ข่าว

เปิดเทอมใหม่ใส่ชุดเก่า-เสื้อเกรดบีเงินแจกซื้อชุดนักเรียน...หายไปไหน!!!

เปิดเทอมใหม่ใส่ชุดเก่า-เสื้อเกรดบีเงินแจกซื้อชุดนักเรียน...หายไปไหน!!!

29 มี.ค. 2552

ค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมหนักหนาสาหัสยิ่งนักสำหรับผู้ปกครองทุกคน ปีนี้ได้รับการบรรเทาลงด้วยนโยบาย "เรียนฟรี 15 ปี "ของรัฐบาล ที่ตอนนี้กดปุ่มผันเงินลงสู่สถานศึกษากันแล้ว ที่น่าจับตาคือ เงินช่วยเหลือค่าชุดนักเรียน ตั้งแต่ระดับอนุบาล ไปถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย คนล

ในความเป็นจริง เงินจำนวนนี้เพียงพอหรือไม่ กับเครื่องแบบนักเรียนสำหรับหนึ่งคน ที่มีตั้งแต่เสื้อ-กางเกง(หรือกระโปรง)-เข็มขัด-ถุงเท้า-รองเท้า-ชุดลูกเสือ(เนตรนารี)-ชุดพละ ฯลฯ รวมทั้งหมดมูลค่าน่าจะหลายพันบาท

 เมื่อมีเงินมาให้ไม่ถึงครึ่งที่ต้องจ่าย ซึ่งอาจเพียงพอจะซื้อเสื้อนักเรียนเกรดบีได้เพียงตัวเดียว ทำให้ผู้ปกครองวางแผนการใช้เงินนี้ต่างกันออกไป คนที่มีฐานะไม่เดือดร้อนก็พร้อมจะควักกระเป๋าจ่ายเพิ่ม บางคนถึงขนาดเซ็นโอนเงินให้โรงเรียนไปใช้จ่ายอย่างอื่น เพราะลำพังชุดนักเรียนของลูกไม่กี่พันบาทแค่นี้...ขนหน้าแข้งไม่ร่วง

 "เฉลี่ยง ทองสิงห์" ผู้ปกครองใน จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีฐานะปานกลางบอกว่า ลูกสาวเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 แม้ว่าทางบ้านมีฐานะยากจน แต่ก็อยากให้ลูกได้เรียนสูงๆ เห็นข่าวว่ารัฐบาลจะให้มีเรียนฟรี 15 ปี ก็ดีใจ ส่วนเงินช่วยเหลือเรื่องค่าชุดที่ได้ 450 บาท พาลูกไปซื้อแล้ว ราคาชุดละ 350 บาท ต่อรอง 2 ชุด 600 บาท ต้องออกเงินเพิ่มอีก 150 บาท แต่ก็เต็มใจ เพราะเปิดเทอมใหม่ลูกจะได้มีเสื้อใหม่ใส่ ไม่อายเพื่อน

 แต่สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ ที่พลาดแม้กระทั่งโอกาสได้รับ "เช็คช่วยชาติ" เฝ้ามองคนรับเงิน 2,000 บาท กันตาปริบๆ มาแล้ว เมื่อมีเงินค่าชุดนักเรียนของลูกตกถึงมือแบบเงินสดๆ หลายร้อยบาท ในขณะที่ข้าวจะกินยังไม่มียาไส้ หนี้สินรุงรัง เขาเลือกจะเอาเงินไปทำอะไร!!!

 นางปลา คนเก็บขยะใน จ.นครพนม บอกว่า ทุกวันนี้ครอบครัวลำบาก วันหยุดลูกสองคนที่เรียนอยู่ ป.3 และ ป.4 ยังต้องมาช่วยเก็บขวดเก็บขยะขาย เงินจากเช็คช่วยชาติก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับ ที่ผ่านมาหนังสือเรียน เสื้อผ้าชุดนักเรียน ก็มีคนใจบุญบริจาคให้ ตำราเสริมหรือแบบฝึกหัดก็ไม่มีเงินซื้อ ต้องให้ลูกจดเอากับเพื่อน จะซื้อเฉพาะหนังสือเรียนที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น เมื่อมีข่าวว่าจะได้รับแจกเงินค่าชุดนักเรียนคนละ 360 บาท หากไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์อะไรมาก ก็คงเอาเงินไปทำอย่างอื่น แต่ถ้ามีกติกาตายตัว เลี่ยงไม่ได้ก็คงต้องไปซื้อชุดนักเรียนให้ลูก

 "เงิน 360 บาท มีค่ามากนะ ถ้าให้เป็นเงินสด แล้วไม่มีข้อบังคับอะไรมาก คงไม่เอาไปซื้อชุดนักเรียน เพราะปากท้องสำคัญกว่า" นางปลากล่าว

 นอกจากการเลือกใช้จ่ายเงินส่วนนี้ของผู้ปกครองแต่ละราย อาจทำให้ "เงินค่าชุดนักเรียน" ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามความตั้งใจของรัฐบาลแล้ว ยังมีเรื่องที่น่าจับตาอีกหลายกรณี ทั้งวิธีการให้เงินของโรงเรียน ซึ่งให้เงินสดไปแล้วเอาใบเสร็จมาเป็นหลักฐาน บางโรงเรียนให้ไปซื้อมาก่อน แล้วค่อยเอาใบเสร็จมาเบิกเงิน ผู้ปกครองที่อยู่พื้นที่ห่างไกลบางรายไม่สะดวกเดินทางไปซื้อ ไหนจะค่ารถและเสียเวลาเดินทาง

