั้งภายในโรงเรียน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ครูและจากการสังเกตโรง เรียนทั้ง 365 โรง ก็มีการไว้อาลัยให้ครูวิลาศและครูคมขำ เพชรพรหม ด้วยการชักธงชาติครึ่งเสา เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของครูสองสามีภรรยาที่ยอมทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการปฏิบัติหน้าที่จนวาระสุดท้ายของชีวิต ตามอุดมการณ์ที่ทั้ง 2 คนตั้งใจไว้ เพื่อให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการศึกษาและมีความรู้ที่เท่าเทียมกับเยาวชนภาคอื่นๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเช้าวันนี้ที่โรงเรียนบ้านทุ่งโต๊ะดัง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ครูคมขำ เพชรพรหม สอนอยู่บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงาถึงแม้โรงเรียนเปิดเรียนปกติแล้ว แต่มีเด็กนักเรียนมาเรียนเพียง 15 คนเท่านั้น เนื่องจากส่วนใหญ่ผู้ปกครองพาบุตรหลานเดินทางไปเยี่ยมญาติช่วงเทศกาลวันฮารีรายอยังต่างจังหวัด จึงทำให้เด็กมาเรียนน้อย
โดยมีนายประสิทธิ์ หนูกุ้ง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาสเขต1และนายสุรชัย ชวาลารัตน์ นายอำเภอเมืองนราธิวาส เดินทางไปตรวจเยี่ยมตามโรงเรียนต่างๆเพื่อให้กำลังใจและปลอบขวัญให้กับครู ท่ามกลางดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของกองกำลัง 3 ฝ่ายทั้งเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับครู
นายสุรชัย ชวาลารัตน์ นายอำเภอเมืองนราธิวาส กล่าวว่า วันนี้โรงเรียนได้เปิดเรียนปกติแล้วแต่ที่เด็กนักเรียนมาเรียนน้อยไม่ถึง20คนเนื่องจากส่วนใหญ่ยังติดฉลองเทศกาลฮารีรายอของประชาชนชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม อย่างไรก็ดีตนจะประสานกำนันและผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยประชาสัมพันธ์ถึงผู้ปกครองนักเรียนว่าโรงเรียนเปิดเรียนแล้วให้นำบุตรหลานเข้าโรงเรียน ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยครูและโรงเรียนนั้นจะขอความร่วมมือไปยังกำนันผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยมาตรวจตราสอดส่องดูแลอีกทางหนึ่งด้วย
ครูใต้รอคอยความหวังหลังตัวแทนพบอภิสิทธิ์
ผู้สื่อข่าวรายงานเกี่ยวกับความสนใจของครูชายแดนใต้ในการติดตามความเคลื่อนไหวของตัวแทนครูที่เดินทางไปพบนายกรัฐมนตรีในเวลา 17.00 น.ว่า คาดหวังกับการเรียกร้องหรือไม่นั้นบรรยากาศของโรงเรียนต่างๆในจังหวัดปัตตานี ประมาณ 300 กว่าโรง เปิดทำการเรียนการสอนตามปกดิ แต่มีโรงเรียนหลายแห่ง ที่นักเรียนมาเรียนกันน้อย เนื่องจาก ยังอยู่ในช่วงเทศกาลวันฮารีรายออิดิลฟิตรี ทำให้หลายสิบโรงเมื่อถึงเที่ยงต้องปิดโดยปริยายเพราะนักเรียนมาเรียนน้อย
อย่างไรก็ตามตามสถานที่โรงเรียนต่างๆ ก็จะมีกำลัง คอยดูแลความสงบเรียบร้อยเช่นเดิม บางโรงเป็นทหาร บางโรงเป็น อาสาสมัคร ของฝ่ายปกครอง บางแห่ง ไม่ต้องการเจ้าหน้าที่ แต่มี ชรบ.ในพื้นที่ดูแล เนื่องจากการนำเจ้าหน้าที่มาเฝ้าเป็นที่สนใจมากกว่าและอาจจะอันตรายมากกว่า
ขณะเดียวกันเวลา 16.00 น.วันนี้(13 ก.ย.)นายแวยายอ แวดอเลาะ ครูโรงเรียนเทศบาล 1 อ.เมือง จ.ปัตตานี ครูอีกคนหนึ่งที่ติดตามความเคลื่อนไหวของการเดินทางของสมาพันธ์ครูชายแดนใต้ในการเรียกร้องสวัสดิภาพและสวัสดิการจากรัฐบาล เพื่อเป็นขัวญกำลังใจให้ครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เปิดเผยว่า ครูภาคใต้น่าสงสาร ก็ควรมีสิทธิต่างๆพิเศษ เพราะขัวญกำลังใจครูไม่มีแล้ว ไปเช้า เย็นจะกลับมาบ้างหรือเปล่า ถ้าสิทธิต่างๆไม่ช่วยครูก็ไม่มีกำลังใจทำงาน ทั้งเรื่องเงินเสี่ยงภัย ที่ผ่านมาไม่ได้ตามกำหนด และการเลื่อนวิทยฐานะครู การนั่งทำผลงานไม่มี เพราะมัวแต่เป็นห่วงชีวิต ดังนั้นน่าเห็นใจครูชายแดนใต้
"การเรียกร้องครั้งนี้ ก็คาดหวัง แต่ที่ผ่านมาเรียกร้องหลายครั้งแล้ว แต่สวัสดิการต่าง ๆก็ยัง ช้าแต่ครูพวกเราก็คาดหวังว่ารัฐบาลนี้น่าจะทำให้พวกเรา" นายแวยายอ กล่าว
ขณะที่นายอิลอย่าส มะเกะ ครูโรงเรียนบ้านปะกาฮารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี เผยว่า พวกเราเรียกร้องมาหลายครั้งแล้ว ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล การเรียกร้องครั้งนี้ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เช่นเคย แต่อยากได้ความเห็นใจจากผู้เกี่ยวข้องว่า เห็นใจครูในพื้นที่ ควรช่วยเหลือ ทั้งในเรื่องสวัสดิการ และสวัสดิภาพ เพื่อเป็นขัวญกำลังการทำงานของครูชายแดนใต้
สมาพันธ์ครูใต้มอบพระพุทธรูปของหลวงงปู่ทวดให้นายกฯ
ต่อมาเวลา 17.15 น. นายบุญสม ทองศรีพราย ประธาน สมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำครู 30 คน เดินทางเข้าพบและประชุมร่วมกับนายอภิสิทธิ์ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษา นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ร่วมประชุมอยู่ด้วย โดยก่อนการประชุม นายบุญสมได้เป็นตัวแทนสมาพันธ์ครูฯ ยื่นข้อเรียกร้องของสมาพันธ์ที่มี 3 ประเด็นให้กับนายกรัฐมนตรี พร้อมกับมอบพระพุทธรูปของหลวงงปู่ทวดวัดช้างไห้ ให้กับนายกรัฐมนตรีด้วย