 ขณะที่ร้านค้าเล็กๆ ก็แทบไม่ได้ประโยชน์จากการกระจายรายได้ส่วนนี้ เพราะติดปัญหาเรื่อง "ใบเสร็จ" ที่เขากลัวว่าอาจเชื่อมโยงไปถึง "สรรพากร" ที่จะเข้ามาตรวจสอบ บางร้านไม่มีทะเบียนการค้า เพราะค้าขายแบบครอบครัว
 ปัญหาเหล่านี้จึงทำให้หลายพื้นที่เกิดระบบ "นายหน้า" หรือการ "ผูกขาด" ขายชุดนักเรียนขึ้น รวมไปถึงอีกสารพัดวิธี ที่อาจมีทั้งซื้อบิลและปลอมบิล !!!

 เจ้าของร้านรายหนึ่งใน จ.อำนาจเจริญ บอกว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลแจกเงินช่วยซื้อชุดนักเรียน แต่ไม่น่ามีเงื่อนไขยุ่งยากไปตกกับร้านค้า ที่ต้องออกใบเสร็จให้ ร้านค้าเล็กๆ ตามแผงลอยในตลาดไม่มีใบเสร็จให้แน่ เพราะเป็นร้านเล็กๆ แม้ว่าจะจดทะเบียนการค้าแล้ว แต่ถ้ามาซื้อพร้อมกันมากๆ จะเข้าทางสรรพากร ซึ่งเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ โดยมักอ้างว่าต้องขายดีมานาน กลายเป็นฐานเรียกเก็บภาษีในปีต่อๆ ไป ซึ่งได้ไม่คุ้มเสีย 

 นายกิตติศักดิ์ สุวรรณแดง ผอ.โรงเรียนบ้านคำเกิ้ม ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม บอกว่า โรงเรียนจะเรียกประชุมผู้ปกครอง เพื่อหารือเรื่องวิธีการรับ-จ่ายเงินคร่าวๆ คือ ให้เงินสดผู้ปกครองไปซื้อเอง แล้วนำใบเสร็จมาให้โรงเรียน หรือตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างโรงเรียนและผู้นำชาวบ้าน ติดต่อซื้อโดยตรงจากร้านค้าเป็นลอตใหญ่ตามงบประมาณที่ได้รับ เปิดโอกาสให้ร้านค้าเสนอราคา ใครต่ำกว่าคณะกรรมการก็ซื้อ วิธีนี้เด็กจะได้ของใหม่และมีคุณภาพ เพราะมีคณะกรรมการตรวจสอบร่วมกัน

  “ประเด็นที่น่าจับตา คือ เริ่มมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มร้านค้าขายเสื้อผ้า ที่ใช้วิธีขายใบเสร็จรับเงินให้ผู้ปกครอง คล้ายกับซื้อบิล คือออกใบเสร็จรับเงินให้ แต่ไม่ได้ขายชุดนักเรียนให้จริง คิดค่าใบเสร็จร้อยละ 30 หรือขายบิลปลอมให้ผู้ปกครอง ซึ่งกระบวนการตรวจสอบยากมาก เพราะโรงเรียนไม่มีเวลาตรวจสอบ อย่างนี้พอเปิดเทอมนักเรียนยังใส่ชุดเก่าอยู่ ถ้าถามแล้วตอบว่า ชุดใหม่เก็บไว้ที่บ้าน เพราะชุดเก่ายังใช้ได้อยู่ เราจะบีบให้เขาใส่ชุดใหม่มาแสดงก็ไม่ได้" นายกิตติศักดิ์กล่าว

 สำหรับพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด น.ส.ปนัดดา ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขต ต.กำแพง บอกว่า  โรงเรียน-ผู้ปกครองและคณะกรรมการการศึกษาเห็นพ้องกันว่า ใช้วิธีตัดชุดนักเรียนให้คนละ 2 ชุดแทนการแจกเงิน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ปกครอง เพราะในพื้นที่ส่วนใหญ่เด็กอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย ส่วนพ่อแม่ไปขายแรงงาน จึงไม่มีเวลามาจัดหาชุดนักเรียนให้

 ส่วนที่ จ.ชัยภูมิ มีวิธีป้องกันการใช้จ่ายเงินผิดประเภท ด้วยการให้ผู้ปกครองนำบุตรหลานมาวัดตัว กรอกแบบฟอร์มยกเงินให้โรงเรียนไปดำเนินการเป็นตัวแทนจัดซื้อชุดนักเรียนให้แทน ซึ่งมีกระแสข่าวว่า นี่ก็เป็นช่องว่าง ทำให้เกิดการล็อกสเปกร้านที่จะซื้อไว้ หากโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้งหมดหลายร้อยแห่งเฮไปใช้บริการร้านเดียว จะรับทรัพย์มากมายมหาศาลขนาดไหน 

 ไว้รอดูวันเปิดเทอมใหม่ เวลาเข้าแถว จะเห็นเสื้อนักเรียนขาวบาดตาเต็มพรึ่บ หรือจะมีขาว-เหลืองกระดำกระด่างโผล่ให้เห็นเหมือนเคย นั่นคงเป็นคำตอบของนโยบายแจกเงินซื้อชุดนักเรียนว่า สัมฤทธิผลแค่ไหน...


ศูนย์ข่าวภาคอีสาน